Lipe : เกาะสวรรค์ ตอนที่ 2

LIPE-21

และแล้วก็ได้เวลาออกเรือไปตามหานีโม เช้าวันนี้อากาศสดใส โดยปรกติเส้นทางการออกเรือของเกาะหลีเป๊ะจะแบ่งเป็นสองเส้น คือเกาะใน และเกาะนอก โดยแต่ละชุดต้องใช้เวลาอย่างละ 1 วัน ถ้าใครมีเวลาน้อย แนะนำให้ไปแค่ก็เกาะนอกก็พอเพราะโดยรวมแล้วสวยกว่า สำหรับการเหมาเรือส่วนตัว เราจะต้องเสียค่าเช่าสน๊อกเกิ้ล กับซื้อข้าวกลางวันไปกินเอง ทางเรือมิได้มีการมารับผิดชอบปากท้องเราแต่อย่างใด ตอนเช้าก่อนออกเรือก็แวะไปซื้อข้าวกล่องตรงถนนคนเดินซะก่อน จะได้อาหารที่อยากกินและราคาสมเหตุสมผล

LIPE-23

Attraction หลักที่ขาดไม่ได้เลยก็คงเป็นหินซ้อน เรือทุกลำก็จะแวะผ่านมาให้ถ่ายรูป แล้วก็ผ่านไปจุดต่อๆไป

LIPE-25

ธรรมชาติของทะเลแถวนี้ยังดีอยู่มาก ดีกว่าภูเก็ตและกระบี่เยอะ ปะการังยังค่อนข้างสมบูรณ์ (เทียบจากประสบการณ์ ไม่ได้อ้างอิงตามทฤษฎีแต่อย่างใด) คราวนี้เราเจอนีโมเยอะมากๆ และที่โชคดีกว่านั้นคือเจอปลาสิงโตอีกด้วย เสียดายที่ไม่มีกล้องถ่ายรูปใต้น้ำ เลยไม่มีอะไรมาฝากเลย ไว้คราวหน้าจะเอา Action Cam ไปด้วย

LIPE-26

ประชาสัมพันธ์ที่เกาะรอกลอย จะมีคนกล้าไปถามไหมเนี่ย

LIPE-28 LIPE-37

คนเรือของเรามีสองคน คนนึงคุมหัว คนนึงคุมท้ายเรือ เค้าบอกว่าเป็นอา-หลานกัน ไม่ใช่พ่อ-ลูก  ข้อดีอีกอย่างของการจองเรือส่วนตัวคือคนเรือเค้าจะลากพาเราไปดูปะการังได้ทั่วถึง เพราะบางที่น้ำเชี่ยวมาก ถ้าว่ายเองคงไม่สามารถไปไกลขนาดที่เค้าลากเราไปได้

LIPE-38อีกเกาะที่น่าสนใจคือเกาะหินงาม ซึ่งแปลกประหลาดมากเพราะทั้งเกาะมีแต่หิน คนที่มาที่นี่ก็จะพยายามเรียงหินซ้อนๆกันให้ได้ 9 10 11 ก้อนเพื่อขอพร เราเองก็พยายามเรียง แต่พบว่ามันยากเอาการ เลยเลิกล้มความตั้งใจและถ่ายรูปคอนโดหินของคนอื่นมาแทน ที่นี่เค้ามีคำเตือน ว่าห้ามขโมยหินออกมา เพราะเจ้าที่แรง จริงๆก็คงเป็นคำขู่เอาไว้ป้องกันนักท่องเที่ยวมาหยิบออกไป คิดง่ายๆถ้ามาหยิบไปคนละก้อน แว๊บเดียวเกาะนี้ก็คงไม่เหลืออะไรให้ดูอีก

LIPE-39เกาะนี้เป็นจุดพักทานอาหารกลางวัน มีชิงช้าให้โยกเล่น

LIPE-29นี่คือเรือของเรา ชื่อ JC ESTHER 2 แต่ละซีรีย์ก็จะมีเรือหลายๆลำ

LIPE-27ยังไงก็ขอยืนยันว่าทะเลไทยสวยๆยังมีให้ดูอยู่ อันนี้น่าจะถ่ายจากผาที่เกาะรอกลอย

