เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ราเมงหมูดำ Kanedaya

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ราเมงหมูดำ Kanedaya

ทริปคิวชูวันที่ 7 วันนี้เป็นรายการเก็บตกก่อนที่จะเดินทางกลับในวันรุ่งขึ้น เมืองเด่นๆ ในแถบคิวชูเหนือก็ไปมาเกือบหมดแล้ว วันนี้ก็เลยลองเปลี่ยนบรรยากาศไปแถวที่ไม่ดังบ้าง

เป้าหมายแรกคือออกนอกเกาะคิวชูไปที่ Shimonoseki จังหวัด Yamaguchi ฟังดูเหมือนไกล แต่จริงๆ แล้วก็แค่นั่งรถไฟข้ามช่องแคบไปนิดเดียว

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ราเมงหมูดำ Kanedaya

เริ่มต้นที่สถานี Hakata เหมือนเคย ผมนั่งรถไฟสาย Limited Express Sonic ไปลงที่ Kokura แล้วต่อ JR Sanyo Line มุดอุโมงค์เชื่อมช่องแคบเพื่อไปจุดหมายที่สถานี Shimonoseki

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ราเมงหมูดำ Kanedaya

เช้านี้ไม่ได้ซื้อข้าวกล่องขึ้นมากินบนรถ เพราะว่าตั้งใจจะไปซื้อข้าวกล่องหน้าปลาปักเป้าชื่อดัง Deluxe Fukusushi ที่สถานีปลายทาง

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ราเมงหมูดำ Kanedaya

ถึงสถานี Shimonoseki แล้ว

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ราเมงหมูดำ Kanedaya

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ราเมงหมูดำ Kanedaya

รอบๆ สถานี Shimonoseki มีตึกสวยๆ เหมาะแก่การถ่ายรูป

ผมเดินหาร้านขายข้าวกล่องแต่ไม่มีข้าวกล่องที่ตั้งใจจะซื้อ ก็เลยไปถามที่ tourist information แถวนั้น ได้ความว่าข้าวกล่องหน้าปลาปักเป้าที่อยากกิน มีขายเฉพาะเสาร์อาทิตย์เท่านั้น ก็เท่ากับว่านั่งรถไฟมาเสียเที่ยว T-T

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ราเมงหมูดำ Kanedaya

ข้าวกล่องหน้าตาแบบในรูป (ภาพจาก ที่นี่)

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ราเมงหมูดำ Kanedaya

จำใจต้องกินข้าวปั้นจากมินิมาร์ทรองท้อง + นั่งรถกลับมาสถานี Kokura

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ราเมงหมูดำ Kanedaya

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ราเมงหมูดำ Kanedaya

ถึงจะผิดหวังจะข้าวหน้าปลาปักเป้า แต่ก็ยังไม่ล้มเลิกความพยายามในการหาของกิน จากสถานี Kokura ผมนั่งรถขบวน Sonic ไปลงสถานี Yukuhashi (14 นาที)

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ราเมงหมูดำ Kanedaya

ถึงสถานี Yukuhashi แล้ว

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ราเมงหมูดำ Kanedaya

หน้าสถานีมีสัญลักษณ์หน้าตาแปลกๆ

Yukuhashi นี่สถานีดูใหญ่โต แต่ในตัวเมืองค่อนข้างเงียบถึงเงียบมาก ไม่ค่อยมีรถราวิ่งให้เห็น คนส่วนใหญ่ที่เจอก็เป็นคนแก่มากกว่าวัยทำงาน

เดินตรงจากสถานีมาประมาณ 1 กิโลนิดๆ ก็จะเจอกับร้านราเมงเล็กๆ ขนาดห้องเดียว

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ราเมงหมูดำ Kanedaya

ร้านราเมง Kanedaya เปิด 11 โมงตรง ผมมาเร็วไปราวๆ 10 นาที ก็เดินเตร็ดเตร่แถวนั้นอยู่พักนึง กลับมาอีกทีร้านก็เปิดพอดี

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ราเมงหมูดำ Kanedaya

ข้างในเป็นร้านเล็กๆ มีเคาท์เตอร์แล้วก็โต๊ะนั่งกินอีกนิดหน่อย ดูแล้วรับลูกค้าได้ไม่น่าเกิน 15 คน

