แกะกล่อง Google AIY ใช้กับ Raspberry Pi สร้างผู้ช่วยด้วยลำโพง

ไปงาน Maker Faire Bangkok 2018 มา ในงานมีขายชุดคิท Google AIY ไว้ต่อกับ Raspberry Pi 3 เพื่อทำ Assistant น่าจะเรียกได้ว่าเป็นลำโพงอัจฉริยะกลายๆ

จ่ายไป 1,500 บาท ได้มาหนึ่งกล่อง

เอากล่องขาวๆ ส่วนที่ห่อหุ้มออก เหลือแต่ที่เป็นกระดาษลัง

ข้างใน มีคู่มือ อ่านดูคร่าวๆ แล้ว เป็นการอธิบายการประกอบ มีภาพประกอบ ละเอียดจนอ่านไม่ครบเลย

เอาคู่มือออก เจอลังกระดาษที่เราจะใช้ทำกล่องใส่ลำโพงของเรา และแน่นอน ลำโพง

ดูว่า ข้างในมีอะไรบ้าง

เดี๋ยวต้องอ่านคู่มือให้ละเอียดก่อนประกอบ

ปุ่มกด แบบตู้เกม แผงวงจรมีสองแผง แผงหนึ่งต่อกับ HAT กับ Raspberry Pi อีกแผงรูู้สึกจะเป็นไมโครโฟน

HO CHI MINH 2017 #4 – DALAT OUTER AREA SIGHTSEEING

เที่ยวดาลัดวันที่สอง วันนี้ได้คนขับรถคนใหม่ ซึ่งเป็นญาติกับคนเมื่อวาน คนใหม่นี่พูดภาษาอังกฤษดีมาก เพราะทำงานในบริษัทอินเตอร์มานานเกือบยี่สิบปี แต่สุดท้ายก็กลับมาอยู่กับลูกเมียที่ดาลัด เลยต้องกลายมาเป็นคนขับ Taxi

อาหารเช้าก็ร้านเดิม เราซื้อขนมปังติดตัวไปด้วย เอาไว้เป็นอาหารกลางวัน จะได้มีความยืนหยุ่นในการเที่ยวมากขึ้น ไม่ต้องตระเวนหาร้านอาหารอีก

DSC02913DSC02915

วันนี้เราจะไปไกลกันหน่อย เมื่อวานเที่ยวในเมืองแล้ว วันนี้ออกนอกเมืองบ้าง เริ่มจากภูเขา LangBiang  อยู่ห่างจากตัวเมืองสิบกว่ากิโล พอไปถึงตีนเขา แล้วต้องเปลี่ยนเป็นรถจี๊บ เสียเงินเพิ่มอีกคนละ 60,000 ดอง

DSC02920DSC02922

ก่อนขึ้นรถจี๊ปก็เดินขึ้นเนินไปถ่ายรูปกับป้ายเสียก่อน ท้องฟ้าโล่งดีมาก คงไม่ต้องบอกว่าร้อนแค่ไหน

DSC02929DSC02933DSC02935DSC02937

ถ้าไม่ขึ้นรถจี๊ป จะเดินขึ้นเขาด้วยขาตัวเองก็ไม่มีใครห้าม แต่ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวแล้วอย่าเลย คือไกล

ระหว่างทางนั่งรถขึ้นมาเห็นมีฝรั่งหลายกลุ่มเดินขึ้นด้วยลำแข้งตัวเอง ก็ได้แต่คิดว่าพวกเค้าช่างกล้าดีแท้

DSC02949DSC02951

ขึ้นมาด้านบนจุดชมวิวแล้วจะสามารถมองลงไปเห็นตัวเมืองดาลัดได้

ม้าที่นี่โดนคนเลี้ยงทำสีให้ ก่อนหน้านี้ตรงเนินเขาก่อนขึ้นรถจี๊ปก็แปลงร่างจากม้าเป็นม้าลาย แต่เจ้าตัวนี้โดนแปลงร่างจากม้าเป็นโตเกียวบานาน่า !

DSC02972DSC02987

ลงจากเขา LangBiang ก็มาแวะเก็บสตอเบอรี่กันพอสนุก แต่คิดว่าไปเก็บที่ญี่ปุ่นน่าจะฟินกว่านี้มาก อันนี้ลูกเล็กนิดเดียว

DSC02996DSC02998

เก็บสตอเบอรี่เสร็จแล้วก็ไปที่ Valley of Love ต่อ ตอนนี้ค่าเข้าเปลี่ยนเป็น 100,000 ดองไปแล้ว แต่สามารถขึ้นรถกอล์ฟ และถีบเรือเป็ดได้ฟรี ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

DSC03005DSC03014DSC03018DSC03027DSC03038DSC03114DSC03115

มีซุ้มรูปหัวใจให้ถ่ายรูปกันพอหอมปากหอมคอ จากนั้นก็เดินไปถ่ายรูปมุมมหาชน ตรงใกล้ๆทะเลสาป