LIPE-22เส้นขอบฟ้า ที่คงไม่มีที่ให้ดูแล้ว นอกจากมาที่กลางทะเล

LIPE-40หลังจากหมดวันเราก็กลับมาที่พัก เจอแมวตัวนี้นอนเก๊กอยู่เลยกดมาซักรูป มันคงโดนถ่ายรูปมาเยอะมาก จนรู้ว่าต้องทำหน้ายังไง

LIPE-30บอกแล้วว่าน้องหมาที่นี่เค้ามีความสุข ดูมันนอนดูพระอาทิตย์ตกดิ อยากจะเข้าไปหยิกพุงด้วยความอิจฉา

LIPE-31จะว่าไปที่พักบนเกาะหลีเป๊ะก็มีเยอะ แต่บางอันก็ไม่ได้มีจอง Online ทำให้คนไทยไม่ค่อยรู้จัก อย่างตรงนี้ก็อยู่ในซอยคนเดิน แล้วเข้าตรอกมาอีกนิดเดียวเอง โดยมากจะราคาถูก ให้ฝรั่ง backpack มาพักกันเป็นเดือนๆ

LIPE-33 LIPE-34 LIPE-35พอตกกลางคืน เราก็ไปชิมโรตีชาชัก ร้านดังของที่นี่ ราคาแพงเวอร์ๆ ขนมปังน่าจะ 60 ส่วนชาชักนี่แก้วละ 50 ถ้าไม่คิดอะไรมาก ร้านอื่นๆที่อยู่ในถนนคนเดินขายโรตีชาชักถูกกว่าเกือบครึ่ง แล้วรสชาติก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนะ

LIPE-32ของกินพวกน้ำปั่นก็มีพร้อม สำหรับคนที่มั่นใจในเงินที่อยู่ในกระเป๋าสตางค์ของตัวเอง ราคาน้ำปั่นนี่กลับมากิน Starbucks ได้สบายๆ

LIPE-36สำหรับคนที่อยาก Chill by the Beach ก็มีเสื่อหมอนพร้อม แค่ซื้อเบียร์อะไรนิดหน่อย ก็น่าจะนั่งได้แล้ว แต่ราคาก็คงบวกมาหมด ตัวเราเองก็ไม่ได้ถามมา ว่าเท่าไหร่

LIPE-41ส่งท้ายกันด้วยรูป Selfie ของเราสองคน ทริปนี้ถ่ายด้วยกล้องคู่ใจตัวเดิม OLYMPUS : OLYMPUS OM-D E-M5 กับเลนส์ครอบจักรวาล Panasonic : LUMIX G 20mm F1.7 ASPH.

ไว้เจอกันใหม่ทริปหน้า สวัสดีคร้าบ

 

 

 

Lipe

A journey to beautiful island south of Thailand
ตอนที่ 1 | ตอนที่ 2

Eastern Europe 2013

A Journey to Eastern Europe. Germany, Austria and Czech Republic.

 

LiPE : เกาะสวรรค์

LIPE-1-1

เกาะหลีเป๊ะเป็นอีกที่ ที่ยังน่าเที่ยวอยู่ เพราะว่าความลำบากในการเดินทางนี่แหละที่ทำให้เกาะแห่งนี้ยังมีธรรมชาติที่ค่อนข้างดี ถ้าเทียบกับกระบี่หรือภูเก็ด

