Pladib Revisited

ไปร้านปลาดิบอีกครั้ง หลังจากที่ไม่ได้ไปมานานมาก (กินบ่อยไม่ได้ เดี๋ยวจน)

เริ่มด้วยเครื่องดื่ม

asahi

ยำทะเลดิบ

ยำทะเลดิบ

สลัดเป็ดย่าง

สลัดเป็ดย่าง

พิซซ่าหน้า spicy salami กับเห็ด

pizza

ทูน่าน้ำมันงา

ทูน่าน้ำมันงา

ปิดท้ายด้วย Hoegaarden

hoegaarden

ครั้งนี้ใช้กล้องคนละตัวกับคราวก่อน ถ่ายในสภาพแสงน้อยได้ดีกว่าเดิม ดูน่ากินขึ้นเยอะ

Hong Kong Trip 2010

ช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปฮ่องกง ถ่ายรูปมาเยอะแต่ดองไว้นาน เพิ่งจะได้เอามาขึ้น blog ก็วันนี้ ซึ่งครั้งนี้เป็นการมาฮ่องกงหนแรก ไม่รู้อะไรเลย ก็อาศัย blog ของ plynoi เป็น guideline แล้วที่เหลือก็มั่วๆ เอา

เริ่มต้นที่สุวรรณภูมิ รองท้องด้วย เบอร์เกอร์คิง #weloveburgerking

xP1030135

ใช้เวลาไม่นานก็ไปถึง Hong Kong Airport

xP1030145_1

เจอโฆษณา ironman 2

ironman

ภารกิจแรกที่ไปถึงสนามบินคือ มองหาร้านขายซิมใส่มือถือ บอกคนขายว่าเอาซิมที่ใช้แต่ data อย่างเดียว เค้าก็ให้ซิมของ 3 มา (Operator ชื่อว่า 3) เป็น 3G แบบ prepaid เอาใส่ Nexus One ปุ๊บ ตั้งค่า APN เรียบร้อยก็ใช้ได้เลย เป็นประสบการณ์ 3G ครั้งแรกเลยทีเดียว

จัดการเรื่องโทรศัพท์เสร็จแล้วก็ขึ้น Airport Express เข้าสู่ตัวเมือง

xP1030149

พอมาถึงที่พักแถว Tsim Sha Tsui เก็บข้าวของเสร็จ ก็ต้องเข้างานสัมมนาทันที ไม่มีเวลาเที่ยว กว่าจะได้ออกมาอีกทีก็ตอนเย็นแล้ว เดินผ่านถนนสายนักท่องเที่ยว มีร้านบรรยากาศออกแนวเยาวราช

xP1030183

ร้านขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ข้างถนนก็มีเยอะ แต่ใน guide ทั้งหลายจะบอกว่า “อย่าซื้อแถวนี้เด็ดขาด” มีโอกาสโดนต้มสูงมาก

xP1030174

อาหารเย็นวันแรกเป็นต้มเครื่องในอะไรสักอย่าง เรียกไม่ถูก อร่อยดี

xP1030192

ต่อด้วยเมาเท่นดิว ซื้อจาก 7-11

xP1030194

Ootoya ก็มีเหมือนบ้านเรา แต่ไม่รู้ว่าเมนูเหมือนกันหรือเปล่า

xP1030202

เดินไปจนถึงอ่าว เห็นเกาะฮ่องกงอยู่อีกฟาก (ด้านที่ถ่ายคือเกาะเกาลูน)

xP1030212

รถขายไอศกรีม เห็นแล้วนึกถึงหนัง Fallen Angels

xP1030260

ป้ายบอกทางคนเดิน มีอยู่ทั่วไปตามบริเวณที่มีก่อสร้าง

xP1030268

จบวันแรก กลับที่พักใช้ wifi tethering เล่นเน็ตผ่าน 3G ได้อย่างเนียน

xP1030170

วันรุ่งขึ้นมีสัมมนาตั้งแต่เช้าจดเย็น ออกมาเดินได้ก็ตอนค่ำอีกแล้ว เป้าหมายคราวนี้คือ Chungking Mansion

xP1030307

Chungking Mansion เป็นอาคารเก่าแก่ มีทั้งร้านขายค้า และที่พักราคาถูก มีพวกแขกอาศัยอยู่เยอะ และเป็นที่อยู่ของ เหลียงเฉาเหว่ย ในหนังเรื่อง Chingking Express

xP1030308

ข่าวเรื่องประเทศไทยก็มีให้ดูที่ฮ่องกง

xP1030319

แวะไปเดินห้าง Elements เจอร้านที่ขายกล้อง Olympus ด้วย

xP1030340

ลองขึ้นรถไฟใต้ดินของที่นี่ดู สภาพก็สะอาด สว่างไสวดี พอๆ กับบ้านเรา แต่สถานีกว้างขวางและมีร้านขายของอยู่เยอะ

xP1030328

ที่แตกต่างมากคือรถไฟของฮ่องกงมีหลายสาย ครอบคลุมแทบทุกพื้นที่ มีกระทั่งวิ่งลอดอุโมงค์ใต้น้ำเพื่อไปยังอีกเกาะหนึ่ง

xP1030349

ออกมาเจอฝนตกเฉอะแฉะ

xP1030360

ตามถนนจะมีตัวหนังสือบอกให้ระวังรถ

xP1030385

เดินตาม Google Maps บนมือถือ จนมาถึงที่หมายที่ California Tower สังเกตได้ว่าการระบุตำแหน่งโดยใช้ GPS ที่ฮ่องกงนี่จะไม่ค่อยแม่นนักใน step แรก คือการระบุตำแหน่งจาก mobile cell site บางทีห่างจากตำแหน่งจริงไปเป็นกิโล ตรงนี้บ้านเราค่อนข้างดีกว่า แต่ถ้าล็อคตำแหน่งกับดาวเทียมได้ก็จะได้พิกัดแม่นยำดี ถ้าใครคิดจะไปเดินโดยหวังพึ่ง Google Maps อย่างเดียวอาจจะลำบากหน่อย

xP1030386

ซึ่งฝั่งตรงข้ามของ California Tower ที่เมื่อก่อนเคยเป็นร้าน Midnight Express (ที่ Fei Wong ขายอาหารรอบดึกในหนัง Chungking Express) ตอนนี้มันกลายเป็น 7-11 ไปซะแล้ว

xP1030390

ถ่ายรูปจบแล้วก็มุ่งหน้าลงรถไฟใต้ดิน

xP1030394

แวะร้านอาหารรอบดึก สังเกตในทีวีมีข่าวเมืองไทยด้วย

xP1030409

ข้าวเนื้ออบชีส ชามใหญ่มาก สังเกตว่าร้านข้าวในฮ่องกงส่วนใหญ่จะให้ข้าวเยอะแบบนี้เกือบทุกร้าน

xP1030411

จบไปอีกวันนึง กลับที่พัก วันรุ่งขึ้นเป็นสัมมนาวันสุดท้าย เลิกเย็นเหมือนเดิม ออกมาก็มืดแล้ว ไปเดินแถว Avenue of Stars ที่มีแสดงแสงสีเสียง แต่ดูแล้วก็เฉยๆ ไม่น่าสนใจนัก มาดูรอยมือคนดังน่าสนใจกว่า

xP1030477

รูปปั้น Bruce Lee ขนาดเท่าตัวจริง คนต่อคิวถ่ายรูปเยอะมาก

bruce lee

Starbucks มีแทบทุกมุมถนน พอๆ กับ McDonald

xP1030493

บรรยากาศริมน้ำ

xP1030498

ถนนบนเกาะฮ่องกงยามค่ำคืน ไม่ค่อยมีรถวิ่ง

xP1030552

วันรุ่งขึ้นไม่มีสัมมนาแล้ว ได้ออกมาถ่ายรูปเวลากลางวันได้เสียที

xP1030589

พี่ที่ไปด้วยกันพาไปกินติ่มซำ

xP1030591

โฆษณาอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 1000M ขณะที่บ้านเรายังโฆษณา 4M กันอยู่เลย

xP1030613

แวะชม Hong Kong Museum of Art ไม่ค่อยมีอะไรมาก เป็นพวกหม้อไหจานชาม ตัวอักษรจีน ซะเยอะ

xP1030626

ธนาคารกรุงเทพ สาขาฮ่องกง

xP1030639

ตามตรอกซอกซอยในเกาะฮ่องกง บางที่ก็มี Graffiti แบบนี้เหมือนกัน

xP1030647

ลักษณะของเกาะฮ่องจะเป็นภูเขา ถ้าเดินลึกเข้าไปในเกาะ ก็จะเหมือนเดินขึ้นเขา เดินไปเดินมาทะลุไปเจอตลาดสด

xP1030648

ป้ายหน้าร้านเชิญชวนให้อุดหนุนมาก

xP1030659

เดินมาถึงพิพิธภัณฑ์ ดร.ซุนยัดเซ็น

xP1030678

ที่มาถึงที่นี่เพราะอย่างอื่นไม่รู้จะไปเดินดูอะไร และเพิ่งดูหนัง “5 พยัคฆ์พิทักษ์ซุนยัดเซ็น” ก็เลยมาเดินดูเอาความรู้ ภายในจะมีจัดแสดงประวัติ ดร.ซุนยัดเซ็น และเหตุการณ์การปฏิวัติ เป็นแบบพิพิธภัณฑ์ทั่วไป ไม่มี multimedia อะไรหรูหรา (ข้างในห้ามถ่ายรูป)

xP1030674

ออกมาแล้วก็แวะขึ้นรถรางชมวิว

xP1030699

ลงจากรถราง ผ่านไปเจอตึกนี้เข้าพอดี

xP1030709

ที่นี่คือตึก Police Headquarter (เห็นแล้วนึกถึงหนัง Infernal Affairs)

xP1030706

ลงรถไฟฟ้าไปต่อที่ Tung Chung กะว่าจะขึ้นกระเช้าไปดูพระพุทธรูปใหญ่ แต่สภาพอากาศไม่เป็นใจ