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ราเมงหมูดำ Kanedaya

แต่ดูแล้วก็เป็นร้านดังใช้ได้ มีลายเซ็นคนดัง (มั้ง) เต็มร้านเลย

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ราเมงหมูดำ Kanedaya

เมนูในร้าน มีเท่านี้แหละ มีราเมงกับท็อปปิ้งให้เลือก ผมก็สั่งไม่เป็นเลยเลือกของมาตรฐานที่เค้าแนะนำกัน คือราเมงหมูดำ (ส่วนท็อปปิ้งอ่านไม่ออก เลยไม่ได้สั่ง)

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ราเมงหมูดำ Kanedaya

ราเมงมาแล้ว น้ำซุปขาวข้นตามสไตล์ของราเมงแถบนี้

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ราเมงหมูดำ Kanedaya

หมดอย่างรวดเร็ว

สรุปสั้นๆ ว่าเป็นราเมงที่อร่อยที่สุดในทริปนี้แล้ว เส้นราเมงเหนียวกำลังดี หมูอร่อย น้ำซุปเข้มข้น สมกับเป็นราเมงที่ได้คะแนนรีวิวใน tabelog สูงที่สุดใน Fukuoka (แต่เช็คดูล่าสุดหล่นไปอยู่อันดับ 5 แล้ว)

ถ้าได้มาแถวนี้ แนะนำว่าไม่ควรพลาด แต่ถ้าจะถ่อมาจาก Hakata อาจจะดูลำบากเกินไปหน่อย (นั่งรถชั่วโมงกว่า เดินอีกกิโลนึง)

รายละเอียดเพิ่มเติม เวลาปิดเปิด ดูได้จากใน tabelog

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : เนื้อย่าง Tanka

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : เนื้อย่าง Tanka

พอกลับจาก Yufuin มาถึงตัวเมือง Fukuoka แล้ว ก่อนจะกลับที่พักก็แวะทานข้าวเย็นสักหน่อย

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : เนื้อย่าง Tanka

ร้านที่แวะชื่อ Tanka อยู่แถวระหว่างสถานี Yakuin กับสถานี Watanabedori เปิด 6 โมงเย็นถึงตี 3 (ข้อมูลจาก tabelog) อาหารเป็นแนวๆ เนื้อย่างหลายแบบ เท่าที่เห็นคนส่วนใหญ่ที่มากินก็เป็นพวกพนักงานออฟฟิศ

ที่ร้านไม่มีเมนูภาษาอังกฤษ แต่รายการอาหารหลายๆ อย่างก็เป็นตัวคะตะกะนะ อ่านไม่ยากเท่าคันจิ และพอเดาๆ มั่วๆ ไปได้ พนักงานก็พยายามช่วยเหลือดี

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : เนื้อย่าง Tanka

ระหว่างรออาหารที่สั่ง ก็มีของทานเล่นมาให้กินรอไปพลางๆ อันนี้เป็นคล้ายๆ เนื้อเปื่อย

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : เนื้อย่าง Tanka

อย่างแรกเป็นเมนูที่พนักงานบอกว่าคนนิยมสั่ง เป็นเนื้อ + ลิ้น ย่างเสียบไม้

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : เนื้อย่าง Tanka

มีน้ำจิ้มให้สามอย่าง

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : เนื้อย่าง Tanka

ย่างมาได้กำลังดีเลย ข้างนอกสุก ข้างในยังแดงนิดๆ

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : เนื้อย่าง Tanka

สั่งกิมจิมากินตัดรสด้วย

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : เนื้อย่าง Tanka

อันนี้จำชื่อไม่ได้ แต่เป็นเนื้อส่วนลิ้น เข้าใจว่าย่างเกลือ จะจิ้มซอสหรือบีบมะนาวก็อร่อย

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : เนื้อย่าง Tanka

จานนี้เป็นโฮรุมง (เครื่องใน) เคี้ยวสนุกดี

ราคารวมทั้งหมด (มีเบียร์สดอีกแก้วนึง) 4,050 เยน ก็รู้สึกว่าแพงนิดนึงแต่ก็อร่อยสมราคาอยู่ ถ้าเกิดว่าอ่านเมนูออกคงจะได้สั่งอะไรมากกว่านี้