การเดินทางไปเกาะหลีเป๊ะไปได้หลายแบบ โดยมากคนกรุงเทพจะนั่งเครื่องบินไปลงที่หาดใหญ่ก่อนแล้วเดินทางต่อจากหาดใหญ่ไปยังท่าเทียบเรือปากบารา จังหวัดสตูล ถ้าเงินไม่ใช่ปัญหา ก็จองรถตู้จากสนามบินไปเลย จะง่ายและสะดวก โดยปรกติค่ารถตู้จากสนามบินหาดใหญ่ถึงปากบาราอยู่ที่หัวละ 300 บาท  ถ้าอยากประหยัด ก็ให้เดินออกมาจากสนามบิน นั่งรถสองแถวจากด้านหน้าสนามบิน ไปยังท่ารถตู้ ค่าสองแถวคนละ 30 บาท แล้วต่อรถตู้จากตรงนั้นไปปากบาราที่ราคาคนละ 100 บาท

โดยปรกติรถตู้ก็จะนำไปส่งต่อให้ผู้ให้บริการเรือ ที่เป็นค่ายเดียวกัน พอมาถึงพนักงานตรงปลายทางรถตู้ก็จะเสนอขายที่นั่งรถตู้ขากลับกับเรา ในราคาเที่ยวละ 150 บาท ซึ่งแพงกว่าขามา พร้อมบอกเหตุผลนู่นนี่ … ขอบอกว่าอย่าซื้อ เค้าหลอกกินเงินท่านแล้ว เพราะเราเจอมาเองกับตัว (ขอ fast forward ไปตอนขากลับ) เราพบว่าคนที่มาซื้อที่นั่งเอาตอนนั้น จ่ายเงินแค่ 100 บาท ไหงเราซื้อก่อน แต่จ่ายแพงกว่า  พอรู้เช่นนั้น เราเดินไปขอเงินคืนจากพนักงานนั่งโต๊ะที่บอกขายกับเราวันก่อน เค้าทำหน้าเซ็ง และก็ควักเงินในเก๊ะคืนมาคนละ 50 บาทโดยดี  นี่เป็นดอกนึงที่ทำให้เบื่อการเที่ยวเมืองไทยมากๆ ไปเมืองนอกเป็นสิบหนแทบไม่เคยโดนโกง มาเจอคนไทยด้วยกันนี่แหละโกง เสียความรู้สึกจริงๆ

LIPE-2-1 มาถึงเรื่องเรือ ก็จะมีหลายทางเลือก จะไปแบบ Speed Boat หรือ Ferry ก็ได้ เราเลือกแบบ Ferry เพราะถูกกว่า เรือยี่ห้อ Andaman Express เป็นแบบมีแอร์ แต่จะเย็นสบาย จะหนาวขั้วโลกหรือร้อนนั้นขึ้นกับที่นั่ง เพราะระบบแอร์เป็น Central Air เป่าแบบไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ใครอยู่ตรงทางแอร์ก็ตาย คนอยู่นอกทางแอร์ก็ตายเช่นกัน ค่าเรือจะอยู่ที่หัวละ 900 บาท ไป-กลับ ก็แนะนำให้ใช้เรือนี้นะเพราะจะไม่แวะลงเกาะตะรุเตาให้เสียเงิน และเสียเวลา เกาะมันก็ไม่มีอะไรน่าสนใจเท่าไหร่

พอไปถึงปากบาราให้รีบไปหาเจ้าหน้าที่เรือและรับบัตรคิว เพราะว่าคิวขึ้นเรือเค้าจะเรียกตามเลขนี่แหละ ใครขึ้นก่อนก็ได้เลือกที่นั่งก่อน

LIPE-3-1

หลังจากหลับพับอยู่ในเรือเกือบสามชั่วโมง ก็ได้เวลาผจญภัยต่อกันแล้ว เนื่องจากเรือ Ferry มันลำใหญ่ ไม่สามารถเข้าเทียบชายหาดได้ จึงมีการสร้างโป๊ะมาเป็นสถานีกลาง ให้คนลงจากเรือใหญ่มาต่อเรือหางยาว พร้อมกับดูดเงินในกระเป๋าอีกต่อนึง ค่าเรือหางยาวจากโป๊ะสู่เกาะที่อยู่ในระยะนิดเดียวอยู่ที่ 50 บาท