xP1030721

ทำให้มีเวลาเหลือก่อนจะกลับไปที่สนามบิน ตอนนี้ก็เลยหาของกินที่ outlet ใกล้ๆ

xP1030729

ที่ outlet ก็มีของแบรนด์เนมทั่วไปอย่าง Citychain, Adidas, Nike ฯลฯ ไม่มีอะไรน่าสนใจมาก

xP1030760

นั่งรถไฟฟ้าไปสนามบินเพื่อเตรียมตัวกลับ ข้อดีของฮ่องกงคือ เราสามารถ check in ล่วงหน้าได้ที่สถานีรถไฟฟ้าในตัวเมือง ทำให้สามารถเดินเที่ยวได้โดยไม่ต้องแบกกระเป๋าหนัก

shopping carts

บริเวณที่รอขึ้นเครื่องมีเต้าเสียบให้ชาร์จ laptop, มือถือ ได้ด้วย สุวรรณภูมิน่าจะเอาเป็นตัวอย่าง

charging point

ที่นั่งบนเครื่องว่างเยอะมาก เพราะขากลับเป็นช่วงที่มีเคอร์ฟิวพอดี แต่กลับถึงสุวรณภูมิก็เรียกแท็กซี่ไปส่งบ้านได้ปกติ แค่ห้ามแวะกลางทาง

xP1030802

จบแล้ว รูปที่เหลือดูได้จาก Flickr set : Hong Kong 2010

มิตรใหม่ อาหารยูนนาน

มื้อสุดท้ายที่เชียงใหม่ จบลงที่ร้าน มิตรใหม่ อาหารยูนนาน เป็นร้านแนวคนจีนแก่ๆ พาครอบครัวมากิน ไม่เหมาะกับวัยรุ่นสักเท่าไหร่

บรรยากาศหน้าร้าน

มิตรใหม่

สั่งชาร้อน จะมาให้เป็นกาแบบนี้

tea

ผัดผักกับแฮมยูนนาน

ผัดผักกับแฮมยูนนาน

ต้มผักโขม

ต้มผักโขม

กับข้าวให้ปริมาณค่อนข้างเยอะ ทำให้ถ้ามาแค่สองคนจะสั่งหลายอย่างไม่ได้ ไม่งั้นกินไม่หมด ก็เลยมีแค่สองอย่าง กินกับข้าวสวย รสชาติอาหารอร่อยแปลกลิ้นดี เสียตรงที่ว่าช้ามาก สั่งกับข้าวไปสองอย่างต้องรอเกินครึ่งชั่วโมงกว่าจะได้ ทั้งๆ ที่มีลูกค้าแค่ 2-3 โต๊ะ

พิกัดร้านอยู่บนถนนราชมรรคา ใกล้ประตูท่าแพ


ดู Chiangmai ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

ศรีสุแพรว

ทริปทัวร์กิน ณ เชียงใหม่ ยังไม่จบ คราวนี้ย้ายทำเลไปแถว มช. กันบ้าง เป็นร้านห้องแถวคูหาเดียว อยู่ด้านหลัง มช. ชื่อร้าน ศรีสุแพรว

ดูจากหน้าร้านก็เป็นร้านอาหารธรรมดา มีขายเหล้า เบียร์ บุหรี่ ตอนที่ไปก็มีฝรั่งมานั่งกินเบียร์กันตั้งแต่ตอนบ่าย

ภายในร้าน

เมนูนี้ที่ร้านเรียกว่า เนื้อฟองดู แต่พอสั่งมาแล้วก็สงสัยว่ามันฟองดูยังไง

เนื้อฟองดู

ที่ร้านจะเอาเตาไฟฟ้ามาตั้งน้ำมันแล้วให้เราเอาเนื้อที่หมักแล้วลงทอดเอง

เนื้อในน้ำมัน

จะเอาผักบุ้งลงทอดด้วยก็ได้ ระวังน้ำมันกระเด็นด้วย

ผักบุ้ง

ทอดสุกออกมาแล้วก็จะได้ประมาณนี้ ป้าคนขายบอกว่าที่จริงแล้วจะให้ที่ร้านทอดให้ก็ได้ ถ้าเกิดว่าขี้เกียจทอดเอง

เนื้อสุก

อันนี้เมนูเสริม เป็นกบทอดกระเทียม กรุบๆ ดี รสชาติคล้ายๆ ไก่

กบทอดกระเทียม

รวมๆ แล้วรสชาติก็โอเค ไม่ถึงกับพลาดไม่ได้ คิดเสียว่ามาลองทอดเนื้อกินเอง

พิกัดร้านอยู่บนถนนสุเทพ หลัง มช.


ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

มีแถมอีกนิด ขี้เกียจแยกเป็นอีก entry นึง

ร้านของกรมปศุสัตว์ อยู่ตรงข้ามกับสวนสัตว์เชียงใหม่ มีขายผลิตภัณฑ์จากนม ทั้งนมกล่อง นมถุง และไอศกรีม

นม

ที่ลองคราวนี้คือ ไอศกรีมนม มีให้เลือกเฉพาะรสเบสิกหน่อยอย่าง รสวานิลลา รสช็อกโกแลต

ไอศครีมนมสด

แต่กินแล้วผิดหวัง นึกว่าจะมีรสนมเข้มข้น แต่กลายเป็นเหมือนมีส่วนผสมของครีมกับนมน้อยเกินไป เลยรู้สึกเหมือนกินไอศกรีมราคาถูก (จริงๆ แล้วมันก็ราคาถูกน่ะแหละ) แนะนำว่าถ้าอยากลองไอศกรีมรสนมอร่อยๆ ให้กิน Um…Milk ของฟาร์มโชคชัยดีกว่า อร่อยกว่าเยอะ

Hinlay

ร้านต่อไปในเชียงใหม่ที่แนะนำคือร้าน Hinlay เป็นอาหารฟิวชั่น แนวอินเดีย+พม่า

ป้ายหน้าร้าน

Welcome

ร้านขนาดไม่ใหญ่นัก แต่จัดบรรยากาศได้ดีมาก อยู่ติดกับสวน มีต้นไม้ร่มรื่นดี

curry house

สำรวจเมนู

menu

Mango Chutney (ไม่รู้ว่าภาษาไทยเรียกว่าอะไร)

Mango chutney

โรตี เอาไว้กินกับอย่างอื่น (หรือจะสั่งข้าวก็ได้)

Roti

สลัดอะไรสักอย่าง

salad

แกง Hinlay เนื้อ

Hinlay

ผักโขม

spinach

Rogun Josh อันนี้เป็นเนื้อแพะ (หรือว่าแกะก็ไม่รู้)

Rogun Josh

Vindaloo ถ้วยนี้เป็นหมู

Vindaloo

อาหารส่วนใหญ่จะเป็นแนวแกงกะหรี่ หอมเครื่องเทศเข้มข้น ถึงจะดูหน้าตาคล้ายๆ กัน แต่ว่าแต่ละอย่างก็อร่อยแตกต่างกันไปคนละแบบ ราคาไม่แพง ถือเป็นร้านแนะนำเลยสำหรับคนที่กินเครื่องเทศและเนื้ออื่นๆ ได้

พิกัดร้านอยู่แถววัดเกตุ เปิดวันจันทร์-เสาร์ ปิดวันอาทิตย์


ดู Chiangmai ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

Artist Cloud

ไปเจอเว็บ Last.fm Tools เป็นเว็บที่เอาข้อมูลการฟังเพลงจาก Last.fm ของเรามาทำ visualize สวยๆ

ลองใช้งาน Artist Cloud ดู (ศิลปินที่ฟังบ่อย)

อันที่เป็นตัวคันจิใหญ่ๆ นั่นคือ Shiro Sagisu คนทำ soundtrack ของ Evangelion

ไก่ทอดเที่ยงคืน

ร้านอาหารรอบดึกขึ้นชื่ออีกร้านหนึ่งของเมืองเชียงใหม่ มีความพิเศษตรงที่เปิดขายตอนเที่ยงคืน ทำให้วันที่คิดจะกินร้านนี้ ต้องพยายามกินข้าวเย็นให้น้อยสักนิด จะได้มีพื้นที่ในท้องเหลือพอสำหรับมื้อดึก

ตอนที่ไปถึงร้านเพิ่งเปิดขายพอดี อาหารที่ขายในร้านเป็นของทอดทั่วไป กินกับน้ำพริกหนุ่มและข้าวเหนียว

จานแรกเป็นไก่ทอดกับไส้อั่ว

ไก่ + ไส้อั่ว

ไส้อ่อนทอดสำหรับคนนิยมเครื่องใน กินแล้วกรุบๆ ดี

ไส้อ่อน

หมูสามชั้นทอด เพิ่มปริมาณไขมันยามดึก

หมูสามชั้น

ผัก และน้ำพริก

ผัก + น้ำพริก

ผู้ร่วมอุดมการณ์

theniw + sweetener

รวมๆ แล้วรสชาติอาหารก็อร่อยดี แต่ไม่ถึงกับเลิศอย่างที่หวัง (และเคยได้ยินเสียงร่ำลือมา) ถ้าชอบกินของทอด ไม่กลัวอ้วน ชอบน้ำพริกหนุ่ม น่าจะหาโอกาสลองไปชิมดู

พิกัดร้านอยู่บนถนนกำแพงดิน ตรงนั้นจะมีอยู่สองร้าน ขายของแบบเดียวกัน ของแท้ให้สังเกตว่าจะมีคนต่อคิวซื้อกลับไปกินที่บ้านเยอะกว่า


ดู Chiangmai ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

อ๋องทิพย์รส

อาหารรอบดึกขึ้นชื่อในเชียงใหม่ที่ได้มีโอกาสไปลองชิมในครั้งนี้ ที่แรกคือร้านอ๋องทิพย์รส

หน้าร้านมีป้ายชื่อ อ๋องทิพย์รส ชัดเจน

อ๋องทิพย์รส

ร้านนี้มีชื่อเล่นที่คนเรียกกันคือ ก๋วยเตี๋ยวหัวนม เพราะว่าลูกชิ้นที่นี่เป็นลูกชิ้นปลาลูกเล็กๆ ขนาดใหญ่กว่าเม็ดบัวลอยสักหน่อย