เราใช้เวลาตรงนี้กันนานนิดนึง เพราะว่าพักกินข้าวกลางวันด้วย ก็คือขนมปังที่ซื้อมาตั้งแต่ตอนเช้านั่นแหละ

DSC03121

มาถึงที่สุดท้าย ที่ตั้งใจว่าต้องมาให้ได้ก็คือ Linh Phuoc Pagoda

ตรงนี้ถ้าเป็นทัวร์ปรกติจะไม่แวะมา เราเห็นรีวิวในพันทิปแล้วรู้สึกว่าสวยงาม เลยตั้งใจว่าจะต้องมาให้ได้

DSC03127DSC03134DSC03140

วัดนี้ไม่เสียค่าเข้า เดินชมได้ตามความพอใจ คนมาเยอะมากๆ

DSC03154DSC03170DSC03171DSC03204C:DCIM101GOPROGOPR2409.GPRC:DCIM101GOPROGOPR2410.GPRC:DCIM101GOPROGOPR2415.GPRC:DCIM101GOPROGOPR2432.GPR

มาถึงตรงนี้ก็จบโปรแกรมวันนี้แล้ว ไปไม่กี่ที่ แต่ใช้เวลาในสถานที่นานหน่อย ไม่จำเป็นต้องรีบๆเหมือนคนที่ซื้อทัวร์มาเป็นกลุ่ม ชอบตรงนี้แหละ

IMG_20170310_200428.jpg

คืนนี้กินสุกี้แบบไทยที่ร้าน Lien Hoa ที่เดิม คืออร่อยมาก เค้าใช้ต้มยำเพสคล้ายๆที่ใส่มากับมาม่าต้มยำ รสชาติถูกปากคนไทย แนะนำๆ

DSC03270DSC03342DSC03339

กินเสร็จพุงกางก็ต้องไปเดินตลาดย่อยอาหารเหมือนเมื่อวาน แต่ก็ไม่มีอะไรน่าสนใจเท่าไหร่ นอกจากคืนนี้มีเจ้าหน้าที่มาคอยกำกับดูแล คนขายของ ช่วงเจ้าหน้าที่มา พวกหาบแร่แผงลอยก็หายเรียบ สักพักก็ออกมากันใหม่ เหมือนเมืองไทยเป๊ะๆ

DSC03304DSC03315

หมีบราวน์พอรับได้ แต่คิตตี้เหมือนจะผอมเรียวไปนิดนะ

นอกจากนั้นยังเจอน้องคนเมื่อวาน พร้อมกับแกะคู่ใจ ขายขนมพร้อมสิทธิ์การถ่ายรูปเหมือนเดิม

DSC03283DSC03336

ของแบกะดินกับผลไม้นี่ก็คือๆเมืองไทยแหละ เดินดูแต่ไม่ซื้อ

สรุปรวมค่าใช้จ่าย

อาหารเช้า + ขนมปัง 200,000
เหมา Taxi 500,000
Lang Biang (30,000×2) + Jeep (60,000×2) = 180,000
Love Valley (100,000×2) = 200,000
เก็บสตอเบอรี่ 1 โล + แยม 1 ขวด 250,000
อาหารเย็น + ขนมปัง  400,000
รวมวันที่สาม 1,730,000 ดอง ประมาณ 2,682 บาท

จบคืนที่สองในดาลัดแล้ว พรุ่งนี้จะไปต่อที่ Mui Ne

HO CHI MINH 2017 #3 – DALAT INNER AREA SIGHTSEEING

ตอนแรกตั้งใจว่าจะตื่นสัก 8 โมง เพื่อเตรียมตัวออกเที่ยวเมืองดาลัด แต่นอนไปนอนมา ไปตื่นจริงๆตอน 9 โมงซะงั้น กว่าจะจัดการอะไรๆเรียบร้อยก็ 9 ครึ่ง

DSC02457DSC02458

มาที่ล๊อบบี้โรงแรม สำรวจทัวร์มาตราฐาน ก็ตามรูปด้านบน มี 5 แบบ โดยที่คนส่วนใหญ่ถ้ามีเวลาในดาลัดแค่วันเดียว ก็จะเลือกไปแบบแรกสุด คือ Dalat City Tour แต่เราดูรีวิวมาแล้ว ไม่อยากไปแบบนั้น

ด้วยความที่ขี่มอเตอร์ไซด์ไม่เป็นเสียด้วย ก็เลยสอบถามเรื่องการจ้าง Private Taxi ทางโรงแรมแจ้งมาว่า วันแรกรอบใน 700,000 ดอง วันที่สองรอบนอก 800,000 ดอง เออ สองวันล้านห้า แพงเหมือนกันเนอะ นี่แค่คนขับกับน้ำมัน ยังไม่รวมค่าเข้าสถานที่

เราเลยถอยออกมา แล้วไปหาของกินกันก่อน ที่ร้าน Lien Hoa ที่ตั้งอยู่ตรงข้าม Tulip Hotel I