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : เที่ยวตัวเมือง Yufuin

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : เที่ยวตัวเมือง Yufuin

เที่ยวเมือง Yufuin ต่อจากตอนที่แล้ว หลังจากกินข้าวเสร็จก็ถึงเวลาเดินเที่ยวในตัวเมือง จากแผนที่จะเห็นว่าถนนหลักของเมืองจะมีอยู่เส้นเดียว ร้านค้าทั้งหลายจะตั้งเรียงรายอยู่สองฟากถนน

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : เที่ยวตัวเมือง Yufuin

แผนที่เมือง Yufuin ขอมาจากจุดบริการนักท่องเที่ยวที่สถานี

ถ้าคนที่มาเที่ยวแบบมาเช้าเย็นกลับ เดินเฉพาะถนนสายหลักนี่ก็พอ เพราะนอกจากส่วนนี้ไปแล้วก็บ้านนอกญี่ปุ่นดีๆ น่ะเอง เต็มไปด้วยทุ่งหญ้า ป่าเขา และลำคลอง แต่สำหรับคนที่มาแบบนอนเรียวกังค้างคืน ที่พักพวกนั้นจะอยู่กระจายออกไปรอบนอกหน่อย

ความรู้สึกตอนที่เดินในตัวเมืองคือจะได้อารมณ์คล้ายๆ อำเภอปาย จ.แม่ฮ่องสอน คือส่วนนักท่องเที่ยวนี่ร้านค้าแข่งขันเท่ แข่งกันมีกิมมิคเรียกลูกค้าสุดๆ แต่โซนที่ไม่ใช่ที่ท่องเที่ยวก็จะเป็นคนท้องถิ่นอยู่กันแบบบ้านๆ

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : เที่ยวตัวเมือง Yufuin

เดินผ่านโรงอาบน้ำสาธารณะชื่อ Shitanyu อยู่ใกล้ๆ ทะเลสาบ Kirinko น่ะแหละ อยากลองเข้าไปแช่น้ำร้อนดูบ้าง แต่งง ไม่รู้จ่ายเงินยังไง เข้าตรงไหน ก็เลยเดินผ่านไป

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : เที่ยวตัวเมือง Yufuin

เดินต่อมาอีกเจอ Marc Chagall Museum พิพิธภัณฑ์จัดแสดงงานของศิลปินรัสเซีย ตึกหน้าตาสวยดีเลย ติดทะเลสาบ แต่ก็ยังงงๆ อยู่ว่ามาตั้งพิพิธภัณฑ์อะไรอยู่ตรงนี้

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : เที่ยวตัวเมือง Yufuin

มี Museum shop และ Cafe ใกล้ๆ

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : เที่ยวตัวเมือง Yufuin

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : เที่ยวตัวเมือง Yufuin

ตรงนี้เหมือนจะเป็นโซนขายของรำลึกอดีตของคนญี่ปุ่น มีของเล่นเก่าๆ ใบปิดหนังเก่า

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : เที่ยวตัวเมือง Yufuin

มีให้ถ่ายคู่กับอุลตร้าแมน + หุ่นเหล็กหมายเลข 28 ด้วย

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : เที่ยวตัวเมือง Yufuin

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : เที่ยวตัวเมือง Yufuin

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : เที่ยวตัวเมือง Yufuin

มาถึงส่วนถนนคนเดิน ร้านค้าเพียบ

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : เที่ยวตัวเมือง Yufuin

ไอติมสนูปปี้รสชาเขียว

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : เที่ยวตัวเมือง Yufuin

ร้านขายเหล้าและอื่นๆ

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : เที่ยวตัวเมือง Yufuin

บรรยากาศมันปายมาก

ผมไม่ได้กะว่าจะซื้อของฝากหรือของที่ระลึกอะไรติดมือไปด้วยอยู่แล้ว ก็เลยไม่ได้ใช้เวลากับร้านค้าสักเท่าไหร่ แต่ตั้งใจว่ามาแล้วจะลองแช่ออนเซ็นในเมืองนี้ดู ซึ่งต้องเดินออกไปรอบนอกของตัวเมืองหน่อย