อันนี้เป็นเส้นหมี่ลูกชิ้น

เส้นหมี่ลูกชิ้น

ร้านนี้รสชาติของอาหารก็ธรรมดาไม่ได้โดดเด่นอะไร แต่จุดขายของร้านคือวิธีรับออเดอร์ของเจ้าของร้าน ที่ใช้ภาษาไม่เหมือนใคร พยายามฟังจับใจความก็ฟังไม่ออก คาดว่าเป็นภาษาที่พัฒนาขึ้นมาใช้เองในร้านสำหรับรับออเดอร์โดยเฉพาะ

อยากลองไปฟังดู เชิญที่พิกัดด้านล่าง


ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

ข้าวซอยอิสลาม

ห่างหายไปหลายวัน กลับมาบล็อกเรื่องของกินที่เชียงใหม่ต่อ

นอกจากข้าวซอยแม่สายที่ได้กินไปในมื้อก่อนแล้ว ก็มีข้าวซอยอีกสูตรหนึ่งที่มีคนแนะนำมา นั่นคือร้านข้าวซอยอิสลาม ตั้งอยู่แถวๆ ถนนเจริญประเทศ ซอย 1

บรรยากาศภายในร้านดูบ้านๆ

ร้านข้าวซอยอิสลาม

อันนี้เป็นข้าวซอยเนื้อ จุดแตกต่างจากข้าวซอยทั่วไปคือ ไม่มีกะทิ และน้ำซุปจะมีรสชาติของเนื้อเข้มข้น

ข้าวซอยอิสลาม

เครื่องเคียงตามมาตรฐาน

เครื่องเคียง

เป็นร้านอิสลามก็ต้องมีข้าวหมกให้สั่งด้วย จานนี้เป็นข้าวหมกแพะ

ข้าวหมกแพะ

ที่สั่งมาสองอย่าง ก็อร่อยทั้งสองอย่าง แต่เนื่องจากต้องการเก็บท้องไว้กินร้านอื่นต่อ เลยต้องจำใจหยุดไว้แค่นี้

พิกัดร้านตามแผนที่ด้านล่าง


ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

ต๋อง อาหารเมือง

หลังจากที่ไปกินข้าวซอยกันในบล็อกคราวที่แล้ว ก็ขี่มอเตอร์ไซค์ต่อ มาทำภารกิจที่คนมาเที่ยวเชียงใหม่ส่วนใหญ่ต้องกระทำกันคือ ไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์อันเป็นหน้าเป็นตาของจังหวัดที่สวนสัตว์เชียงใหม่

หลินปิง

เจ้าหน้าที่บอกว่า ช่วงบ่ายหลินปิงจะเอาแต่นอน ไม่ค่อยทำอะไร ถ้ามาช่วงเช้าจะมีอะไรให้ดูมากกว่า

ออกจากสวนสัตว์มาตอนเย็น ถึงเวลาหาของกิน มื้อนี้ก็ทำตามคำแนะนำของบ้านอ้ายหล้า ที่บอกว่า อาหารเมืองอร่อยๆ ให้ไปที่ร้านต๋อง ถนนนิมมานฯ ซอย 13

เมนูแรกคือ ออเดิร์ฟเมือง สั่งจานเดียวได้หลายอย่างดี

ออเดิร์ฟเมือง

ลองดูแบบครบๆ จะมีทั้งผักลวก ไส้อั่ว แคปหมู จิ้น ไข่ต้ม หมูยอ มาพร้อมกับน้ำพริกให้เลือกจิ้ม

ออเดิร์ฟเมือง

มีผักสดให้กินเป็นเครื่องเคียง กรอบ เย็น และสดดี

ผัก

จานนี้คือ ส้าเนื้อสะดุ้ง จะออกกึ่งสุกกึี่งดิบ มีรสเลือดเข้มข้น

ส้าเนื้อสะดุ้ง

อันนี้ชื่อว่า แกงแคเห็ดถอบ เป็นเห็ดแบบที่ไม่เคยเห็นในเมืองกรุง (ถ้าใครรู้ว่าในกรุงเทพ มีขายที่ไหนโปรดแจ้งด้วย จะเป็นพระคุณ)

แกงแคเห็ดถอบ

ดูเห็ดถอบกันชัดๆ

แกงแคเห็ดถอบ

ลักษณะของเห็ดถอบ จะเป็นลูกกลมๆ เคี้ยวแล้วกรุบๆ ในแกงถ้วยนี้พอเคี้ยวเห็ดให้แตก จะมีน้ำแกงร้อนๆ ไหลออกมาด้วย

ที่ร้านจะมีทั้งส่วนที่นั่งในร้าน และที่นั่งในสวน บรรยากาศคล้ายๆ พวกร้านอาหารริมถนนนราธิวาส แต่อาหารอร่อยกว่า และราคาถูกกว่ากันประมาณครึ่งนึง

ปิดท้ายด้วยพิกัดร้าน ตามแผนที่ด้านล่าง


ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

ข้าวซอยแม่สาย

ข้าวซอยแม่สาย เป็นร้านข้าวซอยเล็กๆ อยู่ไม่ไกลจากบ้านอ้ายหล้าที่ไปพัก ไม่แน่ใจว่าเป็นร้านชื่อดังหรือเปล่า เพราะไม่เห็นมีพวกนักท่องเที่ยวมากินนัก ลูกค้าส่วนใหญ่ก็ดูจะเป็นคนในท้องที่ แต่ตอนที่ถามที่บ้านอ้ายหล้าว่า อยากกินข้าวซอยอร่อยๆ เค้าก็แนะนำให้มาที่นี่

ร้านนี้มีทั้งข้าวซอยเนื้อ และข้าวซอยไก่ให้เลือก

ข้าวซอยเนื้อ

หรือถ้าใครอยากจะกินขนมจีนน้ำเงี้ยวก็มีเหมือนกัน (แต่ไม่ได้สั่ง เพราะเป้าหมายหลักของมื้อนี้คือข้าวซอย)

ข้าวซอยไก่+เนื้อ

รสชาติก็จัดว่าอยู่ในขั้นอร่อยกว่าข้าวซอยทั่วๆ ไปที่เคยกิน ราคาก็ไม่แพง

เครื่องเคียง

ใครอยากลองชิม ก็ลองกันดูได้ แผนที่ตามนี้เลย


ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

Banilah, Chiang Mai

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีโอกาสลาพักร้อน หนีไปเที่ยวเชียงใหม่ในช่วง low-season จากที่ก่อนหน้านี้เคยมาเที่ยวตัวเมืองเชียงใหม่แล้ว 2-3 ครั้ง ต่างโอกาสกันไป (ครั้งล่าสุดก็ตอนปี 2008)

ครั้งนี้เดินทางจากกรุงเทพ ด้วยรถนอน gold class จากนครชัยแอร์ (เกือบจะหรู ถ้าหรูสุดต้อง first class แพงกว่ากัน 200 บาท) รถออกจากกรุงเทพ 22.00 ถึงสถานีอาเขต เชียงใหม่ประมาณ 7 โมงเช้า

ที่พักที่จองไว้ เป็น guesthouse เล็กๆ ที่ @bact แนะนำมา อยู่หลังโรงเรียนโสตศึกษา ชื่อว่า บ้านอ้ายหล้า (Banilah) นั่งรถแดงจากสถานีอาเขตไม่นานก็ถึง (พิกัด ใน Google Maps)

บ้านอ้ายหล้า

ตัวตึกมีสามชั้น มีห้องพักทั้งแบบเตียงเดี่ยว เตียงคู่ ห้องแอร์ ห้องพัดลม ราคาตั้งแต่คืนละ 300-600 บาท

บ้านอ้ายหล้า

ในห้องมีทีวี ที่แขวนเสื้อ โต๊ะ โคมไฟ ถังขยะ ห้องน้ำให้ครบครัน สะอาดและเป็นระเบียบดี มีถังขยะแยกของรีไซเคิลด้วย

บ้านอ้ายหล้า

ด้านหน้าเปิดเป็นร้านกาแฟเล็กๆ มีอาหารเช้า กาแฟ wifi และแมวอีกหลายตัว!

บ้านอ้ายหล้า

เจ้าของที่พักและทีมงานเป็นกันเองดี แนะนำที่กินที่เที่ยว บริการโทรเรียกรถมอเตอร์ไซค์ รถตุ๊กๆ ให้ด้วย

Cat

ใครสนใจลองไปดูได้ที่เว็บ Banilah.com

QR Code Bookmarklet

บางโอกาสที่อยากจะเปิดหน้าเว็บที่เปิดอยู่ในปัจจุบันดูในมือถือบ้าง แต่เนื่องจากการพิมพ์ URL ลงในมือถือก็ไม่ใช่เรื่องสนุก วิธีที่เคยทำคือ ใช้วิธีย่อ URL ด้วยบริการอย่างพวก bit.ly แล้วพิมพ์ URL ย่อๆ เอา ซึ่งก็ลดจำนวนตัวอักษรที่ต้องพิมพ์ไปได้เยอะ

วันนี้คิดออกอีกวิธีนึงคือ แปลง URL ปัจจุบันให้กลายเป็น QR code ซะ แล้วเอากล้องมาอ่าน ก็จะง่ายดี

วิธีแปลง URL ให้กลายเป็น QR code ได้แบบง่ายๆ คือทำเป็น bookmarklet (โดยใช้บริการสร้าง QR code ของ kaywa.com) ได้ bookmarklet มาตามนี้ ลากไปใส่ใน bookmark toolbar ได้ทันที (คนที่อ่าน blog นี้จาก feed reader อาจจะไม่เห็น)

QR Code

code สั้นๆ สำหรับผู้สนใจ
javascript:document.location='http://qrcode.kaywa.com/img.php?s=8&d='+encodeURIComponent(document.location)

400 Bad Request on Prachatai

หลายคนที่เข้าเว็บประชาไทไม่ได้ มักจะมาจาก 2 สาเหตุหลักๆ คือ

  1. เข้าผ่านทางโดเมน prachatai.com, prachatai.net, prachatai.info, prachatai1.info, prachatai2.info ซึ่ง ศอฉ. บล็อกไปหมดแล้ว เนื่องจากมีเนื้อหาขัดต่อความมั่นคงของ ศอฉ. และรัฐบาล

