ฉลองบ้านใหม่ของ Foojan Blog….

นานนะเนี่ย กว่าจะรู้วิธีใช้ blog ใน wordpress เนี่ย… หาอยู่ตั้งนาน เพิ่มจะมารู้ว่าชั้นไม่ได้ login… จะไปรู้ได้ยังไงว่ามัน link มาจาก msn messenger แล้วมันจะไม่ login ให้เนี่ย.. ของเก่ายังทำให้เลย นี่แหล่ะน้าาา user experience!!! อย่างน้อย ‘as-is’ function ต้องยังมีอยู่ซิ ไม่งั้นก้อต้อง communicate + workaround ให้ด้วย (รู้สึกเหมือนออกนอกเส้นทางแล้วไงไม่รู้)….

เอาเถอะ… ต่อไปคงจะหัดใช้มันไปเรื่อยๆ… ไม่ได้เขียน blog บ่นมาจะครบครึ่งปีแล้วซินะ… ว่าแต่ มันทำ spell check ให้ด้วย การิ๊ดดด…

ป.ล. ต้อง special thanks to Ja-aye who ชี้ทางสว่างให้… (ชั้นม่ายด้าย log-in!!!!)

Thailand, 2011 – part II

จากที่อ่านข่าวเมื่อวานรู้สึกเครียดแล้ว เจอข่าววันนี้เครียดกว่า

ข่าวแรกจากประชาไท

นายธันย์ฐวุฒิ ทวีวโรดมกุล ผู้ออกแบบเว็บไซต์ นปช.ยูเอสเอ  ถูกตัดสินว่ามีความผิดเป็นผู้โพสต์ข้อความหมิ่นประมาทพระมหา กษัตรย์ลงในเว็บไซต์นปช.ยูเอสเอ ตามมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา มีโทษจำคุก 10 ปี และมีความผิดฐานเป็นผู้ให้บริการ ปล่อยให้มีข้อความหมิ่นฯ อยู่ในเว็บไซต์ ซึ่งสามารถลบได้แต่ไม่ลบ ตัดสินให้มีความผิดอีก 3 ปี รวมโทษจำคุก 13 ปี [...] ทั้งนี้ ข้อความที่เข้าข่ายหมิ่นพระมหากษัตริย์มีทั้งหมด 3 ข้อความ ตำรวจตั้งข้อหาว่าเขาคือผู้ที่ใช้ ชื่อว่าเป็น admin ซึ่งโพสต์ข้อความดังกล่าว 2 ข้อความ และเป็นผู้ให้บริการที่ไม่ลบข้อความหมิ่นซึ่งโพสต์โดยผู้อื่นอีก 1 ข้อความ

- ศาลพิพากษาจำคุกผู้ออกแบบเว็บ “นปช.ยูเอสเอ” 13 ปี ผิดม.112-พ.ร.บ.คอมฯ

สมมุติว่าจำเลยเป็นคนที่โพสต์ข้อความเหล่านี้จริงๆ เราสามารถจินตนาการได้ถึงข้อความแบบไหนกัน ที่ทำให้คนคนหนึ่งต้องติดคุกยาวนานถึง 10 ปี ในสังคมที่เจริญแล้วข้อความแบบไหนถึงมีโทษหนักได้ขนาดนี้? หรือว่าระบบกฎหมายของเราเองกันแน่ที่มีปัญหา

อีกข่าวหนึ่งจากข่าวสด

หลังปล่อยงานเพลง “I LIKE THAT BOY” ที่ร่วมกันโปรดิวซ์งานเพลงเองทั้งหมด รวมถึงมิวสิกวีดีโอที่ได้ถ่ายทำไปเรียบร้อย แต่ล่าสุด กิ๊บซี่ วนิดา เติมธนาภรณ์ และกิ๊ฟท์ซ่า ปิยา พงษ์กุลภา ก็ต้องออกมาโต้ชี้แจงกับกรณีที่มิวสิกฯโดนกบว.สั่งแบน เมื่อวันที่ 15 มี.ค. ด้วยในเรื่องของเสื้อผ้ารวมถึงการนำเครื่องแบบอาชีพพยาบาลและตำรวจ มาใช้เล่นในมิวสิกฯ ดูไม่เหมาะสม

- กบว.สั่งแบน MV กิ๊บซี่-กิ๊ฟท์ซ่ายันไม่ได้ดูหมิ่นชุด “พยาบาล-ตำรวจ”

มีสหายท่านหนึ่งให้ความเห็นว่า “แล้วทำไมตะก่อนมึงไม่บอกว่าพวกมันหมิ่นโคโยตี้มั่งวะ”