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : เที่ยวตัวเมือง Yufuin

รอบนอกเมืองก็บ้านนอกดีๆ นี่เอง

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : เที่ยวตัวเมือง Yufuin

พื้นที่รอบนอกส่วนใหญ่เป็นนาข้าว

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : เที่ยวตัวเมือง Yufuin

เรียงกังหลายๆ แห่งใน Yufuin นี่จะเปิดให้คนที่ไม่ใช่แขกเข้าไปแช่น้ำร้อนได้ด้วย ผมเลือกเรียวกัง Musoen ที่มีบ่อแบบ outdoor ให้แช่ ค่าบริการ 700 เยน (+ผ้าเช็ดตัวราคา 200 เยน) การใช้งานก็เหมือนออนเซ็นญี่ปุ่นปกติ มีห้องล็อกเกอร์สำหรับเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ (แบบบ้านๆ หน่อย) แล้วก็อาบน้ำล้างตัวก่อนลงบ่อ

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : เที่ยวตัวเมือง Yufuin

ที่ Musoen นี่บรรยากาศดีเลย มีสวนมีต้นไม้ร่มรื่น ตอนแช่น้ำร้อนเห็นวิวท้องฟ้า ก้อนเมฆ และภูเขา Yufu อยู่ไกลออกไปลิบๆ ติดอยู่ตรงที่ว่าอยู่ห่างจากตัวเมืองออกมาเยอะหน่อย ตอนเดินมาเล่นเอาหอบแฮ่ก ดูในแผนที่เหมือนจะพอเดินได้ แต่จริงๆ แล้วมันเป็นทางขึ้นลงเนินเขา จะเหนื่อยกว่าปกติ

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : เที่ยวตัวเมือง Yufuin

ยอดเขา Yufu มีเมฆปกคลุม

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : เที่ยวตัวเมือง Yufuin

มีแต่ทุ่งนาจริงๆ

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : เที่ยวตัวเมือง Yufuin

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : เที่ยวตัวเมือง Yufuin

เดินกลับมาถึงสถานี Yufuin ฝนก็เริ่มเทลงมา

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : เที่ยวตัวเมือง Yufuin

ในสถานีมี Waiting Room ก็นั่งรอฝนซา

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : เที่ยวตัวเมือง Yufuin

ระหว่างเดินเล่นรอรถไฟขากลับ ไปเจอกับเบียร์ท้องถิ่น ขวดนี้ 600 เยน

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : เที่ยวตัวเมือง Yufuin

เพิ่งเห็นว่าถ้าเดินไปจนสุดชานชาลาจะมีที่ให้แช่เท้าด้วย

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : เที่ยวตัวเมือง Yufuin

แต่ไม่มีเวลาแช่ เพราะรถไฟมาแล้ว เป็น Yufuin no Mori เหมือนตอนขามา

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : เที่ยวตัวเมือง Yufuin

อันนี้ซื้อจากมินิมาร์ทในเมือง เอามากินบนรถ เป็นซันโตรี่ผสมโค้ก อร่อยดี

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : เที่ยวตัวเมือง Yufuin

เจอรถไฟ JR สีเหลือง สวยดี

ข้อแนะนำตอนนั่ง Yufuin no Mori คือขามา ถ้านั่งติดหน้าต่างฝั่งขวา จะมองเห็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงของแถบน้ำด้วย จังหวะนั้นรถไฟจะชะลอให้มีโอกาสดูด้วย ถ้าขากลับก็ให้นั่งฝั่งซ้าย

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : นั่งรถไฟ Yufuin no Mori

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : นั่งรถไฟ Yufuin no Mori

วันที่ 6 ในเกาะคิวชู ตามโปรแกรม วันนี้จะนั่งรถไฟไปเที่ยว Yufuin เมืองน้ำพุร้อนชื่อดังของญี่ปุ่น แต่ก่อนเดินทางก็ต้องหาของกินเสียก่อน ผมเลือกไปกินร้านปลาดิบที่อยู่ใน Fukuoka City Fish Market Center คือดูชื่อแล้วเหมือนจะเป็นตลาดปลา แต่พอไปจริงๆ แล้วดูเหมือนสหกรณ์ประมงอะไรงี้มากกว่า ไม่มีตลาดสดอะไรให้ดู

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : นั่งรถไฟ Yufuin no Mori

ลงรถไฟที่สถานี Akasaka แล้วเดินต่ออีกราวๆ 700 เมตร หน้าตึกมีป้ายชัดเจน

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : นั่งรถไฟ Yufuin no Mori

ร้าน Hakata Uogashi อยู่ชั้นล่างของตึกเลย (รีวิวจาก tabelog)