    วิธีแก้ : เข้าผ่านทาง prachatai3.info หรือถ้าอันนี้โดนบล็อกอีก ก็คงจะเดาได้ว่าให้ลองเข้า prachatai4.info ดู คิดว่าเครื่องบล็อกเว็บของกระทรวงไอซีที ไม่สามารถบล็อกเป็น regular expression /prachatai\d*\.(com|net|info)/i ได้

  2. เข้ามาแล้วเจอข้อความ “400 – Bad Request” ซึ่งเท่าที่บอกต่อๆ กันมาคือ วิธีแก้ให้ไปลบ cookie ของ web browser ทิ้งซะ แล้วจะเข้าได้ (แต่พอเข้าได้สักพัก ไม่นานก็จะเจอปัญหานี้อีก) คาดว่าปัญหามาจากปัญหาเทคนิคการจัดการ cookie ของเว็บประชาไทที่ไม่ครอบคลุมพอ อาจจะด้วยความต้องการป้องกัน DoS หรือลดจำนวนโหลดที่เข้าสู่ server หรืออะไรก็ตาม

    วิธีแก้ : ตั้งค่าให้ web browser ไม่รับ cookie จากเว็บประชาไท ตามวิธีด้านล่าง

ตัวอย่างนี้ใช้ Firefox เป็นตัวอย่าง สำหรับ web browser อื่น คงทำได้คล้ายๆ กัน หรือถ้าใช้ Internet Explorer อยู่ แนะนำให้ดาวน์โหลด Firefox มาใช้แทน

ขั้นแรกก็เข้าไปที่ ปรับแต่ง > ความเป็นส่วนตัว แล้วคลิกที่ ยกเว้น

firefox - ความเป็นส่วนตัว

จากนั้นก็ใส่โดเมนที่เราไม่ต้องการรับ cookie เข้าไป แล้วเลือก “บล็อก”

ยกเว้น - คุกกี้

ต่อไปเวลาเข้า ก็จะไม่เจอ 400 – Bad Request อีก

Evangelion 2.22 : You Can (Not) Advance

จากที่เคยเขียนเรื่อง Evangelion 2.0 : You Can (Not) Advance ซึ่งเป็นตอนที่สองในซีรีย์ Rebuild of Evangelion ไปเมื่อปีที่แล้ว เกือบหนึ่งปีผ่านไป ในที่สุดมันก็ออก DVD / BluRay มาขายแล้ว ในชื่อว่า “Evangelion 2.22

ด้วยพลังของอินเทอร์เน็ตและ bittorrent ทำให้แฟน Evangelion ชาวไทย (และชาติอื่น) สามารถหาไฟล์คุณภาพสูงมาดูได้ในเวลาอันรวดเร็ว ไม่ต้องทนดูหนังซูม ภาพไม่ชัด ไม่มีซับอีกต่อไปแล้ว

ต่อไปนี้ เป็น spoil หากใครยังไม่อยากรู้เนื้อเรื่อง โปรดปิดหน้านี้ซะ!

Evangelion 2.22 : EVA-05

สาวแว่น Mari ตัวละครใหม่ กับ Eva-05

Evangelion 2.22 : EVA-00

EVA-00 วิ่งหน้าตั้ง

Evangelion 2.22 : Mari

ฉากแรกที่ Mari ได้เจอกับ Shinji

Evangelion 2.22 : EVA-03

EVA-03 ที่โดนควบคุมโดยเทวทูต และมีอาสึกะอยู่ข้างใน!

Evangelion 2.22 : Gendo

เกนโด ในสภาพเปื้อนเลือดไปครึ่งตัว

Evangelion 2.22 : Berserk

EVA-01 กลายเป็นตัวแดงแรงสามเท่าไปแล้ว

สิ่งที่สังเกตได้จากการดูภาพเนียนๆ มีซับให้อ่านคราวนี้

  • Pilot ผู้หญิงทั้งสามคน มีชื่อว่า Ayanami, Shikinami, Mikanami ตามการตั้งชื่อเรือรบของญี่ปุ่น
  • อาสึกะชอบชินจิอย่างเห็นได้ชัด
  • เรย์อยากให้ชินจิกับพ่อคืนดีกัน
  • สิ่งที่คาจิเอามาให้เกนโดในต้นฉบับ เป็นตัวอ่อนของอดัม แต่ในเวอร์ชันนี้ เป็นสิ่งที่ถูกเรียกว่า “Key of Nebuchadnezzar” (กุญแจสู่ยานของมอร์เฟียสงั้นเรอะ?)
  • หอกลองจินุส หน้าตาไม่เหมือนเดิม

ที่แน่ๆ จากเมื่อก่อน ถ้าถามว่าชอบตัวละครไหนของ Evangelion มากที่สุด จะตอบว่า Rei หรือ Asuka ก็ไม่ค่อยเต็มปาก เพราะว่าชอบทั้งคู่พอๆ กัน แต่ในตอนนี้มีคำตอบแล้วว่า ต้องเป็น Mari Illustrious Makinami เท่านั้น! สาวแว่นสุดยอด!

Wide angle lens

หลังจากที่ตอนปลายปีที่แล้วซื้อกล้อง Panasonic Lumix GF-1 มาใช้แล้ว ตั้งใจกับตัวเองว่า ถ้ายังผ่อนไม่หมดก็จะยังไม่ซื้อเลนส์เพิ่ม ส่วนหนึ่งก็เพราะเลนส์ Pancake 20mm/f1.7 ที่แถมมาด้วยนั้น ใช้งานได้ดีมากอยู่แล้ว

แต่ด้วยความ obsess กับการถ่ายรูปมุมกว้าง ก็เลยอยากได้เลนส์สักตัวที่ถ่ายได้กว้างๆ หน่อย ซึ่งในตระกูล Micro 4/3 ตอนนี้มีให้เลือกอยู่สองตัวคือ Panasonic Lumix 7-14mm 1:4 กับ Olympus M.Zuiko 9-18mm 1:4-5.6

ตัวแรก spec ดีกว่า ภาพออกมาสวยกว่า ได้มุมกว้างกว่า ส่วนตัวหลัง เล็กกว่า เบากว่า ใส่ filter ปกติได้ และถูกกว่าพิจารณาปัจจัยหลายอย่างแล้ว ก็ไปจบลงที่ Olympus 9-18mm ด้วยเหตุผลหลักเลยคือเรื่องราคา

Olympus 9-18

มีรีวิวเลนส์ตัวนี้ที่ DPreview ด้วย

ตัวอย่างภาพ

xP1030802

xP1030648

xP1030356

xP1030652

ที่ดูเหมือนมี vignette นั่นตั้งใจให้มันมีมาจากตอน process RAW อยู่แล้ว ไม่เกี่ยวกับคุณภาพเลนส์แต่อย่างใดนะ

ร้านกาแฟเคลื่อนที่

กาแฟเคลื่อนที่

ร้านกาแฟเคลื่อนที่, ปั๊มน้ำมันแถวซอยนานา (คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่)

World Cup 2010

อีกเพียงแค่ 40 กว่าวันก็จะถึงเวลาฟาดแข้งของ ฟุตบอลโลก 2010 แล้ว (รายการอื่น ใครจะได้แชมป์ก็ช่างมันเถอะนะ ไม่ได้ติดตามมาก)

เนื่องจากบอลไทยไม่ได้ไปบอลโลกเสียที ดังนั้นทีมที่ติดตามเชียร์ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ก็เลยขอเชียร์ทีมจากประเทศที่มีความใกล้เคียงกับประเทศไทยมากที่สุด ได้แก่ ทีมชาติเกาหลีเหนือ นั่นเอง

เกาหลีเหนือเข้ารอบในฐานะรองแชมป์กลุ่มบี โซนเอเชีย มีประวัติเคยเข้ารอบสุดท้ายบอลโลก 2 ครั้ง ผลงานที่ดีที่สุดคือเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย (ปี 1966 โน่น)

แต่ความซวยของเกาหลีเหนือคือ จับสลากได้ไปอยู่ในสาย G อันประกอบไปด้วย บราซิล, โปรตุเกส และ ไอวอรีโคสต์ เรียกว่าโคตรหิน แต่ละทีมสามารถเป็นที่หนึ่งของกลุ่มอื่นได้เลย ต่อให้มีปาฏิหารย์ก็ยากที่เกาหลีเหนือจะเข้ารอบได้

หากใครมีอุดมการณ์เดียวกัน เชิญร่วมเชียร์ทีมชาติเกาหลีเหนือได้ด้วยการเข้าร่วม ชมรมซาบซึ้งและเทิดทูนท่านพ่อคิมอิลซุง และครอบครัว เชื่อว่าด้วยพลังความเชื่อมั่นต่อท่านเสด็จพ่อคิมอิลซุง จะทำให้นักเตะโสมแดง ผ่านด่านอรหันต์ทั้ง บราซิล, โปรตุเกส และ ไอวอรีโคสต์ ไปได้!

Jin-Emon

เมื่อวานไปทำธุระแถว MBK (ยังเปิดอยู่นะ) + เดินดูนิทรรศการที่หอศิลป์ (อันนี้ก็ยังเปิดอยู่) เสร็จเอาตอนเย็นๆ ก็เลยมองหาของกินแถวนั้น ไปจบเอาที่ร้าน Jin-Emon ชั้น 1 MBK ฝั่งติดกับโรงแรม

Jin-Emon เป็นร้านสปาเก็ตตี้สไตล์ญี่ปุ่น คือจะเน้นเมนูฟิวชั่นและเป็นสปาเก็ตตี้แนวที่คนญี่ปุ่นชอบกิน เห็นว่ามีอีกสาขาตรงทองหล่อด้วย

สิ่งที่ประทับใจอย่างแรกคือ ฝาผนังของที่นี่เป็นการ์ตูน! จงใจทำให้เป็นการ์ตูนแนวทำอาหาร มีฉากโชว์วัตถุดิบ ฉากซาบซึ้งกับรสชาติ อ่านแล้วก็ฮาดี (เรียงช่องแบบญี่ปุ่นด้วย)

Jin-Emon

ช้อนส้อม กระดาษเช็ดมือ

Jin-Emon

เมนูนี้เป็นซุป ใส่เบคอน สลัดผัก และชาร้อน เติมซุป เติมชา ได้ตลอด

Jin-Emon

สปาเก็ตตี้ซุปหอยลายเห็ด ชามใหญ่มาก มีทั้งเห็ดเข็มทอง เห็ดนางฟ้า และเห็ดหอม

สปาเก็ตตี้ซุปหอยลายเห็ด

สปาเก็ตตี้นโปลิตัน แบบที่ คิตะมูระ โค ชอบสั่งในเรื่อง Cross Game เป็นสปาเก็ตตี้ยอดนิยมของชาวญี่ปุ่น ส่วนประกอบหลักเป็นซอสมะเขือเทศ พริกยักษ์ เบคอน มะเขือเทศ หอมใหญ่

นโปลิตัน!