ลองค้น youtube ก็มีให้ดูด้วย Girly Berry – I like that boy

น่ากลัวว่าพรุ่งนี้จะมีข่าวอะไรที่อ่านแล้วเครียดกว่านี้อีกหรือเปล่า

Thailand, 2011

ข่าวประจำวันที่ 15 มีนาคม 2011

จาก blognone

“ประชาธิปัตย์มาดูแลกระทรวงไอซีทีครั้งแรกในประวัติศาสตร์ นายจุติ ไกรฤกษ์ ส.ส.ประชาธิปัตย์มานั่งเป็นรัฐมนตรีในรอบ 8 ปีที่มีกระทรวงแห่งนี้เป็นรัฐมนตรีคนที่ 8 ท่ามกลางกับดักระเบิดเวลาที่รอวันปะทุมากมาย แต่ 6 เดือนแรกก็ผลักดันนโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติสำเร็จเป็นครั้งแรกใน ประวัติศาสตร์ ทำอินเทอเน็ตความเร็วสูงผ่านเคเบิลใยแก้ว ระบบไร้สายผ่านดาวเทียม เพิ่มเส้นทางส่งถ่ายข้อมูลผ่านเคเบิลใต้น้ำเพื่อรองรับข้อมูลผ่านอินเทอเน็ต ที่นับวันจะมากขึ้น และลดความเสี่ยงของภัยธรรมชาติ เช่นแผ่นดินไหวในประเทศญี่ปุ่น ปราบเว็บไซต์ผิดกฎหมายก็ปราบอย่างจริงจังผลงาน 25 เท่าขอรัฐบาลพลังประชาชน”

- แถลงการณ์ข้อเท็จจริงที่ควรรู้ โดย มัลลิกา บุญมีตระกูล ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

จากไทยรัฐ

“แต่ก็นั่นแหละ คนส่วนใหญ่ก็ไม่รู้ ตำนานเมืองโยนกเชียงแสน กล่าวว่า เพราะคนเมืองนี้จับปลาตะเพียนเผือกตัวโตเท่าต้นตาลยาว 7 วา มากิน เกิดอาถรรพณ์ น้ำมากมหาศาลมาจากไหนก็ไม่รู้ ถล่มเมืองหายไปทั้งเมือง

เชื่อแบบโบราณ สึนามิถล่มญี่ปุ่นคราวนี้ เพราะคนญี่ปุ่นชอบกินปลาเป็นอาหารหลัก กินปลาเล็กปลาใหญ่มากๆเข้า ถึงเวลาปลาก็ล้างแค้นเอาคืน”

- เหนือปลาอานนท์

จากประชาไท

“ศ.นพ.ประเวศ กล่าวต่อมาว่า ระบบทุนนิยมก่อให้เกิดหายนะกระทบผู้บริโภคทั้งทางตรงและทางอ้อม นำไปสู่ความรุนแรง ความขัดแย้ง ความตาย ก่อความทุกข์ไปทั่วโลก ทำลายสังคม สิ่งแวดล้อม นำไปสู่โลกร้อน ผ่านการส่งเสริมการบริโภคเกินเลย เกิดภัยพิบัติไปทั่วโลก เช่น พายุ น้ำท่วมฉับพลัน ภาวะแห้งแล้ง ไฟไหม้ แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิดจะเกิดมากขึ้น นำไปสู่การขาดแคลนอาหาร เพราะพื้นที่การผลิตมีน้อยลง เกิดโรคระบาด การจลาจลและสงคราม”

- “หมอประเวศ” ปลุกประชาชนติดอาวุธทางปัญญา ชี้ “ผู้บริโภค” ถูกทำร้ายจากทุกทิศทาง

แต่ละข่าว อ่านแล้วเครียดกับประเทศนี้จริงๆ

Hello world!

Welcome to WordPress.com. This is your first post. Edit or delete it and start blogging!