สั่งอาหารจานเดียวมา พบว่าอร่อยเกินคาด กินหมดเกลี้ยง ร้านนี้ผ่านเลย จากนั้นก็ไปลองเรียก Taxi คันเล็กๆที่วิ่งไปมาแล้วต่อราคาเหมาดู  ปรากฎว่าคุยกันไม่รู้เรื่องจ้า เค้าพูดอังกฤษไม่ค่อยได้ ต้องโทรไปหาเพื่อนคนเวียดนามให้คุยแทนหน่อย สรุปได้มาที่ราคาวันแรก 400,000 ดอง วันที่สอง 500,000 ดอง ถูกกว่าเรียกผ่านโรงแรมไปอีกเยอะ

DSC02467

สถานที่แรกที่เราไปคือ Dalat Flower Garden นะ ไปดูดอกไม้กันเถอะ  ค่าเข้าคนละ 30,000 ดอง ดอกไม้มีพอสมควร แต่ไปตอนเที่ยงนี่แดดร้อนสุดๆไปเล้ย

DSC02475

DSC02493

น้ำพุหงส์กับรถม้าซินเดอเรลล่าก็มานะ















เดินดูดอกไม้สักพักก็ต้องคอยหลบแดด มันร้อนจริงๆ ให้ตายเถอะ

DSC02537

ที่นี่เค้าตัดแต่งต้นไม้เก่งเหมือนกันนะ มังกรเค้าก็สวยใช้ได้เลยล่ะ

DSC02572DSC02468

สมควรแก่เวลาและความร้อน เราก็ออกไปเที่ยวที่อื่นต่อดีกว่า การจ้าง Private Taxi เนี่ยคนขับเค้าจะจอดรอเรานะ ไม่ได้หนีไปไหน พอออกไปข้างหน้า พบว่าคนขับก็นอนเล่นมือถือสบายใจอยู่ในรถนั่นแหละ

จากสวนดอกไม้กลางแดด เราเดินทางต่อมาที่ XQ Vietnam เป็นศูนย์จัดแสดงสินค้าที่เกิดจากการนำด้ายมาปักเป็นรูป

DSC02575

ข้างในเป็นห้องแอร์เย็นสบาย ภาพหลายๆภาพเกิดจากผู้ปักที่ฝีมือดีมาก เห็นแล้วน่าชื่นชม

DSC02592

DSC02604DSC02608

รูปเหล่านี้ราคาเป็นหลักร้อยล้านดองทั้งสิ้น

DSC02657

อันนี้คือรูปที่ชอบที่สุด แสงเงาสวยมาก ไม่น่าเชื่อว่าเกิดจากการปัก

นี่ถ้าพวกฝรั่งยุโรปทำของแบบนี้ได้นะ คงมีพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเป็นเรื่องเป็นราว มีคนเข้าดูปีละเป็นล้านๆคน โด่งดังไปทั่วโลก และทำรายได้มหาศาลให้ประเทศไปแล้ว.. เสียดายที่มันอยู่ในเวียดนาม…

DSC02599

เอาจริงๆคือผลงานชิ้นดีๆ มีไม่ถึงสามสิบชิ้น นอกนั้นก็จะลดระดับมาขึ้นธรรมดาๆหน่อย แต่ราคาก็ไม่ได้ถูกนะ เหมือนเดินดูของ Swarovski ยังไงยังงั้น แม้แต่ชิ้นเล็กๆก็ยังมีราคา

ทางเดินด้านในของ XQ นี่ก็ไม่มีการพัฒนา เราไม่รู้ว่าต้องเดินทางไหนก่อน ทางไหนหลัง บางทีเดินๆไปก็เจอทางตัน เห็นทางเดินอีกด้านแต่ไม่รู้ว่าจะเดินไปได้อย่างไรก็มีหลายจุด

พอเดินวนไปวนมาจนคิดว่าไม่มีผลงานสวยๆให้ดูเพิ่มแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางสู่ที่ถัดไป

DSC02673

วัด Truc Lam

คืออ่านจากรีวิวที่ไปกับทัวร์ เค้าจะไปจอดส่งที่ Base Station แล้วให้ขึ้น Cable มาที่ตัววัดที่อยู่บนเขา พอเรามาถึง ก็เดินหาสถานี Cable กัน แต่ไม่เห็นเจอแฮะ เดินไปเรื่อยๆกลับเจอตัววัดซะแล้ว

หลังจากพยายามเดินสำรวจหาอยู่สักพัก ก็พบว่ารถ Taxi ของเรามาส่งที่ตัววัดด้านบนเรียบร้อยแล้ว เราไม่ต้องเสียเงินขึ้น Cable Car จ้า






เอาจริงๆตัววัดก็ไม่ค่อยมีอะไรนะ เพราะส่วนที่ให้นักท่องเที่ยวดูได้มีนิดเดียว อีกส่วนที่เป็นด้านในวัดลึกเข้าไปกลับปิดประตูไม่ให้เข้าไปดูซะอย่างงั้น เวร