รสชาติจัดว่าใช้ได้ เมนูก็มีให้เลือกหลายอย่างมาก มีตั้งแต่ราคาไม่ถึง 100 ไปจนถึง 300 กว่าบาท เสียตรงที่รูปภาพในเมนูเล็กเกินไป ดูไม่ค่อยออกว่าแต่ละอย่างมันหน้าตาชัดๆ เป็นยังไง

เบ็ดเสร็จ สองคน หมดไป 305 บาท ไม่มี VAT ไม่มี service charge

Recent Playlist

ขอแบ่งปัน Playlist ที่ฟังอยู่ในช่วงนี้ไว้สักหน่อย เผื่อจะมีผู้อ่านรสนิยมเดียวกัน

Manic Street Preachers – If You Tolerate This

U2 – Sunday Bloody Sunday

http://www.youtube.com/watch?v=Q4p_pHojf1w

Rage Against the Machine – Killing In The Name

Guns ‘N Roses – Civil War

Megadeth – Symphony of Destruction

Sex Pistols – God Save the Queen

Coldplay – Viva la Vida

Singapore in Panorama

อาทิตย์ก่อน (โน้น) ไปสิงคโปร์มา ลองถ่ายรูปแล้วเอามาต่อกันในโปรแกรม Hugin (คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่)

อ่าวอะไรก็ไม่รู้ มองไปไกลๆ จะเห็น Singapore Flyer

รถไฟใต้ดิน สถานีไหนสักแห่งมีภาพวาดข้างฝาผนังสไตล์สังคมนิยม แปลกดี บ้านเราคงมีแบบนี้ไม่ได้

ตึกสูงย่านธุรกิจ

รัฐสภาเก่า (มั้ง) สวยดี

ไปแบบไม่ได้เตรียมตัวมาก ไม่ค่อยรู้เลยว่าสถานที่ไหนมีความสำคัญยังไงบ้าง กะจะเดินไปด้วยใช้โทรศัพท์หาข้อมูลไปด้วย แต่ free wifi มัน coverage ไม่ค่อยทั่วถึง มีเฉพาะในย่านชุมชน, สถานศึกษาเท่านั้น (คล้ายๆ truewifi บ้านเรา) แนะนำว่าถ้าใครจะไปสิงคโปร์แล้วต้องการ internet ใช้ ให้ซื้อ data sim เอาดีกว่า

The Daily Dose Plugin for Plex.app

The Daily Dose เป็นรายการวิเคราะห์สถานการณ์ทั้งเรื่องการเมือง/เศรษฐกิจ คนจัดรายการเป็น ม.ล.ปลื้ม ฉายทางเคเบิลช่อง Voice TV

เนื่องจากที่บ้านไม่มีเคเบิล ไม่มีจานดาวเทียม ทำให้ตอนที่ดูรายการนี้ ก็ต้องเปิดเว็บเข้าไปดู ซึ่งก็ดูได้ ไม่มีปัญหาอะไร แต่เกิดรู้สีกว่า ถ้าเปิดทีวีที่บ้านแล้วกดรีโมทดูได้เลยก็คงเนียนดี เอาไว้ดูตอนเช้าก่อนไปทำงานก็ได้ (เบื่อสรยุทธแล้ว)

การจะทำแบบนี้ได้ต้องมีระบบคอมที่ต่อกับทีวีไว้อยู่แล้ว และรันซอฟต์แวร์ประเภท media center ไว้ด้วย ซึ่งตัวปัจจุบันที่ใช้อยู่คือ Plex.app สามารถเขียน Plugin เข้าไปเพิ่มความสามารถ เพิ่มช่องที่ต้องการเข้าไปเองได้

ตัว Plugin framework ของ Plex.app ออกแบบมาให้เขียนด้วย python แต่ document มีให้ดูไม่เยอะเท่าไหร่ อาศัยแกะจากโค้ดของ plugin ตัวอื่นๆ เอา สุดท้ายก็ได้ plugin สำหรับ The Daily Dose ออกมา หน้าตาตามรูป

ตอนนี้โค้ดยังง่อยๆ แสดงแค่รายการตอนล่าสุดเท่านั้น ถ้าขยันจะทำเพิ่มสำหรับดูย้อนหลังด้วย

ใครที่ใช้ Plex.app เหมือนกัน สามารถโหลดไปใช้ได้ตามลิงก์นี่เลย

TheDailyDose.bundle

เป็นไฟล์ zip แตกออกมาแล้วเอาไปใส่ไว้ที่ ~/Library/Application Support/Plex Media Server/Plug-ins/ เวลาเปิดโปรแกรมขึ้นมา จะไปโผล่อยู่ในเมนู Video > The Daily Dose

สำหรับคนที่ใช้โปรแกรมอื่นอย่าง XBMC ก็น่าจะเอาไปแก้นิดๆ หน่อยๆ แล้วใช้ได้เหมือนกันนะ

R.I.P.

R.I.P.

1 วัน หลังเกิดเหตุ

ภาพอื่นๆ อยู่ใน Flickr set : ที่เกิดเหตุ

Democracy Beauty

Promotion: มา 4 ฟรี 1 ด้วย

Democracy beauty

ถ่ายมาจากหน้าเกษรพลาซ่า เมื่อเย็นวาน รูปอื่นๆ ดูเพิ่มเติมได้ที่ Flickr set : From SiamSquare to Central World Plaza

Green Dam Girl

งาน BarCamp Singapore ที่ผ่านมา ในช่วง After party ที่จัดขึ้นที่ hackerspace.sg เป็นโอกาสให้บรรดาผู้ร่วมงานได้มาคุยกัน ตอนที่เข้าไปคุยกับ @bencrox เห็นเสื้อยืดที่เค้าใส่มา เป็นลายตัวการ์ตูนแนวโมเอะ ก็นึกว่าเป็นพวกนิยม anime เลยลองสอบถามดู ได้ความว่าเป็น sub-culture หนึ่งของจีน

เสื้อยืด Green Dam Girl

Green Dam Girl

ที่มาของตัวการ์ตูนนี้ต้องท้าวความไปถึงเรื่องการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตในเมืองจีน ซึ่งนอกจาก The Great Firewall of China ที่เรารู้จักกันแล้ว ยังมีโปรแกรมที่ชื่อว่า Green Dam Youth Escort ซึ่งทางการจีนบังคับให้ต้องติดตั้งไว้ในคอมพิวเตอร์ตามโรงเรียน และเน็ตคาเฟ่ทั้งหมด คอมพิวเตอร์บางยี่ห้อก็จะติดตั้งโปรแกรมนี้มาให้ตั้งแต่ตอนซื้อมาเลย โดยตัวโปรแกรมมีหน้าที่ตามคำโฆษณาว่าเป็นโปรแกรมช่วยกรองภาพลามกอนาจารและเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ซึ่งแน่นอนว่ามีหน้าที่อื่นอีกคือการเซ็นเซอร์เนื้อหาที่ทางการไม่ต้องการให้ประชาชนได้รับรู้ และคอยจับตาดูว่าประชาชนใช้คอมพิวเตอร์ทำอะไรบ้าง

หน้าจอของโปรแกรม Green Dam Youth Escort

ตัวการ์ตูน Green Dam Girl ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อล้อเลียนโปรแกรมนี้ (ทำนองเดียวกับ OS-Tan ทั้งหลาย) ลักษณะหลักๆ ก็คือจะใส่เสื้อผ้าสีเขียว, มีปลอกแขนสีแดง มีตัวหนังสือที่เแปลได้ว่า “ระเบียบวินัย”, กอดตุ๊กตากระต่าย สัญลักษณ์ของโปรแกรม, ใส่หมวกที่มีรูปปู ซึ่งในภาษาจีน คำว่า “ปูแม่น้ำ” กับ “ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน” ออกเสียงคล้ายๆ กัน

ด้านหลังของเสื้อ เป็นลายประมาณว่า ทนเห็นเนื้อหาบางอย่างบนอินเทอร์เน็ตไม่ได้ จนต้องปิดตาหนี

Green Dam Girl

นอกจาก Green Dam Girl แล้ว ยังมีศัตรูของ “ปูแม่น้ำ” เป็นตัว Alpaca ที่ชื่อว่า Cao Ni Ma (草泥马) แปลตามตัวอักษร ก็ได้ความหมายว่า Grass Mud Horse แต่จริงๆ แล้วมันจะไปพ้องกับคำว่า 肏你妈 ที่ออกเสียงคล้ายๆ กัน แต่แปลว่า “Fuck Your Mother” ส่วนหน้าตาของตัว Alpaca ดูได้จากคลิปประกอบเพลงด้านล่าง

Kings of Convenience Live in Bangkok

Kings of Convenience วง pop สองหนุ่มจากประเทศนอร์เวย์ มาเยือนไทยเป็นครั้งแรก งานนี้ทีแรกคิดว่าจะมีคนมาดูไม่เยอะ แต่เอาเข้าจริงๆ แล้วบัตร 800 ใบที่วางขาย หมดลงภายใน 1 สัปดาห์ ทำให้ทางผู้จัดต้องเปลี่ยนสถานที่เล่น จากร้าน Butter Butter (หลัง Esplanade) ไปเป็น Moonstar Studio (ลาดพร้าว 80) และประกาศขายบัตรเพิ่ม ซึ่งก็ sold out อีก ทำให้รู้ได้ว่าแฟนเพลงของสองหนุ่มนี้ในบ้านเราก็มีอยู่พอสมควรเลยทีเดียว