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : นั่งรถไฟ Yufuin no Mori

ร้านไม่ใหญ่มาก มีโต๊ะนั่งกิน หรือนั่งที่เคาท์เตอร์ก็ได้ บนผนังมีราคาอาหารให้ดู ราคาไม่แพงเลย

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : นั่งรถไฟ Yufuin no Mori

ผมสั่ง Ikura Kaizendon เป็นข้าวหน้าปลาดิบรวม + ไข่ปลา อันนี้ราคา 980 เยน ปลาสดอร่อยไม่ผิดหวัง

จบจากมื้อเช้าแล้วก็ได้เวลาไปขึ้นรถไฟเพื่อไป Yufuin สักที

Yufuin เป็นเมืองท่องเที่ยวในจังหวัด Oita เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเรื่องน้ำพุร้อนอีกเมืองนึงนอกจาก Beppu (ที่ดังกว่าและนักท่องเที่ยวเยอะกว่า) การเดินทางจาก Fukuoka แบบสะดวกสุดสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างเราๆ ก็คือนั่งรถไฟ ใช้เวลาประมาณ 2 ชม.10 นาที โดยรถที่มีให้บริการจะมีรถขบวน Yufu ที่เป็นรถ Limited Express ธรรมดา กับรถไฟท่องเที่ยวขบวน Yufuin no Mori วิ่งเส้นทางเดียวกัน ถ้ามี JR Pass ก็สามารถใช้ได้เลย

สำหรับรถขบวน Yufuin no Mori เป็นรถที่คนนิยมนั่งกันทำให้ต้องจองล่วงหน้า ไม่งั้นจะไม่มีที่นั่ง ควรจะเผื่อเวลาไว้สัก 3-4 วัน ของผมก็จองตั๋วไว้ตั้งแต่วันแรกๆ ที่มาถึงเลย

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : นั่งรถไฟ Yufuin no Mori

รถ Yufuin no Mori เข้าเทียบชานชาลาที่สถานี Hakata แล้ว

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : นั่งรถไฟ Yufuin no Mori

เป็นรถที่โด่งดังใช้ได้เลย พอเทียบชานชาลาปุ๊บ ก็มีคนมารุมถ่ายรูปกันเต็ม สังเกตจากเงาสะท้อนบนกระจกได้

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : นั่งรถไฟ Yufuin no Mori

ขบวนนี้ถึง Yufuin 11:34

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : นั่งรถไฟ Yufuin no Mori

มีเมนูอาหารให้สั่งด้วย สมกับเป็นรถไฟท่องเที่ยว

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : นั่งรถไฟ Yufuin no Mori

ภายในรถไฟตกแต่งด้วยไม้สีอ่อน เบาะนั่งสีเขียวเข้ม ให้ความรู้สึกผ่อนคลายดี บนรถไฟมีพนักงานสาวคอยให้บริการแบบเดียวกับแอร์โฮสเตสบนเครื่องบินด้วย

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : นั่งรถไฟ Yufuin no Mori

ผมสั่งข้าวกล่อง Yufuin no Mori (ชื่อเดียวกับขบวนรถ) เอาไว้ไปกินมื้อกลางวันที่ Yufuin ราคา 1,030 เยน

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : นั่งรถไฟ Yufuin no Mori

มีแจกโปสการ์ดพร้อมประทับตราว่าได้มาจริงๆ นะ

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : นั่งรถไฟ Yufuin no Mori

ห้องคนขับกับส่วนผู้โดยสารเป็นประตูกระจก สามารถเดินไปดู+ถ่ายรูปได้

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : นั่งรถไฟ Yufuin no Mori

พนักงานประจำขบวนเอาป้ายกับหมวกมาให้ มีบริการถ่ายรูปให้

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : นั่งรถไฟ Yufuin no Mori

มาถึงสถานี Yufuin แล้ว เจอสิ่งก่อสร้างหน้าตาแปลกๆ เข้าใจว่าเป็นที่พักผู้โดยสารเฉพาะของขบวน Seven Stars รถไฟท่องเที่ยวระดับหรูหรา