ถ้ามีให้ดูแค่นี้ เราก็คงได้เวลาเดินทางสู่จุดหมายถัดไป นั่นก็คือน้ำตก Dalanta






ความสนุกของน้ำตกก็คือการนั่ง Roller Coaster ลงไปที่ตัวน้ำตกด้านล่างแค่นั้นแหละ ค่าเข้าแค่ 30,000 แต่ค่า Roller Coaster นี่ 60,000 ดอง ตัวน้ำตกก็ไม่มีอะไรน่าสนใจ รีบลงรีบขึ้นมาดีกว่า

ไปต่อกันที่จุดหมายสุดท้าย Crazy House










ค่าเข้าคนละ 40,000 ดอง เดินเพลินๆดี บางจุดไม่เหมาะกับคนกลัวความสูง และไม่มี safety อะไรทั้งนั้น ปีนขึ้นไปทางเดินประหลาดๆนี่ต้องรับผิดชอบตัวเอง

และแล้วก็หมดโปรแกรมเที่ยววันแรก จากนั้น Taxi ก็มาส่งเราที่หน้าโรงแรม เราก็จ่ายเงินค่าจ้างพร้อมกับนัดแนะเวลาและจุดที่จะให้ Taxi มารับในวันรุ่งขึ้น จากนั้นก็เข้าห้อง อาบน้ำอาบท่า นอนพักกันแว๊บนึง แล้วก็เด้งตัวเองออกมาเดินชมเมืองดาลัดตอนกลางคืน

DSC02831DSC02832DSC02834

น้องคนนี้พาแกะมาด้วยสองตัว เป็นสัตว์เลี้ยงของเค้า น้องเค้าเอาขนมมาขาย แล้วใครซื้อขนมเค้าก็จะให้ถ่ายรูปคู่กับแพะได้ เรียกว่าไอเดียดีทีเดียว

DSC02838

โปเกมอนตัวนี้เดี๋ยวจะไปโผล่กลางตลาด

DSC02837DSC02843

ตอนค่ำๆ คนยังไม่ค่อยเยอะ

DSC02846DSC02849DSC02850DSC02853DSC02867DSC02871DSC02894DSC02909

ดูหน้าตาสตอร์เบอรี่แล้วไม่น่ากิน ไม่ซื้อดีกว่า ส่วนขนมหน้าตาสวยๆเหมือนแพนเค้กนี่ก็ไม่ได้ลองกิน ไม่รู้เป็นไงเหมือนกัน  รวมๆแล้วก็คล้ายๆกับเดินตลาดกลางคืนบ้านเรานี่แหละ แต่กลางคืน ดาลัดอากาศเย็นนะ สิบกว่าองศา  ต้องใส่เสื้อผ้าคนละแบบกับตอนกลางวัน เราใส่ Heat Tech ก็เอาอยู่สบายๆ

อาหารค่ำกินที่ร้าน Lien Hoa หน้าโรงแรม Tulip Iเหมือนเดิม อร่อยทุกอย่าง แล้วก็กลับไปนอนโรงแรมอย่างสบายใจ

สรุปค่าใช้จ่าย

Day#2 – เที่ยวดาลัดรอบใน (เหมา Private Taxi)
เหมา Taxi 400,000
อาหารเช้า + ขนมปัง 200,000
Dalat Flower Garden (30,000×2) = 60,000
น้ำตก Dalanta (30,000×2) + Roller Coaster  (60,000×2) = 180,000
XQ Vietnam (20,000×2) = 40,000
Crazy House (40,000×2) = 80,000
อาหารเย็น 300,000
รวมวันที่สอง 1,260,000 ดอง ประมาณ 1,953 บาท

UK 2017 #2 – SALISBURY, STONEHENGE & BATH

IMG_20170429_124744.jpg

วันนี้เป็นวันแรกของการเดินทาง สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือไปรับรถที่จองไว้ โดยปรกติจะมีรถตู้ของผู้ให้บริการเช่ารถมารับคนตาม Terminal   ไปที่ศูนย์บริการของตัวเอง เราก็แค่ต้องดูไว้ก่อนว่า  Terminal ที่เครื่องบินของเราไปลงจอดนั้น ต้องเดินไปที่จุดที่รถตู้จอดรอยังไง แค่นั้นเอง

P4290391.jpg

P4290395.jpg

ถ้าใครไม่ได้เตรียมซิมมา ก็สามารถกดซื้อซิมแบบ Prepaid ได้ที่ตู้ขายซิมอัตโนมัติในสนามบิน เท่าที่ดูราคาอยู่ระหว่าง 25-30 ปอนด์ ข้อดีคือได้เนทเยอะกว่าแพคเกจของ Sim2Fly
เทียบกันคร่าวๆ ของ Sim2Fly 899 บาท ได้เนท 4GB กับของ Three แถวบนสุด ราคา 30 ปอนด์ (ประมาณ 1,320 บาท) ได้เนท 12GB