สถานที่จัดคอนเสิร์ตเป็นสตูดิโอชื่อว่า Moonstar Studio ซึ่งก็กว้างขวาง แอร์เย็น ระบบเสียงดี ติดอยู่ตรงที่ว่ามันอยู่ในซอยลาดพร้าว 80 และคอนเสิร์ตจัดตอนหัวค่ำของวันทำงาน แฟนเพลงส่วนใหญ่ของ Kings of Convenience ก็เป็นวัยทำงานอยู่แล้ว กว่าจะเลิกงาน กว่าจะฝ่ารถติดมาถึงได้ เล่นเอาเหนื่อย โชคดีที่มีวงเปิดเป็น Sqweez Animal เล่นคั่นเวลาไปก่อน

ข้างเวทีมีจอฉายภาพให้ดู สำหรับคนอยู่ไกล

big screen

ระบบเสียงดี เสียงใส เก็บลูกเล่นของกีตาร์ได้เป็นเม็ดๆ

xP1020333

เวทีสวยดี เปลี่ยนสีได้ตามเอฟเฟ็กต์แสงไฟ

xP1020349

ข้างหลังมีเปียโนอยู่ แต่เล่นจริงๆ ไม่ถึงสามนาที

xP1020346

Erlend เอากล้องมาถ่ายรูปคนดูด้วย

Taking picture

ดูเหมือนว่าจำนวนเพลงที่เล่น จะมีน้อยกว่าที่เล่นที่สิงคโปร์ รู้สึกว่าคอนเสิร์ตมันจบเร็วพิกล

Tiger Translate 2010

งาน Tiger Translate ประจำปี 2010 จัดเป็นครั้งที่ 3 แล้ว เป็นงานศิลปะแนว street art + คอนเสิร์ต คราวนี้จัดที่ลานจอดรถหลัง Esplanade รัชดา บัตรราคา 500 บาท แลกเบียร์ได้ 1 แก้วใหญ่ ถ้าเป็นบัตรฟรีที่ได้จากสื่อต่างๆ จะแลกเบียร์ไม่ได้ แต่ในงานก็มีซุ้มเบียร์ให้ซื้อได้ทั้งแบบเหยือก / refill / แก้ว / กระป๋อง

บรรยากาศในงานมีส่วนจัดแสดงพวก street art ให้คนไปถ่ายรูปเล่นได้

xP1020314

เวทีมีสองชั้น เวลาสลับวงที่จะเล่น ก็จะสลับเวที ทำให้ไม่เสียเวลารอเซ็ตเครื่องดนตรี

Stage

เวทีด้านบนเป็นวง มหาจำเริญ ลำบากคนอยู่แถวหน้า มองขึ้นไปลำบาก

xP1020155

Flure เล่นเวทีด้านล่าง ถ่ายรูปง่ายหน่อย

Flure

คนดูเยอะใช้ได้

xP1020180

วงไฮไลท์ของงานนี้คือ Placebo จากประเทศอังกฤษ

Placebo

การ์ดตรวจเข้มมาก สั่งห้าม “กล้องใหญ่” ถ่าย

Security

แต่เนื่องจากใช้กล้องที่หน้าตาไม่เหมือนกล้องใหญ่ แค่ถอดเลนส์อันใหญ่ออก เอาเลนส์แพนเค้กใส่ ก็หน้าตาออกมาเป็นกล้องธรรมดาแล้ว ถ่ายต่อได้

Placebo

หลังจาก Placebo แล้วก็มี Paradox + Suharit เล่นต่อ ก็เป็นอันจบงาน ขอบคุณเบียร์ Tiger สำหรับการสนับสนุน

xP1020292

จริงๆ แล้วมีวงอื่นอีกที่เล่น ได้แก่ Moderndog, ริค, Abuse the Youth, ลุลา แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมา ส่วนรูปอื่นๆ ดูได้จาก flickr set Tiger Translate 2010

จบงานแล้วไปต่อที่ ข้าวมันไก่ รัชดาซอย 3 อิ่มแล้วกลับบ้านนอน สบายใจ

ข้าวมันไก่ รัชดาซอย 3

เมื่อก่อนเคยอาศัยอยู่ในซอยนี้ มีร้านข้าวมันไก่ที่อร่อย เปิด 24 ชม.​ สามารถฝากท้องได้เวลาหิว จนวันเสาร์ที่ผ่านมาไปงาน Tiger Translate ที่ Esplanade จนตอนงานเลิก ดึกแล้วรู้สึกหิวพอดี ก็เลยแวะไปกิน

ไก่ตัวอ้วนๆ มีเต็มตู้

ข้าวมันไก่

ข้าวมันไก่มาแล้ว

ข้าวมันไก่

ถ้าสั่งสองจาน มีน้ำซุปกระดูกไก่แถมด้วย (ถ้าจานเดียว จะได้แค่น้ำซุปถ้วยเล็ก ไม่มีกระดูก)

ข้าวมันไก่

ที่จริงร้านนี้ก็มีข้าวไก่ทอดด้วย แต่ไม่อร่อยเท่าข้าวมันไก่ธรรมดา ราคาก็จานละ 30 บาท ไม่แพงไร้สาระเหมือนร้านตรงประตูน้ำ ความอร่อยไม่แพ้กัน

รัชดาซอย 3 เป็นซอยอยู่ข้างๆ สถานทูตจีน ถ้าเข้ามาจากทางถนนรัชดา จะเจอสี่แยกแรกที่มี 7-11 อยู่ตรงหัวมุม ร้านข้าวมันไก่นี้อยู่ตรงสี่แยก ฝั่งที่มีร้านเช่าวีซีดี (อย่าสับสน! เพราะหัวมุมอีกฝั่งก็มีร้านข้าวมันไก่อีกร้านเหมือนกัน)

Wordpress query caching in Memcached

มีปัญหาเรื่อง performance ของ wordpress อยู่เรื่องนึง ที่น่าหงุดหงิดใจมานานแล้ว คือในตอนที่ใช้ memcached มาทำเป็น cache backend ให้ wordpress เพื่อลดภาระของ database มันก็ช่วยได้เยอะอยู่ แต่ก็ยังมีบาง query ที่ตัว wordpress มันไม่ยอม cache ให้ ดังเช่น query ด้านล่างนี้

SELECT SQL_CALC_FOUND_ROWS  wp_posts.* FROM wp_posts  WHERE 1=1 
AND wp_posts.post_type = 'post' AND (wp_posts.post_status = 'publish') 
ORDER BY wp_posts.ID ASC LIMIT 0, 1

เป็น query เจ้าปัญหาที่ถูกเรียกทุกครั้ง ทั้งๆ ที่ query อื่นถูก cache ไว้หมดแล้ว ทำให้ 1 request ที่เข้ามา ต้องมีการ query อย่างน้อย 1 query เสมอ ซึ่งดูเหมือนไม่เยอะเท่าไหร่ แต่ถ้าเว็บใหญ่ๆ ในระดับที่มีคนเข้าชั่วโมงละเป็นหลายหมื่น มันก็ทำให้ database ร่วงได้เหมือนกัน (อันนี้ยังไม่นับเรื่อง stampeding requests)

เมื่อมาลอง debug + ไล่โค้ดไปเรื่อยๆ ก็เจอเข้ากับ default filter ตัวหนึ่งของ wordpress ที่เพิ่มเข้ามาตอน wordpress 2.8 ที่ชื่อว่า start_post_rel_link มีหน้าที่แทรกแท็ก link เข้าไปที่ส่วน head ของหน้านั้นๆ ประมาณนี้

<link rel='start' title='Current Post Title'
href='http://www.pittaya.com/CurrentPostTitle/' />

แค่นี้แหละ ที่ต้องทำให้มี query ทุกๆ ครั้งที่เปิด (ซึ่งเป็น query ประเภท using filesort ที่ประสิทธิภาพห่วยอีกด้วย)

วิธีเอาออกก็ไม่ยากอะไร แค่ไป remove filter ออก โดยใส่โค้ดตามนี้ไว้ใน functions.php ของ theme ที่ใช้

remove_action('wp_head', 'start_post_rel_link', 10, 0);

แค่บรรทัดเดียวเท่านั้น ทำให้ลดโหลดของ database ลงไปได้มหาศาล สมกับคำโปรโมทของ wordpress ที่ว่า “โค้ดเป็นดั่งบทกวี”

เพียงแต่บทกวีบรรทัดนี้เสียเวลาเขียนอยู่ตั้ง 3 ชั่วโมง

New Parliament

วันก่อนไปดูนิทรรศการ “รัฐสภาแห่งใหม่” ที่หอศิลป์ตรง MBK เป็นงานจัดแสดงผลงานที่มีคนส่งเข้าประกวดในโครงการประกวดแบบรัฐสภาแห่งใหม่ที่เค้าเตรียมจะสร้างกัน

โปสเตอร์หน้าตาแบบนี้

poster

สำหรับโครงการ รัฐสภาแห่งใหม่ อันนี้มีการตัดสินกันไปเรียบร้อยตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ในงานนี้จะมีภาพการออกแบบของคนที่ส่งเข้าประกวดมาแปะๆ ให้ดูกัน มีอยู่หลายสิบแบบ แล้วก็จะมีแบบที่ผ่านเข้ารอบจำนวน 5 แบบ ที่เอามาสร้างเป็นโมเดลจำลองให้ดูกัน

อันนี้ก็เป็นแบบหนึ่งที่เข้ารอบ หน้าตากลมๆ ผมว่าดูโบราณไปหน่อย

New Parliament

เนื่องจากสถานที่ที่จะสร้างรัฐสภาแห่งใหม่นี้มีด้านหนึ่งติดแม่น้ำ หลายๆ แบบที่ส่งเข้ามาก็จะออกแบบให้ดูสวยเวลามองจากอีกฝั่งเข้ามา อย่างอันนี้มีทรงสูงเด่นขึ้นไป (แต่ไม่รู้เอาไว้ใช้ประโยชน์อะไร)

New Parliament

แบบส่วนใหญ่ที่เห็น จะเน้นว่าต้องมีอะไรไทยๆ แปะอยู่ บางแบบทำได้กลมกลืนกับส่วนที่เหลือก็ดูโอเคดี แต่บางอันที่เหมือนเอามาแปะไว้เฉยๆ มันก็ไม่เข้ากันเสียเลย