ไม่รู้ว่าที่เราไปมันคือวันซวยหรืออย่างไร เราต้องรอลงเรือหางยาว ใช้เวลาไปเกือบ 1 ชั่วโมง ทำให้เห็นความห่วยแตกของการจัดการจัดคนลงเรือหางยาว สรุปง่ายๆคือใครหน้าด้านกว่า ใครวีนมากกว่า ก็จะได้ไปก่อน ส่วนคนเงียบๆต่อแถวปรกติ ก็จะได้ไปทีหลัง สมเป็นประเทศพัฒนาแล้วโดยแท้ (ประชด)

LIPE-4-1สำหรับที่พัก เราเลือกง่ายๆ ถูกๆเหมือนเดิม ก็เลยมาลงที่ บันดาหยา ที่พักราคาไม่แพง อยู่หน้าหาดพัทยาและใกล้ถนนคนเดิน เราเลือกห้องแบบ Standard Air Condition  แปลตรงๆก็คือแบบถูกที่สุด สำหรับ Facility ในห้องก็มีสบู่ แชมพู ผ้าเช็ดตัว ตู้เย็น  เซฟ น้ำเปล่า 2 ขวด ทีวี  และ Free Wifi  เรียกว่าครบมากๆ

LIPE-5
ปรกติของการเดินทางมาเที่ยวเกาะหลีเป๊ะ วันแรกและวันสุดท้ายก็จะเสียฟรีไปโดยปริยาย เนื่องจากต้องต่อทั้งเครื่องบิน รถ เรือ  ดังนั้นแผนวันแรกของเราจึงไม่มีอะไรนอกจากนอนพัก และออกไปหาของกินที่ถนนคนเดิน แต่ก่อนอื่นสิ่งที่ต้องทำอีกอย่างก็คือการ confirm คนเรือ ที่จะพาเราออกทะเลในวันรุ่งขึ้น ครั้งนี้เราจองเรือส่วนตัว ไปกันแค่สองคน เพราะจะได้อยู่ในที่ๆอยากอยู่ได้นานตามสบาย และราคาก็ไม่ได้แพงกว่าการไปแชร์เรือกับคนไม่รู้จักมากนัก ที่เล่าให้พังละเอียดนี่ก็เพราะเราเจอปัญหาใหม่ คนเรือที่เราจองเอาไว้ มากกว่าครึ่งปี ดันบอกว่าไม่สามารถเอาเรือออกได้พรุ่งนี้ เพราะเหตุผลบางอย่าง ซึ่งเราก็ เฮ้ย นี่จองมาครึ่งปีแล้วนะ ยังมาไม่ว่างได้อีกเหรอ แล้วทำไมต้องมาทำธุระวันพรุ่งนี้ ทั้งๆที่รู้ว่ามีคนจองให้ออกเรือ เรียกว่าสตั๊นกันไปหลายนาที

ปัญหาที่แย่กว่า คือลุงแกไม่ได้หาตัวตายตัวแทนไว้ให้ เลยขอเวลาแว๊บนึงโทรหาญาติแกก่อน สุดท้ายแกก็โทรกลับมา ว่าหาได้แล้ว แต่ราคาที่ตกลงกันไว้ ไม่ได้แล้วนะ (อ้าว เฮ้ย !) สตั๊นรอบสองต่ออีก เงินเตรียมมาเหมือนจะเกือบไม่พอ …  สุดท้ายเราก็โดนมันมือชก เพราะคงไม่สามารถตอบปฏิเสธคนใหม่ และนอนกลิ้งอยู่ในห้องนอนตลอดทริป แล้วจะมาหลีเป๊ะเพื่อ ? สุดท้ายก็เลยต้องเตือนเพื่อนๆก่อน ว่าถ้าจองเรือไว้ ก่อนไปสักอาทิตย์และสองสามวัน ให้โทรจิกคนเรือให้เรียบร้อย อย่านิ่งนอนใจเหมือนเรา คนไม่มีความรับผิดชอบมันก็มีอยู่มากมาย หาทางรับมือได้แต่เนิ่นๆจะดีกว่า