Process การรับรถใช้เวลาเยอะเหมือนกัน พนักงานมีแค่สองสามคน แต่ละคิวใช้เวลาจัดการค่อนข้างเยอะอย่างเราเองยังใช้เวลาเป็นสิบนาทีเลย กว่าจะเรียบร้อย ดังนั้นอาจจะต้องเผื่อใจเผื่อเวลาสำหรับตรงนี้ไว้เหมือนกัน สมมติมาถึงจุดรับรถแล้วมีคิวด้านหน้าอยู่หลายคนนี่ทำใจได้เลยว่ารอโคตรนาน

เราจอง Audi A1 มา เป็นเกียร์ Auto Class ต่ำสุด แต่มาถึงแล้วไม่มีรถ พนักงานหารถอยู่นานสองนาน ตอนแรกถามว่าถ้าได้ Mini เอามั้ย เราก็บอกว่าโอเค แต่เค้าหารถมินิเกียร์ออโต้ไม่ได้ สุดท้ายเลยต้องมาลงที่ Mercedes คันนี้ … บอกตรงๆว่าขึ้นไปนั่งแล้วทำอะไรไม่ถูก ไม่เคยขับรถหรูขนาดนี้มาก่อน เกียร์อยู่ตรงไหน ปุ่มอะไรต่างๆอยู่ตรงไหน หาไม่เจอสักอย่าง

หลังจากงมวิธีใช้รถอยู่สิบห้านาที เข้าเกียร์ได้ สตาร์ทรถได้ ดับเครื่องได้ เปิดไฟเลี้ยวติด ก็ได้เวลาออกเดินทางกันเสียที เป้าหมายแรกคือเมืองชื่อ Salisbury

P4290430.JPG

ในช่วงเวลานี้ ข้างทางจะมีทุ่งสีเหลืองเต็มไปหมด เจ้าต้นนี้คือ Rapeseed หรืออาจจะรู้จักกันมากกว่าในชื่อ Canola

ขับรถสบายๆ ผ่านไปสองชั่วโมง ก็ขับรถมาถึง Salisbury โดยเราจอดรถไว้ที่ Old Gorge Mall Car Park (https://goo.gl/maps/LRtksHxyVMU2)  ค่าบริการก็ตามรูป

DSC04806.jpg

ก่อนที่จะเข้าไปจุดหมายแรกของ Trip นี้นั่นก็คือ Salisbury Cathedral เราก็แวะทานแซนวิชด์กันที่ร้านโปรดของคนเขียนซะก่อน ไม่ได้ทานมาเป็นสิบปี คิดถึงมาก

P4290461.JPG
DSC04813DSC04817

ทางเดินไป Salisbury Cathedral หาไม่ยาก มีป้ายบอกทางตลอดแหละ

Salisbury Cathedral สร้างมาตั้งแต่ปี 1220 และสร้างเสร็จในเวลาเพียง 38 ปี ทำให้มหาวิหารแห่งนี้สร้างด้วยศิลปะเพียงแบบเดียวคือกอธิคของอังกฤษตอนต้น ต่างจากการสร้างวิหารที่อื่นๆ ที่มักจะใช้เวลานาน ทำให้มีศิลปะหลายแบบปะปนกันไปตามแนวศิลปะที่คนนิยมในช่วงเวลานั้นๆ ที่นี่ยังเป็นวิหารที่มียอดแหลมสูงที่สุดในอังกฤษอีกด้วย โดยมีความสูงถึง 123 เมตร

DSC04822-HDR.JPGDSC04834-HDR

Salisbury Cathedral นี้ยังเป็นที่เก็บ Magna Carta ซึ่งก็คือเอกสารกฎบัตรที่พระมหากษัตริย์เห็นชอบด้วยซึ่งเป็นต้นแบบของรัฐธรรมนูญในปัจจุบัน โดยเจ้า Magna Carta นี้เป็นของแท้ดั้งเดิม และมีสภาพดีที่สุดในของดั้งเดิม 4 ชิ้นที่เหลืออยู่อีกด้วย

DSC04839-HDR.jpg

นอกจากนั้นแล้ว ที่นี่ยังมีทางเดินที่ติดกับมหาวิหาร ที่เรียกกันว่า Cloister ที่ใหญ่ที่สุดอีก
ถ้ามีเวลาเดินเล่นรอบๆชิลๆ จะดีมาก

