Evangelion 2.22 : You Can (Not) Advance

จากที่เคยเขียนเรื่อง Evangelion 2.0 : You Can (Not) Advance ซึ่งเป็นตอนที่สองในซีรีย์ Rebuild of Evangelion ไปเมื่อปีที่แล้ว เกือบหนึ่งปีผ่านไป ในที่สุดมันก็ออก DVD / BluRay มาขายแล้ว ในชื่อว่า “Evangelion 2.22

ด้วยพลังของอินเทอร์เน็ตและ bittorrent ทำให้แฟน Evangelion ชาวไทย (และชาติอื่น) สามารถหาไฟล์คุณภาพสูงมาดูได้ในเวลาอันรวดเร็ว ไม่ต้องทนดูหนังซูม ภาพไม่ชัด ไม่มีซับอีกต่อไปแล้ว

ต่อไปนี้ เป็น spoil หากใครยังไม่อยากรู้เนื้อเรื่อง โปรดปิดหน้านี้ซะ!

Evangelion 2.22 : EVA-05

สาวแว่น Mari ตัวละครใหม่ กับ Eva-05

Evangelion 2.22 : EVA-00

EVA-00 วิ่งหน้าตั้ง

Evangelion 2.22 : Mari

ฉากแรกที่ Mari ได้เจอกับ Shinji

Evangelion 2.22 : EVA-03

EVA-03 ที่โดนควบคุมโดยเทวทูต และมีอาสึกะอยู่ข้างใน!

Evangelion 2.22 : Gendo

เกนโด ในสภาพเปื้อนเลือดไปครึ่งตัว

Evangelion 2.22 : Berserk

EVA-01 กลายเป็นตัวแดงแรงสามเท่าไปแล้ว

สิ่งที่สังเกตได้จากการดูภาพเนียนๆ มีซับให้อ่านคราวนี้

  • Pilot ผู้หญิงทั้งสามคน มีชื่อว่า Ayanami, Shikinami, Mikanami ตามการตั้งชื่อเรือรบของญี่ปุ่น
  • อาสึกะชอบชินจิอย่างเห็นได้ชัด
  • เรย์อยากให้ชินจิกับพ่อคืนดีกัน
  • สิ่งที่คาจิเอามาให้เกนโดในต้นฉบับ เป็นตัวอ่อนของอดัม แต่ในเวอร์ชันนี้ เป็นสิ่งที่ถูกเรียกว่า “Key of Nebuchadnezzar” (กุญแจสู่ยานของมอร์เฟียสงั้นเรอะ?)
  • หอกลองจินุส หน้าตาไม่เหมือนเดิม

ที่แน่ๆ จากเมื่อก่อน ถ้าถามว่าชอบตัวละครไหนของ Evangelion มากที่สุด จะตอบว่า Rei หรือ Asuka ก็ไม่ค่อยเต็มปาก เพราะว่าชอบทั้งคู่พอๆ กัน แต่ในตอนนี้มีคำตอบแล้วว่า ต้องเป็น Mari Illustrious Makinami เท่านั้น! สาวแว่นสุดยอด!

One Manga Downloader Now Supports Series Hosted on 1000manga.com

As you may have noticed recently, onemanga.com has removed some of their series from the site e.g. Vagabond and Zetman due to license issue. They did it by removing all links from the manga page.

However, today I just found that instead of just removing the links from the manga page, they now provides a link to their sister site (say 1000manga.com) which is still hosting the manga I mentioned above.

Luckily, the code on 1000manga.com is almost the same as onemanga.com so I tweaked the script to automatically download the file from 1000manga.com if it has to do so.

So here’s the updated One Manga Downloader. Enjoy reading your favorite mangas!