Dogtooth

หนังสัญชาติกรีซ ว่ากันด้วยเรื่องของครอบครัวแปลกๆ ครอบครัวหนึ่ง ที่พ่อแม่ขังลูกๆ ของตัวเองเอาไว้ให้อยู่แต่ในบ้าน ด้วยเหตุผลที่ว่า โลกภายนอกเต็มไปด้วยอันตราย ต้องรอให้โตพอที่จะเอาตัวรอดได้เสียก่อนถึงจะออกไปได้ และต้องหาสารพัดวิธีการเพื่อทำให้การหลอกลวงนี้สมเหตุสมผล

วิธีการเหล่านี้มีตั้งแต่การดัดแปลงภาษา สร้างความหมายของคำขึ้นมาใหม่ สอนความเชื่อแปลกประหลาด เพื่อเป็นกฏในการอยู่และปกครองในบ้าน

สิ่งที่ชอบมากๆ ในหนังคือการเอาสังคมขนาดเล็กอย่างครอบครัวมาวิพากษ์สังคมในสเกลที่ใหญ่ขึ้นได้อย่างเจ็บแสบ การปิดหูปิดตาลูกๆ ของตัวเองไว้ด้วยข้ออ้างที่ว่า “ยังไม่โตพอ”, “ยังไม่พร้อม” ในหนังอาจจะดูสุดขั้วในทางหนึ่ง แต่กับสังคมจริงๆ ที่เราอยู่ เราต่างก็ถูกเป่าหูด้วยวาทกรรมเหล่านี้อยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง “หนังเรื่องนี้ไม่สมควรฉาย เพราะขัดกับศีลธรรมอันดี” หรือ “ประชาชนยังไม่พร้อมจะมีประชาธิปไตย”

ตามท้องเรื่อง สิ่งแปลกปลอมที่หลุดเข้ามาในอาณาเขตของบ้าน จะถูกนิยามใหม่โดยพ่อหรือแม่ ผู้ซึ่งมีอำนาจในการตีความสิ่งใดๆ ควรหรือไม่ควรถูกให้ความหมายอย่างไร เช่น แมวเป็นสัตว์อันตราย, ช่องคลอดแปลว่าโคมไฟ, เรียกขวดพริกไทว่าโทรศัพท์ ทำให้เราตระหนักได้เลยว่า ภาษาเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังของชนชั้นปกครองที่ใช้ในการ “ทำให้เชื่อง”​ ลองคิดถึงความหมายของคำว่า “คนดี”, “ประชาธิปไตย”, “ความมั่นคง” ในบริบทของสังคมไทย คำเหล่านี้มันมีความหมายต่างจากสังคมอื่นบ้างไหม?

สิ่งที่น่ากลัวคือตัวพ่อแม่ในเรื่องนี้ เชื่อจริงๆ ว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่เป็นการปกป้องครอบครัวตัวเองจากสิ่งชั่วร้าย เป็นการสร้างความสุขให้กับคนในครอบครัว (ไม่ต้องเหมือนครอบครัวอื่นก็ได้ อยู่กันแบบนี้แหละมีความสุขดีแล้ว) ไม่รู้สึกเลยว่ามันเป็นเรื่องฝืนธรรมชาติ

ในทางหนึ่ง เราสามารถบอกได้ว่าครอบครัวนี้ป่วยไข้อย่างไร แต่หากมองถึงตัวเราเอง เราบอกได้ไหมว่าเรากำลังอยู่ในครอบครัวที่ป่วยไข้ด้วยหรือเปล่า?

Thai OCR in Google Docs

ไปเห็นข่าว Google Docs รองรับ OCR ภาษาไทยแล้ว ก็มาลองเล่นดูเองบ้าง โดยลองตัดเอาข้อความจากหนังสือเล่มหนึ่งมาลองดู ปรับรูปให้เป็นภาพขาวดำ เพื่อให้ OCR ทำงานได้ง่ายขึ้น แต่ลองดูแล้วเหมือนจะไม่ช่วยสักเท่าไหร่

ดูแล้วยังเละเกินกว่าจะใช้งานจริงๆ ได้ จากเท่าที่เคยลองมา ดูเหมือนว่าในงาน OCR ภาษาไทยนี่ยังไม่มีโปรแกรมที่จะใช้งานได้จริงจังสักตัวเลย

Thai OCR in Google Docs

ไปเห็นข่าว Google Docs รองรับ OCR ภาษาไทยแล้ว ก็มาลองเล่นดูเองบ้าง โดยลองตัดเอาข้อความจากหนังสือเล่มหนึ่งมาลองดู ปรับรูปให้เป็นภาพขาวดำ เพื่อให้ OCR ทำงานได้ง่ายขึ้น แต่ลองดูแล้วเหมือนจะไม่ช่วยสักเท่าไหร่

ดูแล้วยังเละเกินกว่าจะใช้งานจริงๆ ได้ จากเท่าที่เคยลองมา ดูเหมือนว่าในงาน OCR ภาษาไทยนี่ยังไม่มีโปรแกรมที่จะใช้งานได้จริงจังสักตัวเลย