DSC04858-HDRDSC04873-HDRDSC04884-HDR.jpg

ภายใจวิหารมีรูปปั้นหน้าตาน่ากลัว ไม่รู้ว่าพยายามจะสื่ออะไร

DSC04980-HDRDSC04990-HDRDSC05005-HDRDSC04973-HDR.JPGDSC04958-HDR.jpgDSC04914-HDR.jpg

จาก Salisbury ก็ได้เวลาเดินทางสู่จุดหมายถัดไปก็คือ Stonehenge

DSC05177-HDROLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

Stonehenge อยู่ห่างจาก Salisbury แค่ 20 นาทีขับรถ พอจอดรถเรียบร้อย ก็ต้องเอาใบเสร็จที่ซื้อตั๋วล่วงหน้า ไปแลกเป็นตั๋วจริงอีกรอบ เวลาเปิดปิดกับราคาก็ตามรูป แต่ถ้าใครจองตั๋วล่วงหน้ามา ก็จะมีส่วนลดนิดหน่อย แต่ต้องเลือกเวลาเข้าชมเอาไว้เลย ถ้าไม่ซีเรียสเรื่องส่วนลดมา walk-in ก็น่าจะโอเค

หลังจากได้ตั๋วแล้วก็จะสามารถไปขึ้นรถบัส เพื่อเข้าไปที่ตัว Stonehenge ได้

สิ่งที่ Amazing กว่า Stonehenge ที่นี่ก็คือน้องแกะ เวลาจะย้ายที่กินหญ้า มันจะเดินเข้าแถวเรียงหนึ่งกันโดยอัตโนมัติ คือไม่รู้ว่าฝึกสอนกันมายังไง

DSC05275.JPG

DSC05029DSC05060-HDR ดูผิวเผินก็เหมือนหินเรียงๆกันไม่มีอะไร แต่จริงๆแล้ว Stonehenge มีที่มาที่ไปลึกซึ้งจนขี้เกียจอ่านกันเลยทีเดียว เอาเป็นว่า เหล่านักวิชาการได้ตรวจอายุคาร์บอนที่หินแล้ว สามารถบอกได้ว่าไอ้พวกก้อนหินนี่ถูกเอามาตั้งแถวนี้ตั้งแต่ 3,000 ปีก่อนคริสตกาล T_T แล้วก็ต่อเติมกันมาเรื่อยๆจนถึง 1,600 ปีก่อนคริสตกาล

เนื่องจากมันเก่ามาก เลยไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เป็นข้อเขียน ที่จะบ่งบอกได้ว่าตัว Stonehenge เองนั้นถูกสร้างมาเพื่ออะไร แต่จากการขุดดินรอบๆขึ้นมา ก็เจอทั้งกระดูก ข้าวของเครื่องใช้ เหรียญและเงินตราของคนยุคต่างๆ ที่สามารถบอกได้ว่ามีคนอยู่แถวนี้ในช่วงไหนในประวัติศาสตร์บ้าง

ถ้าใครอยากอ่านละเอียด ก็ตามไปที่ http://www.english-heritage.org.uk/visit/places/stonehenge/history/ และ https://en.wikipedia.org/wiki/Stonehenge ต่อได้ตามสะดวก

DSC05246-HDR

หินก้อนนี้มีชื่อว่า Heel Stone ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของ Stonehenge เช่นกัน สูงขึ้นมาจากพื้นดินเกือบ 5 เมตร ในป้ายบอกว่าส่วนที่อยู่ใต้ดินนี่ยาวกว่าที่อยู่บนดินเสียอีก

ทางเดินชม Stonehenge ที่จัดไว้ให้จะมีระยะห่างจากตัวหินไม่เท่ากัน บางจุดใกล้มาก บางจุดไกลมาก และความสวยงามของมุมถ่ายรูปก็จะต่างกันไป โดยส่วนตัวชอบมุมนี้ที่สุด ซึ่งจะอยู่ฝั่งตรงข้ามของจุดที่เข้ามาทีแรก คือเหมือนต้องเดินอ้อมมาด้านหลังนั่นแหละ ที่ชอบเพราะมันดูครบดี ไม่พังๆเหมือนมุมอื่น

DSC05251-HDR.JPG

หลังจากเสียเวลาเดินดูกองหินก้อนนี้อยู่สองชั่วโมง ! ก็ได้เวลาโบกมือลาเสียที จุดหมายถัดไปคือเมือง Bath ซึ่งต้องขับรถไปอีกประมาณ 60 กิโลเมตร ใช้เวลาไปชั่วโมงกว่า มีหลงทางตอนหาทางเข้าที่จอดรถไปบ้างเล็กน้อย

OLYMPUS DIGITAL CAMERAP4290625.JPG

ที่จอดรถที่เราเข้าใช้บริการคือ Charlotte Street Car Park (https://goo.gl/maps/15moHknVVbm) ซึ่งมีค่าบริการตามนี้  ต้องเตือนไว้อย่างนึงว่าเครื่องหยอดเหรียญไม่รับธนบัตร ดังนั้นต้องเตรียมเหรียญไว้ล่วงหน้า ไม่งั้นเสร็จแน่ๆ