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : นั่งรถไฟ Yufuin no Mori

ก้าวออกมาจากสถานี Yufuin ก็เจอวิวสวยๆ เลย มีถนนมุ่งเข้าตัวเมือง ร้านค้าเรียงรายสองข้างทาง มีภูเขา Yufu เป็นฉากหลัง

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : นั่งรถไฟ Yufuin no Mori

ใครใคร่นั่งรถม้าก็มีให้บริการ (ไม่รู้ราคา)

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : นั่งรถไฟ Yufuin no Mori

แผนที่เมือง Yufuin (เอามาจาก japan-guide) จะเห็นว่าออกจากสถานีแล้วจะมีถนนสายหลักมุ่งหน้าไปที่ทะเลสาบ Kirinko สองข้างทางนี่ก็จะเป็นร้านค้ามากมายสำหรับนักท่องเที่ยว

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : นั่งรถไฟ Yufuin no Mori

แต่ผมยังไม่อยากเจอคนเยอะๆ ก็เลยเดินมาทางถนนอีกเส้นหนึ่งที่ไปทะเลสาบ Kirinko เหมือนกัน ชมธรรมชาติและบรรยากาศเมืองในหุบเขา

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : นั่งรถไฟ Yufuin no Mori

น้ำใส ไหลเย็น เห็นเป็ด

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : นั่งรถไฟ Yufuin no Mori

เดินมาสักกิโลนึงก็จะถึงทะเลสาบ วิวสวยเลยทีเดียว

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : นั่งรถไฟ Yufuin no Mori

ผมเดินอ้อมทะเลสาบมาทางศาลเจ้าเล็กๆ ดูเงียบสงบดี มีมุมให้นั่งกินข้าว ก็ได้โอกาสกินข้าวกล่องที่ซื้อมา

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : นั่งรถไฟ Yufuin no Mori

ข้าวกล่องหน้าตาแบบนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นพืชผักแปลกๆ ที่ไม่รู้จักชื่อ กินแล้วไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่ แอบเสียดายเงินอยู่

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : นั่งรถไฟ Yufuin no Mori

วิวตอนมองกลับไปอีกฟากหนึ่งของทะเลสาบ

ตอนถัดไปจะเดินเที่ยวในตัวเมือง Yufuin ครับ

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ปราสาท Kumamoto

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ปราสาท Kumamoto

จบจากดูนิทรรศการที่ Contemporary Art Museum แล้วก็ไปต่อที่ปราสาท Kumamoto ท่ามกลางท้องฟ้ามืดครึ้ม

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ปราสาท Kumamoto

มองไปไหนก็เจอแต่คุมะมง

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ปราสาท Kumamoto

ทางเข้าปราสาท ค่าเข้า 500 เยน

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ปราสาท Kumamoto

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ปราสาท Kumamoto

ด้วยโครงสร้างของปราสาทกำแพงด้านนอกจะเป็นกำแพงหิน มีทางเดินขึ้นเนินซับซ้อน เพื่อให้ป้องกันข้าศึกที่มาบุกได้ง่าย

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ปราสาท Kumamoto

ผ่านส่วนทางเข้าที่ซับซ้อนแล้วก็จะมาเจอตัวปราสาท Kumamoto สักที

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ปราสาท Kumamoto

ด้านหน้าปราสาทเป็นลานกว้าง ถ่ายรูปกันได้ตามสะดวก

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ปราสาท Kumamoto

ตรงมุมของลานกว้างมีหอสังเกตการณ์ ขึ้นไปดูได้

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ปราสาท Kumamoto

ดูวิวออกไปทางนอกปราสาท

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ปราสาท Kumamoto

ทางเดินภายในดูเก่าๆ ขลังๆ ดี

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ปราสาท Kumamoto

อันนี้เป็นทางเดินใต้ดิน ดูใหม่หน่อย คงเพิ่งมาทำทีหลัง

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ปราสาท Kumamoto

มีจุดให้ชักภาพ

ก่อนจะขึ้นปราสาท Kumamoto ผมไปเดินส่วนที่เป็นตำหนัก Honmaru ก่อน ซึ่งในส่วนนี้จะเป็นอาคารทำจากไม้ทั้งหลัง บูรณะขึ้นมาจนดูใหม่กิ๊ง

