Data Structure, second semester 2010

  • News

Barcamp Bangkok 4

บล็อกเรื่องบาร์แคมป์ติดกันสองอันเลย =.=

Barcamp Bangkok ครั้งที่ 4 นี้จัดที่เดิม คือที่ ม.ศรีปทุม โดยมีระยะเวลา 2 วัน (23-24 ต.ค. 2553)

ปีนี้คงเขียนได้สั้นๆ เพราะไปร่วมงานแค่แป๊บเดียว คือไปตั้งแต่ประมาณ 9 โมงครึ่ง แล้วออกมาจากงานตอนเที่ยง ด้วยความรู้สึก failed พอสมควร สาเหตุคือ

  • session กระโดดไปกระโดดมา ตอนแรกดูเป็นห้องนี้ เวลานี้ refresh อีกทีกลายเป็นห้องอื่น เวลาอื่นไปแล้ว
  • การดูตารางเวลาทำได้ยาก ถ้าไม่มีโน๊ตบุ๊ค/โทรศัพท์ที่ต่อ Wi-Fi ได้ อย่างปีที่แล้วยังมีกระดาษเขียน topic ไปแปะไว้หน้าห้อง คนเดินผ่านไปผ่านมายังได้รู้บ้างว่าห้องนี้พูดเรื่องอะไร
  • speaker หาย อันนี้คาดว่าส่วนหนึ่งอาจเกิดจากข้อแรก คือสรุปแล้ว speaker ก็ไม่รู้ว่าตัวเองต้องไปพูดห้องไหน เมื่อไหร่ ทำให้คนฟังต้องไปนั่งรอเก้อ
  • speaker ไม่รักษาเวลา บาง session ต้องมานั่งคุยกันหน้าห้องแทน เพราะหมดเวลาแล้ว session เก่าไม่ยอมเลิกซักที
  • speaker ระบุภาษามั่ว บาง session บอก TH/EN แต่เข้าไปกลายเป็นภาษาไทยล้วนๆ ถ้าผมเป็นฝรั่งหลงเข้าไปคงเซ็ง

แค่นี้ดีกว่า เด๋วจะโดนประณามว่าไม่เสนอ topic ไม่ช่วยงาน แล้วยังจะมาบ่นอีก :P

จริงๆ เขียนเพราะเข้าใจว่างานฟรีสไตล์แบบนี้ session เยอะขนาดนี้มันคุมกันลำบาก แต่เห็นใจคนที่มางานนี้เป็นครั้งแรก เพราะอาจจะได้ impression ที่ไม่ดีกลับไปว่างานสัมมนาอะไรฟระ ใส่ topic มาซะน่าสนใจ แต่ให้คนฟังเข้าไปนั่งในห้องเฉยๆ รอจนหมดเวลาก็ไม่มีคนมาพูด ฯลฯ

ปล. อันนี้คือประสบการณ์ตรงจากครึ่งวันเช้าวันแรกเท่านั้น ช่วงบ่ายของวันที่ 23 และวันที่ 24 ทั้งวันอาจจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้ก็ได้ ยังไงก็ขอขอบคุณสปอนเซอร์, ผู้จัดงาน และผู้ที่มาร่วมงานทุกคนครับ

ปล.2 บ่นขนาดนี้ แต่ปีหน้าก็ไปอีกแน่นอน :D

Hello world!

Welcome to WordPress.com. This is your first post. Edit or delete it and start blogging!

Barcamp Bangkhen

ตามกฏข้อที่สองของ Barcamp

2nd Rule: You do blog about BarCamp.

งานบาร์แคมป์บางเขน จะเรียกว่าเป็นงานอุ่นเครื่องก่อน Barcamp Bangkok 4 ที่จะจัดขึ้นในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 23-24 ต.ค. นี้ก็คงจะไม่ผิด… งานนี้จัดโดยนิสิตภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ส่วนสถานที่ก็แน่นอนว่าต้องอยู่ที่ ม.เกษตร ในปีนี้จัดที่อาคาร 17 (อาคารนานาชาติ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) หรือ International Building เข้าใจว่าเป็นตึกที่เพิ่งสร้างเสร็จไม่นาน เหมาะแก่การนำชาวบาร์แคมมาถล่ม (อ.ภุชงค์ ว่างั้น xD)

ชอบตอน อ.ภุชงค์ กล่าวเปิดงาน ที่นิยามคำว่า geek = greatly enthusiastic and energetic kind of people น่าจะถูกใจผู้ที่มาเข้าร่วมงานอยู่ไม่น้อย (เห็นตบมือกันเกรียว 555+) ฟังแล้วรู้สึกว่าถ้ามีใครเรียกว่า geek คงจะ lnw น่าดู :P

จากที่ไปมาพบว่าคนค่อนข้างบางตา ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะฝนตกเกือบทั้งวัน มีหลาย session ที่หมายเหตุว่า “guest” ไม่แน่ใจว่าแปลว่าเป็นผู้พูดที่เชิญมาหรือเปล่า แต่บรรยากาศงานโดยรวมก็ไปได้ด้วยดี แม้บางห้องจะมีคนฟังแค่ 4-5 คน แต่ speaker ก็ตั้งใจพูดอย่างจริงๆ จังๆ กันทุกคน :)