เราไม่รู้ไง ไปถึงแล้ว อ้าวชิบหาย ซวยแล้ว มีเหรียญไม่พอค่าจอด (4 ชม. 5.4 ปอนด์) จะขอแลกเหรียญกับคนที่มาจอดเหมือนกันก็ไม่มีใครมีเลย เดินหาตู้ที่รับแบงค์ก็ไม่มี .. ทำไงล่ะทีนี้
สุดท้ายคือโชคดี ที่เห็นป้ายสีเขียวๆนี่แหละ บอกว่าหลัง 6 โมงเย็นค่าจอดมันแค่ 1.5 ปอนด์ ก็เลยยืนรอไปอีกสิบนาที แล้วค่อยหยอดตังเอา Parking Ticket  …  ฟิ้ว รอดตาย



กว่าจะได้เดินเที่ยวก็ปาเข้าไปหกโมงสิบห้าแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองทุกอย่างปิดหมดจ้า ได้แต่เดินชมเมืองอย่างเดียว

เริ่มจาก The Circus เป็นวงเวียนธรรมดาๆนี่แหละ แต่มีต้นไม้ใหญ่อยู่ 5 ต้นตรงกลาง เลยดูสวยดี
ต่อมาเป็น The Royal Crescent ที่เป็นตึกสร้างเป็นครึ่งวงกลม ขนาดใหญ่มาก พร้อมมีสนามหญ้าขนาดใหญ่ยิ่งกว่าอยู่หน้าตึก ทำให้คนชอบมานั่งเล่นพักผ่อนหย่อนใจกันอยู่ที่นี่
จากนั้นก็เดินเข้าในตัวเมืองทะลุไปอีกด้าน เพื่อไปที่ Bath Abbey ถัดไปอีกหน่อยจะเป็น Pulteney Bridge

DSC05288-HDRDSC05296-HDRDSC05321-HDRDSC05340-HDRDSC05366-HDRDSC05353-HDR

เดินไปเดินมา เหนื่อยเหมือนกันนะเนี่ย สิ่งที่เราไม่ได้ไปดูคือ Roman Bath เพราะมันปิดไปเรียบร้อยแล้ว แต่ส่วนตัวเคยมาดูแล้วหนนึง รู้สึกงั้นๆ เมื่อไม่มีอะไรทำแล้ว เราก็เดินไปสู่ร้านอาหารที่เล็งไว้

DSC05337-HDRDSC05345-HDR

หาข้อมูลมาได้ความว่าร้าน The Scallop Shell นั้นดีงาม ฝรั่งชมกันว่าควรมากิน ดังนั้นเราก็มา ร้านหอยเชลล์นั้นขาย Fish & Ship ง่ายๆเลย

มาถึงพบกับคนแน่นเต็มร้าน ยิ่งมั่นใจว่าน่าจะอร่อยจริง แต่เราขี้เกียจต่อคิวรอโต๊ะ เลยซื้อแบบ Take Away ไปกินที่บ้านพักดีกว่า สรุปได้ว่ารสชาติโอเค ใครผ่านมาแถวนี้ลองแวะกินได้ ไม่ผิดหวัง

DSC05377DSC05372OLYMPUS DIGITAL CAMERAOLYMPUS DIGITAL CAMERA

มาถึงบ้าน AirBNB ที่จองไว้ เป็นบ้านสไตล์จอร์เจียนเก่าๆ เจ้าของน่าจะไม่ค่อยอยู่ดูแล (https://goo.gl/maps/BQApFEpkoL62) ที่พักอยู่ไกลจากเมือง ไม่เหมาะกับคนไม่ขับรถ ที่จอดรถมีให้หน้าบ้าน สภาพภายในบ้านเก่าๆโทรมๆตามรูป ถือเป็นบ้านพักในทริปที่โอเคน้อยที่สุดแล้ว

IMG_20170430_092558.jpg

GOPR2717.jpgIMG_20170430_092349.jpgIMG_20170430_092428.jpg

ทริปวันแรกก็จบลง พรุ่งนี้ไปต่อตอนหน้า

UK 2017 #1 – PREPARATION

ตั๋วเครื่องบิน
ทุกทริปเริ่มด้วยการจองตั๋วเครื่องบิน ไม่งั้นจะไปได้ไงล่ะ ใช่มะ ครั้งนี้ดวงดีได้ตั๋วลดราคาของสายการบิน Qatar ช่วงหลังสงกรานต์  ราคาแค่คนละ 19,000 บาท บอกได้เลยว่าราคาดีงาม

IMG_20170428_211800.jpg

แผนเที่ยว
29 เมษา – เครื่องลง รับรถเช่า เที่ยว Salisbury Cathedral, Stonehenge, Bath
DSC04858-HDR











30 เมษา – ขับรถเที่ยว Cotswolds แวะ Castle Combe, Bibury และ Bourton-on-the-Water จากนั้นขับรถต่อไปเมือง York












1 พฤษภา – เที่ยวในเมือง York จากนั้นขับรถต่อไป Edinburgh แล้วก็คืนรถเช่า














2-3 พฤษภา – เที่ยวในเมือง Edinburgh จากนั้นนั่งรถไฟกลับ London














4-8 พฤษภา – เที่ยว London และรอบๆ














9 พฤษภา – บินกลับ

เช่ารถขับ
หาข้อมูลจากเหล่าผู้เชี่ยวชาญในการเช่ารถขับเที่ยวในประเทศแถบนี้หลายต่อหลายคน  ได้รับคำตอบสรุปได้ประมาณนี้