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ปราสาท Kumamoto

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ปราสาท Kumamoto

ดูเหมือนในการ์ตูนเลย

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ปราสาท Kumamoto

ตัวตำหนัก Honmaru ก็ดูสวยเนี้ยบดี แต่ถ้าเทียบกับของปราสาทนาโงย่าที่เคยไปมาแล้ว ดูอันนี้จะอลังการน้อยกว่านิดนึง

ต่อไปก็เข้าไปดูในตัวปราสาท Kumamoto ซึ่งก็จัดแสดงเหมือนปราสาทญี่ปุ่นทั่วไป มีส่วนนิทรรศการ มี artifact เก่าๆ ให้ดู ซึ่งบางทีพอจัดพื้นที่เป็นแบบนี้แล้วมันรู้สึกเหมือนข้างในไม่ใช่ปราสาท เหมือนเป็นตึกธรรมดามากกว่า

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ปราสาท Kumamoto

มีตัวปลาที่ปกติจะประดับอยู่บนหลังคาให้ดู

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ปราสาท Kumamoto

แผนที่เมืองในสมัยก่อน

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ปราสาท Kumamoto

ขึ้นมาถึงชั้นบนสุด มีจุดให้ชมวิว เท่านี้แหละ

หลังจากที่เคยไปปราสาทอื่นมาแล้วสองที่ (นาโกย่า กับอินุยามะ) พอมาเจอปราสาท Kumamoto นี่ก็เริ่มจะเบื่อๆ หน่อยแล้ว เพราะไม่มีอะไรแตกต่างกันมากนัก ยกเว้นอินุยามะที่เป็นปราสาทดั้งเดิม ไม่เคยถูกทำลายแล้วสร้างขึ้นมาใหม่ ก็จะมีสภาพเก่าๆ บันไดชัน ทางเดินแคบ ดูแล้วขลังกว่าปราสาทสร้างใหม่เยอะ

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ปราสาท Kumamoto

ก่อนกลับ แวะถ่ายรูปกับฮิโกะมะรุคุงได้

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ปราสาท Kumamoto

กลับไปเดินแถว Kamitori-Shimotori ที่เป็นย่านช้อปปิ้งแทน

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ปราสาท Kumamoto

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ปราสาท Kumamoto

ร้านสวยๆ ขายของน่ารักๆ เยอะตามสไตล์ญี่ปุ่น

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ปราสาท Kumamoto

ถ่ายชิโนดะซัง พรีเซ็นเตอร์ Chulip ด้านหลังติดขนมโดราเอมอนมาด้วย

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ปราสาท Kumamoto

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ปราสาท Kumamoto

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ปราสาท Kumamoto

คนเพียบ

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ปราสาท Kumamoto

โฆษณาเน็ตคาเฟ่

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ปราสาท Kumamoto

บรรดาสินค้าคุมะมง

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ปราสาท Kumamoto

อันนี้โฆษณาร้านโบว์ลิ่งมั้ง

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ปราสาท Kumamoto

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ปราสาท Kumamoto

ถนน Showa dori ทางเท้ากว้าง มีต้นไม้สองข้างทาง บรรยากาศดี

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ปราสาท Kumamoto

กลับมาถึงสถานี Kumamoto แล้ว

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ปราสาท Kumamoto

นั่งชินคันเซ็นกลับ Hakata

พอกลับมาถึงสถานี Hakata แล้วผมเดินต่อไปที่ห้าง Canal City เพราะมีมินิไลฟ์ของ Katahira Rina ให้ดู ซึ่งทีแรกก็ไม่รู้จักหรอกว่าเป็นใคร

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ปราสาท Kumamoto

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ปราสาท Kumamoto

ลองฟังดูแล้วเพลงก็เพราะดีเลยนะ เล่นสด กีตาร์ตัวเดียว มีเพลงให้ฟังบน YouTube ด้วย

ดูจบแล้วก็ไปนั่งร้าน Yatai เหมือนเคย วันนี้เป็นร้านชื่อ Hanayama (花山) อยู่แถวๆ Showa Dori ใกล้สถานี Tenjin

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ปราสาท Kumamoto

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ปราสาท Kumamoto

เกี๊ยวซ่า

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ปราสาท Kumamoto

ไข่ห่อเมนไทโกะ

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ปราสาท Kumamoto

ขาดไม่ได้คือเบียร์เย็นๆ

หมดไปอีกหนึ่งวัน