สำหรับหัวข้อที่ผมไปฟังนั้น ไปอ่านรายละเอียดได้ที่บล็อก @bombik โลด เพราะฟัง session เดียวกัน ขี้เกียจบรรยายซ้ำ ที่น่าสนใจก็คือ Photosynth ของ Microsoft, การแนะนำโปรแกรมบางตัวใน Sysinternals Suite แล้วก็การนำซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สมาประยุกต์ใช้ในองค์กรของคุณทศพล

ปล. ฝากถึงทีมงานผู้จัดด้วยครับว่าอาหารอร่อยมาก ^o^

อินทรีแดง 2010 [spoil]

บันทึกความรู้สึกหลังจากดู อินทรีแดง ฉบับปี 2010 กำกับโดย วิศิษฎ์ ศาสนเที่ยง มี spoil ถ้ายังไม่ได้ดูกรุณาอย่าเพิ่งอ่าน

  • ก่อนจะได้ดูหนัง ได้ดูคลิปสัมภาษณ์ผู้กำกับชิ้นนึงมาก่อน ทำให้ความอยากดู (และความคาดหวัง) พุ่งขึ้นสูงมาก
  • หนังเปิดเรื่องได้ค่อนข้างซีเรียส วางบทตัวละครได้น่าสนใจ
  • หนังแตะประเด็น อาการสำลักวาทกรรมเรื่องคนดี ตอนต้นเรื่องนิดนึง แต่เสียดายที่ไม่ได้สานต่อ
  • ฉากคอขาด มือขาด เลือดพุ่ง ดูหลอกๆ ซึ่งถ้ามันไปอยู่ในหนังที่จงใจให้เป็นแบบนั้น มันจะดูดีมากๆ แต่ในอินทรีแดง ดูจะไม่เข้ากับบรรยากาศของเรื่องสักเท่าไหร่
  • ปรับอารมณ์ขณะดูไม่ถูก เพราะมีทั้งฉากจริงจัง ฉากหลอนๆ ฉากเซอร์เรียล ฉากบู๊ ฉากตลก จนเอาไม่ถูกว่าตกลงฉากนี้จะให้ขำหรือเปล่า
  • เหมือนหนังจะบอกว่า ประเด็นการเมืองเนี่ย ซีเรียสนะ แต่ฉากบู๊ อย่าไปสนใจความสมจริงมากนักก็ได้
  • คาดว่าเป็นหนังที่คนทำต้อง compromise ต่อทั้ง เจ้าของบทประพันธ์เดิม, สปอนเซอร์, ความต้องการส่วนตัว ทำให้ในที่สุดแล้วหนังไปได้ไม่สุดสักทาง (ยกเว้นด้านโฆษณา ที่ชัดเจนจนทำลายอรรถรสในการดูหนังไปเลย)
  • ฉากขี่มอเตอร์ไซค์ปราบเด็กแว้นเนี่ย จะขายมอเตอร์ไซค์ suzuki ใช่ไหม?
  • ช็อต “การสูบบุหรี่เป็นอันตรายต่อชีวิต” เด็ดมาก
  • เลิฟซีน ออกแนว fantasy มาก สงสัยว่าไม่หนาวกันหรือยังไง
  • การเลือกตั้งปี 2016 ตามท้องเรื่อง พรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้งคือ “พรรคเสรีนิยม” ซึ่งถ้าเทียบกับบ้านเราจริงๆ แล้ว เวลา 6 ปีนับจากนี้ ไม่มีทางที่พรรคการเมืองแนวเสรีนิยม จะชนะการเลือกตั้งแบบถล่มทลายได้เด็ดขาด
  • ปกติชอบ ญารินดา อยู่แล้ว แต่ในเรื่องดันเล่นเป็น NGO สายประเวศ ดูแล้วตัดสินใจไม่ถูกว่าจะชอบหรือไม่ชอบดี
  • ก่อนจะดูหนัง ไม่ค่อยนิยมแนวคิดของ วรรณสิงห์ เท่าไหร่ แต่ดันชอบตัวละคร หมวดชาติ ที่วรรณสิงห์เล่นในเรื่อง
  • ผู้กำกับเคยให้สัมภาษณ์ว่า “อินทรีแดงเป็นหนังการเมือง” แต่ประเด็นการเมืองในเรื่องกลับไม่ได้มีความแหลมคมอย่างที่หวังเอาไว้
  • การด่าแต่นักการเมือง ยิ่งเป็นการสร้างความชอบธรรมให้กับกลุ่มอำนาจที่ไม่ได้มีที่มาจากประชาชน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทยในปัจจุบัน วาทกรรมแบบนี้มีมากเกินพอแล้ว
  • หวังว่าสักวันหนึ่ง จะมีหนังที่พูดถึง “The Gordian Knot” แบบจริงๆ จังๆ (สงสัยว่าถึงปี 2016 ก็ยังอาจจะไม่มีหนังแบบนั้น)