New Parliament

อันนี้ดูได้อารมณ์มั่นคงดี แต่ตรงกลางหน้าตามันคล้ายๆ Louvre ไปหน่อย

New Parliament

ข้างล่างนี่เป็นแบบที่ชนะการประกวด ชื่อผลงานว่า “สัปปายะสภาสถาน” มีแนวคิดว่าเป็นการเอาธรรมะเข้ามาช่วยแก้วิกฤตทางการเมืองเนื่องจากความเสื่อมทางศีลธรรม

New Parliament

เอาแค่เรื่องหน้าตาอย่างเดียวมันก็สวยงามดี ยกเว้นไอ้สีเหลืองๆ ข้างบนที่เอามาแปะไว้ทำไมก็ไม่รู้ จะออกแบบรัฐสภาให้หน้าตาออกมาเหมือนวัดทำไม แค่การเอาความเชื่อของศาสนาใดศาสนาหนึ่งมายึดโยงเข้ากับสิ่งก่อสร้างที่ควรจะเป็นของประชาชนทุกคนโดยไม่เกี่ยงเรื่องศาสนาและความเชื่อ มันก็ผิดตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว

ลองดูความเห็นของนักวิชาการด้านนี้โดยตรง

“เขาจัดวางพื้นที่ของ ประชาชนไว้เป็นเรื่องสาธารณ์ซึ่งมีโลกุตระที่ศักดิ์สิทธิ์ มีความพิเศษ คอยอยู่เหนือ คอยข่มคุณอยู่ แบบนี้มันไม่เห็นเอื้ออะไรกับเรื่องสิทธิพลเมือง อำนาจของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยแบบที่พูดไว้เลย”

“…แบบที่ขอให้ได้ เห็นเจดีย์ ขอให้ได้เห็นจั่ว ขอให้ได้เห็นองค์ประกอบลายไทยสักหน่อย แล้วก็ร่วมกันหลอกตัว เอง ภูมิใจว่า เอ้อ นี่เราได้เห็นความเป็นไทยทางสถาปัตยกรรมแล้ว”

แบบรัฐสภาใหม่ ความหมายเดิมๆ – สัมภาษณ์ ชาตรี ประกิตนนทการ, คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

นอกจากอันนี้แล้วก็ยังมีนิทรรศการอีกอันหนึ่ง ชื่อว่า Trans-Cool Tokyo เป็นงานแสดงศิลปะร่วมสมัยจากญี่ปุ่น โปสเตอร์ตามด้านล่าง

trans-cool

มีของเจ๋งๆ ข้างในเยอะดี (แต่เค้าไม่ให้ถ่ายรูป) มีงานตัวจริงของ Yoshitomo Nara ด้วย

ช่วยดับอารมณ์ความขุ่นมัวที่ได้จากการไปเดินดูนิทรรศการแรกได้เป็นอย่างดี

Tautology Club

“Listen up! The first rule of Tautology Club is the first rule of Tautology Club”

จาก xkcd ตอน Hornor Societies มีการพูดถึง Tautology Club (ชมรมสัจนิรันดร์) เอาไว้ ตอนนี้ใน facebook ก็มีคนมาตั้งกลุ่ม Tautology Club ขึ้นมาตามในเนื้อเรื่องแล้ว

คำว่า Tautology (สัจนิรันดร์) ก็คือ ประพจน์ที่มีค่าความเป็นจริงทุกกรณี เป็นเรื่องคณิตศาสตร์ ม.4 ใครจำไม่ได้ก็ไปทบทวนตำราเก่ากันเอาเองนะ

ใครชื่นชอบก็ไปเข้าร่วมเป็นสมาชิกได้ ขณะที่เขียนตอนนี้มีสมาชิก 8,000 กว่าคนแล้ว ถ้ามีคนเข้าร่วมกลุ่มนี้ 1,000,000 คน กลุ่มนี้ก็จะมีสมาชิก 1,000,000 คนนะ

วิธีแก้ปัญหา iphone อืด

nexus one

จบ…

(ลอกมุกมาจาก kohsija)

Palio เขาใหญ่

Palio เป็นสถานที่ช้อปปิ้ง กินเที่ยว สไตล์อิตาเลียน แต่ดันไปตั้งอยู่แถวเขาใหญ่ เป็นแหล่งถ่ายรูปที่ใหม่ สำหรับชาวกรุงผู้นิยมออกทริปถ่ายรูปนอกสถานที่ เจ้าของเดียวกับ Primo Posto ร้านกาแฟชื่อดังที่ตกแต่งสไตล์เดียวกัน

จะว่าไปแล้ว Palio ก็เหมือนกับ Primo Posto ขยายร่าง จากร้านกาแฟกลายเป็นศูนย์การค้า มีของเก๋ๆ ถูกจริตนักท่องเที่ยวชนชั้นกลางขายเพียบ ตั้งแต่โปสการ์ด เสื้อผ้า ของแฮนด์เมด ของแต่งบ้าน กาแฟสด พิซซ่า ไอศครีม ฯลฯ

ป้าย Palio Shop เป็นร้านอะไรไม่รู้ จำไม่ได้

ร้าน Palio Shop

มุมสวยๆ มีให้ถ่ายรูปเยอะ (แต่ต้องคนหลบคนหน่อย)

มุมถ่ายรูปใน Palio

ของน่ารักๆ สำหรับดูดเงินสาวๆ

สินค้าใน Palio

มีเบียร์ยี่ห้อแปลกๆ ขายด้วย สนนราคาก็ขวดละ 100+

เบียร์ที่มีขายที่ Palio

ขาดไม่ได้สำหรับร้านโปสการ์ด พร้อมตู้ไปรษณีย์

Palio ก็มีตู้ไปรษณีย์

การเดินทางไป Palio ก็ไม่ลำบากเท่าไหร่นักสำหรับคนมีรถขับ ออกจากกรุงเทพไปประมาณ 100 กว่ากิโล บนถนนธนะรัชต์ ใกล้โรงแรมจุลดิศ รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้จากเว็บ official

สรุปแล้ว Palio ก็เป็นสถานที่ที่เหมาะกับการไปถ่ายรูปบรรยากาศสไตล์ทัสคานีเก๋ๆ โดยไม่ต้องถ่อไปไกลถึงอิตาลี อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพนัก แต่บรรยากาศก็ไม่ค่อย chill เหมือนของจริงเท่าไหร่ เพราะนักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะ (ทั้งที่ร้านมันยังเปิดไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ) ถ้าจะมา แนะนำให้มาช่วงเช้า คนจะน้อยกว่าและแสงสวย เหมาะกับการถ่ายรูปมากกว่า

หมายเหตุ: รูปทั้งหมด ถ่ายด้วย Panasonic Lumix GF1 ฟอร์แมตเป็น RAW แล้วเอามาปรับในโปรแกรม SilkyPix Studio (แถมมากับกล้อง) ดูภาพเพิ่มเติมได้ที่ Flickr set

Angry YouTube Hitlers

คิดว่าหลายๆ คนคงจะเคยดูคลิป ฮิตเลอร์โวยวายในแบบต่างๆ กันมาแล้วไม่มากก็น้อย เช่น ฮิตเลอร์เล่น twitter, ฮิตเลอร์เกลียด BB แต่บางคนอาจจะยังไม่รู้ว่า ฉากนี้จริงๆ แล้วมันมาจากหนังเยอรมันปี 2004 เรื่อง Downfall (มันถึงได้เว้าเยอรมันกันตลอดคลิป)

ตัวอย่างคลิป เผื่อคนไม่เคยดู

ล่าสุด ผู้กำกับหนังเพิ่งออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้

As for the idea of such a serious scene being used for laughs, Hirschbiegel thinks it actually fits with the theme of the movie. “The point of the film was to kick these terrible people off the throne that made them demons, making them real and their actions into reality,” he says. “I think it’s only fair if now it’s taken as part of our history, and used for whatever purposes people like.” He adds, “If only I got royalties for it, then I’d be even happier.”

IMHO, การล้อเลียนได้ การทำให้ตลกได้ ทำให้เราเห็นกันว่าคนคนนั้น หรือสิ่งนั้น ที่ถูกหยิบมาล้อเลียนเป็นสิ่งที่เท่าเทียมกันกับเรา ถึงได้รู้สึกขำกับสิ่งที่เห็น ในกรณีนี้ ฮิตเลอร์ก็เป็นคนเหมือนกัน ต้องกิน ต้องขี้ มีจังหวะที่สิ้นหวัง ไม่ได้มีเฉพาะด้านที่เป็นจอมเผด็จการอย่างเดียว

ส่วนสิ่งที่มีแต่ด้านดี ไม่มีข้อบกพร่อง ทนเห็นการถูกนำมาล้อเลียนไม่ได้ ก็สมควรจะกราบกันต่อไป

Nexus One

ถ่ายรูปไว้ เนื่องในโอกาสได้ไปยลโฉม Nexus One ตัวจริงเสียงจริง

กล่องสีขาว สไตล์กูเกิล ขนาดใหญ่กว่ากล่อง iPhone พอสมควร

Nexus One

ตัวเครื่องแปะยี่ห้อ Google ชัดเจน ส่วนกล้องนั่นความละเอียด 5 ล้าน pixel

Nexus One

มีซองใส่แถมมาให้ด้วย สกรีนลายเจ้าหุ่น Android

Nexus One

ไม่มีคู่มือเป็นเล่มๆ มาให้ มีแค่กระดาษบอกวิธีใช้แผ่นเดียว

Nexus One

หน้าจอ AMOLED ความละเอียด 800×480 pixel ทำเอา iPhone ดูด้อยไปถนัดตา

Nexus One

ฟีเจอร์ใหม่ที่เป็น Animated wallpaper ตอบสนองการกดของผู้ใช้ (ให้มันเปลือง CPU cycle เล่นๆ)