ปล. รูปแมวนี่คือเอามาประกอบการโม้ แต่ไม่ได้เกี่ยวอะไรเลย

LIPE-6
พอจัดการปัญหาคนเรือจบ เราก็ได้เวลาออกหาอาหาร เดินออกมาหน้าที่พักก็เจอร่มสีรุ้ง ซึ่งคุ้นๆเหมือนว่าจะอยู่มาหลายปีแล้ว

LIPE-7ร้านอาหารส่วนมากก็เริ่มมาตั้งโต๊ะรอลูกค้ากันแล้ว ส่วนเราเจอหมาแมวอะไรก็ชอบถ่ายไปเรื่อยแหละ
LIPE-8พวกเรือเล็กต่างๆก็เริ่มกลับเข้าฝั่ง
LIPE-9บรรยากาศถนนคนเดินตอนยังไม่มืด ยังว่างๆอยู่ คนส่วนใหญ่จะเริ่มมาตอนค่ำแล้ว เนื่องจากภารกิจของเราคือสำรวจของกิน รอบนี้จึงเป็นการดูราคาซะมากกว่า ของกินบนเกาะนี้ ถ้ากินแบบดีๆหน่อยจะราคาเท่ากับหรือแพงกว่ากินบุฟเฟ่ต์โรงแรมในกรุงเทพเสียอีก ทำให้เราต้องสำรวจร้านอาหารตั้งแต่ต้นซอย ยันท้ายซอย เพื่อสรรหาของกินที่ดูแล้วคุ้มค่าเงินมากที่สุด

LIPE-10

ของแปลกใหม่สำหรับที่นี่คือร้าน 7-11 ที่ไม่เคยคิดว่าจะมี แต่ก็ไม่ได้มาขายตัดราคากับร้านท้องถิ่น (แน่ละ ถ้าขายถูกกว่าคงโดนชาวบ้านถล่มยับไปแล้ว) พอเรากดถ่ายรูปนี้แหละ ฝรั่งขี้เมาคนนึง ที่นั่งอยู่ตรงนั้นพอดีก็ถามขึ้นมาว่า เฮ้ย ยูถ่ายรูป 7-11 เนี่ยนะ ???? เราเลยตอบกลับไปว่า เออใช่ ก็มันแปลกนี่หว่า … ฝรั่งมันก็ขำ แล้วก็โบกมือให้เราไปเหอะๆ แบบว่ากรูไม่เข้าใจไอ้คนพวกนี้เลยจริงๆ

สำหรับราคาสินค้าใน 7-11 ที่นี้คือเอาราคาปรกติ x2 เข้าไป จบ

LIPE-16
LIPE-17
LIPE-11
LIPE-12
LIPE-14
LIPE-13

สำหรับจุดน่าสนใจอีกอันในถนนคนเดินคือป้ายหลักกิโล 0 ที่ทุกคนที่เดินผ่านต้องหยุดถ่ายรูป  ถึงตอนนี้ร้านค้าต่างๆก็ตั้งแถวเสร็จหมดแล้ว เราเลยแวะกินอาหารตามสั่งร้านนึง ที่ราคาถูกเกือบที่สุดในถนน และคนเยอะ แสดงว่าไว้ใจได้อยู่ พอทานข้าวเสร็จเราก็เดินกลับที่พัก

LIPE-15

ระหว่างทางเดินกลับเป็นเวลามืดๆแล้วพอดี เลยแวะถ่ายรูปแสงสวยๆมาเพิ่มสักหน่อย

LIPE-18

เกิดเป็นหมาบนเกาะหลีเป๊ะนี่ดูมีความสุข เพราะได้นอนดูพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าทุกวัน ดูอย่างเจ้าตัวนี้เป็นต้น นอนสบายเวอร์

LIPE-19สุดท้ายก็กลับมาถึงที่พัก รีบเข้านอนเพราะวันรุ่งขึ้นต้องออกทะเลแล้ว เก็บแรงไว้หาปลานีโมดีกว่า