P.S. Many thanks to the One Manga team for providing and maintaining all those high quality scans :)

Wide angle lens

หลังจากที่ตอนปลายปีที่แล้วซื้อกล้อง Panasonic Lumix GF-1 มาใช้แล้ว ตั้งใจกับตัวเองว่า ถ้ายังผ่อนไม่หมดก็จะยังไม่ซื้อเลนส์เพิ่ม ส่วนหนึ่งก็เพราะเลนส์ Pancake 20mm/f1.7 ที่แถมมาด้วยนั้น ใช้งานได้ดีมากอยู่แล้ว

แต่ด้วยความ obsess กับการถ่ายรูปมุมกว้าง ก็เลยอยากได้เลนส์สักตัวที่ถ่ายได้กว้างๆ หน่อย ซึ่งในตระกูล Micro 4/3 ตอนนี้มีให้เลือกอยู่สองตัวคือ Panasonic Lumix 7-14mm 1:4 กับ Olympus M.Zuiko 9-18mm 1:4-5.6

ตัวแรก spec ดีกว่า ภาพออกมาสวยกว่า ได้มุมกว้างกว่า ส่วนตัวหลัง เล็กกว่า เบากว่า ใส่ filter ปกติได้ และถูกกว่าพิจารณาปัจจัยหลายอย่างแล้ว ก็ไปจบลงที่ Olympus 9-18mm ด้วยเหตุผลหลักเลยคือเรื่องราคา

Olympus 9-18

มีรีวิวเลนส์ตัวนี้ที่ DPreview ด้วย

ตัวอย่างภาพ

xP1030802

xP1030648

xP1030356

xP1030652

ที่ดูเหมือนมี vignette นั่นตั้งใจให้มันมีมาจากตอน process RAW อยู่แล้ว ไม่เกี่ยวกับคุณภาพเลนส์แต่อย่างใดนะ

Semper Fidelis

I am not a student of history nor have ever wished to be one. I lack background knowledge so required to judiciously analyze current event. Moreover, I cannot faithfully say that I understand their desire, their hatred nor their anger. You can be assured that you won’t find any attempt in justifying nor rationalizing the course of current event here. I won’t bother condemn nor praise any decision nor anybody.

I won’t contemplate for tomorrow what the government should do, what the red-shirt should do or what all of us should do. That is something already fallen into the good hands of several intellectual and spiritual leaders of our community.
What I know is that these unfortunate, unsought and unmindful events ultimately are something to which I will look back ruefully; because I undeniably take at least some responsibility in nourishing it. Yes, I used to support what yellow-shirts did and, now, red-shirts are doing something similar or so.

Yet again, remorse is not what I want to share with you today. All I yearn to do is to make a wish. I wish that I know a path, a particular one that will bring us all to a philosophical society, a society that treasures understanding of other and us at the top virtue. I sincerely believe that if we understand them, there will be no more them; it will be just us. We won’t see them as someone else but a fellow Thai people who simply wish for well-being. We won’t utter belligerent tone that separates them from us. We won’t call them non-Thai, unpatriotic, wretched soul or any things of sort.

I will brand myself a hypocrite if I don’t admit that, right now, while punching a keyboard, a big portion of my thought still hate them, don’t understand them and wish them all hell. Ironically, even though we call ourselves “homo sapiens”, i.e., “wise men”, we still act out of clouded judgment, or worse, purely instinct. However, I hope, faithfully, truly, and constantly that someday, I will find the path that would make me someone I wish I should be.

Always Faithful,
Nattee Niparnan

Tags: 

แล้วฝนก็ไม่ตกลงมา แล้วปาฏิหารย์ก็ไม่มีจริง…

บันทึกวันพุธที่ 19 พฤษภาคม 2553
 
เมื่อทางรัฐบาลได้ตัดสินใจรุกคืบทำการคืนพื้นทีตรงลุมพีนีอย่างจริงๆจัง เวลา 13:45 น. ทางแกนนำเสื้อแดง โดยเริ่มจากนายจตุพร ตามด้วยนายณัฐวุฒิ ได้ขึ้นมาเจรจายุติการชุมนุม และอ้อนวอนให้ประชาชนเดินทางกลับ หลังจากนั้นก็ได้ไปมอบตัวที่สถานีตำรวจแห่งชาติ
 
ดีใจจัง… เรื่องมันจะจบแล้วใช่มั้ย ทำไมไม่ทำแบบนี้ตั้งนานนะ ในเมื่อคุมคนไม่อยู่ เหตุการณ์บานปลายขนาดนี้ ก็ควรจะเลิกตั้งนานแล้วนะ… แต่ก็ยังดี ดีกว่าไม่เลิก.. ดีใจๆ เสาร์อาทิตย์นี้คงจะได้ไปเดินเล่นสยามของเราแล้วใช่มั้ย.. อยาก shopping จังเลย….
 