Nexus One

ทดสอบบราวเซอร์ เปิดเว็บ mthai.com ได้ว่องไว

Nexus One

ตอนแกะกล่องออกมาทีแรกยังใช้ภาษาไทยไม่ได้ เจ้าของเครื่องเค้าจัดการ root แล้วจับฟอนต์ภาษาไทยใส่เข้าไปแล้ว ถึงได้เปิดเว็บภาษาไทยได้

ลูบคลำตัวจริงแล้วก็ยิ่งอยากได้

Silom Festival 2010

ถ้าหากใครยังพอจำความได้ เมื่อหลายปีก่อน ถนนสีลมจะมีปิดถนนทุกวันอาทิตย์ ไม่ได้มีคนใหญ่คนโตที่ไหนจะนั่งรถผ่าน แต่เป็นเทศกาลที่จัดกันเป็นประจำ มีคนมาเปิดร้านขายของข้างทาง มีดนตรีเปิดหมวก มีของกินเร่ขาย เดินได้สบายๆ แดดไม่ร้อนเพราะว่ามีแนวรถไฟฟ้า BTS บังแดดให้ จนอยู่มาวันนึงเค้าก็เลิกจัดไปเฉยๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นที่สาเหตุอะไร

แต่ปีนี้เค้าก็กลับมาจัดงานปิดถนนกันใหม่ (แต่ปิดแค่วันเดียว) ชื่อว่างาน Silom Festival 2010 จัดตั้งแต่สายๆ จนเลิกตอนเที่ยงคืน พอดีกว่าจะว่างไปเดินก็ปาเข้าไปสี่ทุ่มแล้ว แต่คนก็ยังมีอยู่หนาแน่นพอสมควร

Silom festival

ในงานก็มีทั้งเวทีมวย เวทีคอนเสิร์ต เปิดร้านขายของ อย่างในรูปนี่คือร้านน้องแพททริก ว่าแต่เด็กนี่คือใครงั้นหรือ ทำไมคนมุงดูกันเยอะจริง

Silom festival

งานนี้ได้ ช้าง เป็นสปอนเซอร์หลัก ดังนั้นภายในงานจะมีซุ้มขายน้ำดื่มตราช้างอยู่เป็นระยะๆ ส่วนเบียร์ก็มีให้เลือก 3 ยี่ห้อคือ ช้าง, อาชา และ Federbrau ซึ่งก็รู้ๆ กันอยู่ว่าควรจะเลือกอะไร

Federbrau

มีเรื่องที่ตะหงิดใจอยู่นิดนึงคือว่า มีอยู่บูธหนึ่งเค้ามาขาย VCD สารคดีข่าว, เหตุการณ์ต่างๆ ที่เป็นเรื่องน่ากลัวๆ หน่อย มีโฆษณาตัวโตด้วยว่า “เรื่องจริงทุกแผ่น”

Truth?

แต่ลองสังเกตดูดีๆ ภาพที่เขียนว่า พฤษภาทมิฬ น่ะ มันใช่ภาพตอน พฤษภา 2535 จริงเหรอ? เท่าที่จำได้ ภาพแบบนั้นมันคือตอน 6 ตุลา 2519 ไม่ใช่หรือ? เริ่มสงสัยว่า เอาจริงๆ แล้ว VCD บูธนี้มันจะเชื่อถือได้ไหมเนี่ย

สรุปภาพรวมของงาน จะดูเป็นทางการ เมื่อเทียบกับคราวก่อนที่เน้นของทำมือ ดนตรีเปิดหมวก ออกแนวสมัครเล่นมากกว่า ส่วนตัวแล้วชอบแบบเก่า แต่งานครั้งนี้มีส่วนที่ชอบคือ มีของกินหลายประเภทให้เลือกมาก ทั้งอาหารอิตาลี ญี่ปุ่น จีน กรีก ฯลฯ ละลานตา เสียดายที่ว่ากินข้าวมาอิ่มแล้วเสียก่อน

Katsu King

ร้าน Katsu King ที่ Digital gateway สยาม ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าต้องเป็นหมูทอด เห็นคนอื่นพูดถึงมานานแล้ว เพิ่งได้มีโอกาสมาลอง

หมูสันนอกทอดสอดไส้ชีส ชิ้นใหญ่พอควร

หมูสันนอกไส้ชีส

มีข้าวให้เติมได้ตลอด

ข้าว

อันนี้เป็นข้าวหน้าเนื้อ สีแดงๆ นั่นคือกิมจิ

ข้าวหน้าเนื้อ

มีไอติมสตรอเบอรี่แถมด้วย

ไอติมสตรอเบอรี่

ร้านนี้มีข้อดีตรงที่ว่า ราคาอาหาร net แล้ว รวมชาร้อน/เย็น ในราคาอาหารชุดไว้เลย ไม่มีบวกเพิ่ม เติมข้าวเติมชาได้ไม่อั้น กินสองคนตกอยู่ที่สี่ร้อยกว่าบาท รู้สึกดีกว่าไปกินร้านที่เมนูเหมือนจะดูราคาถูก แต่แอบชาร์จโน่นนี่เยอะเลย

When did I join Twitter

ถามตัวเองว่า เริ่มใช้ Twitter ตั้งแต่ตอนไหน… คำตอบคือ

When Did You Join Twitter?

16 January 2007 หรือเมื่อ 3 ปีที่แล้วพอดี

ตอนนั้นก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก เปิดเว็บอ่าน TechCrunch แล้วเค้าเขียนว่าน่าจับตามอง ก็เลยลองสมัครใช้งานดู นี่แหละคือพลังของอินเทอร์เน็ต ไม่จำเป็นต้องถ่อไปไกลถึงอเมริกา ก็ได้รู้ข่าวสารบริการใหม่ๆ เพียงแค่เลือกรับสื่อให้ถูกเท่านั้นเอง

แรกเริ่มก็ยังใช้ไม่ค่อยเป็น จนกระทั่งได้เข้าฟัง session ของ @sugree ในงาน BarCamp Bangkok Winter 2008 ถึงได้ซาโตริ

ตอนนี้ก็ยังใช้งานอยู่เรื่อยๆ ไม่ได้ tweet บ่อยมาก หรือว่ามีสาระอะไร แต่ถ้าใครสนใจก็เชิญได้ที่ http://twitter.com/pittaya

Micro Four Thirds Adapter

กล้อง Panasonic Lumix GF1 ที่ใช้อยู่ เป็นกล้องในระบบ Micro Four Thirds ซึ่งข้อดีอย่างหนึ่งของกล้องระบบนี้นอกเหนือจากที่มันมีขนาดเล็กแล้ว ยังอยู่ที่สามารถหา adapter สำหรับใส่เลนส์ได้อีกหลายแบบมาก

สำหรับคนที่ไม่รู้เรื่องกล้อง คือกล้องที่เปลี่ยนเลนส์ได้แต่ละยี่ห้อ จะใช้ได้กับเลนส์แบบที่ทำมาสำหรับยี่ห้อตัวเองเท่านั้น ใช้แบบอื่นไม่ได้ เช่น เลนส์สำหรับกล้อง Nikon ก็เอาไปใส่กล้อง Canon หรือ Leica ไม่ได้ ต้องอาศัย adapter สำหรับแปลงหัวให้ต่อกันได้ ซึ่งกล้องระบบ Micro Four Thirds นี่ดีตรงที่สามารถหา adapter สำหรับใส่เลนส์อื่นได้เกือบทุกแบบ ทำให้มีตัวเลือกในการใช้เลนส์มากขึ้นเยอะ (แต่ก็ขึ้นอยู่กับเงินในกระเป๋าด้วยว่าพอจ่ายค่าเลนส์หรือเปล่า)

เนื่องจากว่ามีเลนส์เก่า 50mm/f1.4 ของกล้อง Nikon อยู่แล้ว หา adapter มาใช้ ก็จะประหยัดค่าเลนส์ไปได้ และที่สำคัญคือ กล้อง Micro Four Thirds มีค่า crop factor อยู่ที่ 2 ทำให้เวลาเอาเลนส์ 50mm มาใช้ จะได้ภาพเหมือนกับใช้เลนส์ความยาวโฟกัส 100mm ในระบบฟิล์ม 135 (ซึ่งเหมาะมากกับการถ่ายภาพคน!)

Adapter ก็หน้าตาประมาณนี้ ใส่เข้ากับเลนส์ Nikon mount F ได้พอดี

Adapter

ทดลองถ่ายคุณบาบูน (mascot ของทีมที่ออฟฟิซ) จะเห็นว่ามี bokeh ทางด้านหลัง ซึ่งจะได้จากการใช้เลนส์ความยาวโฟกัสมากๆ + รูรับแสงกว้างๆ

P1000824

ข้อเสียที่เห็นชัดๆ อย่างเดียวของ adapter พวกนี้คือ เวลาถ่ายต้องเอามือหมุนปรับโฟกัสเอง ยกเว้น adapter บางประเภท เช่น Adapter 4/3 – micro four thirds จะสามารถ auto focus ได้ด้วย (ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับเลนส์ด้วย)

สำหรับ Adapter Nikon F – micro four thirds มีหลายราคา ตั้งแต่ 1,xxx – 6,xxx บาท หาได้ตามร้านขายอุปกรณ์ถ่ายภาพทั่วไป หรือถ้าเน้นถูกแนะนำให้ดูใน eBay

Twist and Shout

งานนิทรรศการ “สุก-ดิบ อาทิตย์อุไทย” (Twist and Shout) จัดที่ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อวานเป็นวันสุดท้าย

เป็นงานแนวร่วมสมัย มีของแปลกๆ เยอะดี หลายอย่างก็เป็นของที่พบเห็นอยู่ทั่วไป แต่ไม่ได้มีสถานะเป็นวัฒนธรรมอย่างเป็นทางการ ชอบภาพการ์ตูนภาพใหญ่บนผนังที่รวมด้านมืดหลายๆ อย่างของสังคมญี่ปุ่น (ที่คนไทยอย่างเรารู้ว่ามีอยู่ ผ่านทางการ์ตูน หนัง และนิยาย)

ล่าสุด ตอนนี้มีงาน FOR: Wall Painting Showcase เป็นงาน paint ผนัง มีให้ดูถึงสิ้นเดือนนี้

เดินดูไปถ่ายรูปไปแล้วอยากได้เลนส์ wide เป็นที่สุด

« Previous Entries