  1. ให้เช่ากับเจ้าใหญ่ แบบมีชื่อเสียงคุ้นหู ตัวอย่างก็เช่น AVIS, Europcar อะไรแบบนี้ เอาง่ายก็เข้าเวบ https://www.rentalcars.com/ ไปลองค้นดู ทุกยี่ห้อในนี้ถือว่าโอเค
  2. ให้ซื้อประกันแบบ 0 Excess เพิ่ม แปลว่าถ้าเกิดอะไรขึ้น เราไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกเลยแม้แต่นิดเดียว อันนี้เป็นการซื้อความเสี่ยง เพราะค่าประกันแบบ 0 Excess อาจจะวันละไม่กี่ปอนด์ แต่ถ้าเกิดรถมีรอยถลอกนิดเดียว อาจจะโดนเรียกเก็บเงินเพิ่มตามหลังมา 2-300 ปอนด์ แล้วโอกาสที่เราจะ dispute ชนะก็ริบหรี่มาก สำหรับตรงนี้มันจะมีประกันหลายส่วน เท่าที่เห็นคือ 0 Excess แล้วก็จะมีประกันกระจกรถ กับประกันลากรถ (ในกรณีรถเสียหรือชนจนไปต่อไม่ได้) บางยี่ห้อก็รวมกัน บางยี่ห้อก็แยกกัน เอาว่าเลือกซื้อกันตามชอบใจ แต่อย่างน้อยที่สุดต้องซื้อประกัน 0 Excess เพิ่มไว้ก่อน
  3. ให้เลือกรถใหญ่ๆ ใส่กระเป๋าเดินทางในกระโปรงท้ายรถได้ จะได้ไม่ล่อตาล่อใจพวกขโมยทุบกระจกรถเอาของ มีคนไทยโดนทุบกระจกเอาของมีค่าไปเยอะแยะ อ่านจากพันทิบได้
  4. เกียร์ออโต้ได้ก็ดี
  5. เช่าจากที่นึง ไปคืนรถอีกที่นึง มีค่า One Way Charge ด้วยนะ แพงใช้ได้เลย
  6. ศึกษาวิธีเติมน้ำมันของรถคันนั้นๆไว้ด้วย อันนี้คือประสบการณ์ส่วนตัว เนื่องจากคิดว่าการเติมน้ำมันเป็นเรื่องง่าย ก็เคยใช้แต่รถญี่ปุ่นนี่เนอะ พอไปนู่น ทำไม่เป็นตั้งแต่เปิดฝาถังน้ำมันแล้ว 555 ไว้เล่าละเอียดตอนหลังละกัน ”<br

ขุดเหรียญ Monero ผ่าน pool ด้วย Raspberry Pi

Monero (XMR) เป็นอีก cryptocurrency หนึ่ง สามารถขุดด้วย Raspberry Pi แต่ hash rate ก็ไม่เยอะนะครับ งานนี้จะใช้ Raspberry Pi 3 และระบบปฏิบัติการ Raspbian โดยเข้าใช้งานเป็น root คำสั่งทั้งหมดก็
sudo -i

apt install autoconf libcurl4-openssl-dev libjansson-dev openssl libssl-dev gcc gawk automake git libssl1.0-dev -y

git clone https://github.com/lucasjones/cpuminer-multi.git

cd cpuminer-multi/

./autogen.sh

./configure CFLAGS=”-Ofast -mtune=cortex-a53 -mcpu=cortex-a53 -mfloat-abi=hard -mfpu=neon-fp-armv8 -mneon-for-64bits -ffast-math” CXXFLAGS=”-Ofast -mtune=cortex-a53 -mcpu=cortex-a53 -mfloat-abi=hard -mfpu=neon-fp-armv8 -mneon-for-64bits -ffast-math”

make –always-make

รอนานเอาเรื่องเหมือนกันนะครับ เราจะได้โปรแกรม minerd มาขุด XMR ผ่าน pool ได้ ถ้าใช้ MinerGate (Link ได้รับการสนับสนุน) เราสามารถขุด XMR พร้อมๆ ไปกับ FCN ได้ด้วย ก็สั่ง
./minerd -a cryptonight -o stratum+tcp://fcn-xmr.pool.minergate.com:45590 -u xxxx@mmmm.com -p x

เปลี่ยน xxxx@mmmm.com เป็น e-mail ที่เราสมัครกับ MinerGate ด้วยนะครับ ตามภาพนั้นยังขุดแค่ XMR อยู่ อันที่จริง MinerGate รองรับหลายสกุลเงินที่ขุดด้วย minerd อยู่เหมือนกัน หรือถ้าใช้ pool เจ้าอื่น ก็ดูคู่มือจากเจ้านั้นๆ นะครับ