ผ่านไปได้ซักพัก มีรายงานว่าประชาชนบางกลุ่มก็เริ่มเดินออก แต่ก็มีเสียงปืนไม่ขาดสาย แต่บางกลุ่มก็ไม่ยอมถอย ยังคงเดินหน้าปักหลักตรงนั้นต่อไป… และแล้วเวลาประมาณบ่ายสาม กลุ่มที่ไม่ยอมเลิก ก็จุดไฟเผาห้าง Central World… ผ่านไปหกชม ตอนนี้ไฟลามถึงชั้นบนสุดแล้ว เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปดับไฟได้ เนื่องจากยังมีการยิงกันไม่ขาดสายบริเวณนั้น… นอกจากนั้น ยังมีการจุดไฟเผาสถานที่สำคัญอีกหลายที่ เช่น โรงหนังสยาม ตลาดหลักทรัพย์ สถานีโทรทัศน์ช่องสาม.. ธนาคารหลายๆสาขาโดนบุกรุกทำลาย…
 
เสียใจจัง… การเผาบ้านเผาเมือง บุกรุกสถานที่สำคัญ ทำกันไปทำไม… ไม่ได้ดั่งใจแล้วทำลายข้าวของ… เห็นสถานที่ที่เคยไปบ่อยๆอย่าง CTW ถูกเผาทำลายแล้วมันเสียใจ โกรธ… ถ้าเป็นคนดี คงไม่ทำให้คนอื่นเค้าเดือนร้อน คงไมทำร้ายคนไทยกันเอง คงไม่ทำลายทรัพย์สินที่ไม่ใช่ของเรา… พรุ่งนี้ตื่นขึ้นมา จะมีกี่คนที่จะไม่มีที่ทำงาน จะมีอีกกี่คนที่จะตกงาน แล้วจะมีอีกกี่คนที่ต้องล้มละลาย สิ้นเนื้อประดาตัว… เพียงเพราะการกระทำของคนเพียงบางกลุ่ม ที่อาจทำไปเพราะอารมณ์โดยชั่ววูบ หรือเลวโดยสันดาน…
 
ภาวนาให้ฝนตก เผื่อมันจะช่วยดับไฟที่กำลังเผาไหม้ เผื่อมันจะช่วยทำให้ใจของคนเราเย็นลง เผื่อมันจะช่วยทำให้อะไรๆมันดีขึ้น…. แต่แล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีฝน…
 

แล้วฝนก็ไม่ตกลงมา แล้วปาฏิหารย์ก็ไม่มีจริง…

บันทึกวันพุธที่ 19 พฤษภาคม 2553
 
เมื่อทางรัฐบาลได้ตัดสินใจรุกคืบทำการคืนพื้นทีตรงลุมพีนีอย่างจริงๆจัง เวลา 13:45 น. ทางแกนนำเสื้อแดง โดยเริ่มจากนายจตุพร ตามด้วยนายณัฐวุฒิ ได้ขึ้นมาเจรจายุติการชุมนุม และอ้อนวอนให้ประชาชนเดินทางกลับ หลังจากนั้นก็ได้ไปมอบตัวที่สถานีตำรวจแห่งชาติ
 
ดีใจจัง… เรื่องมันจะจบแล้วใช่มั้ย ทำไมไม่ทำแบบนี้ตั้งนานนะ ในเมื่อคุมคนไม่อยู่ เหตุการณ์บานปลายขนาดนี้ ก็ควรจะเลิกตั้งนานแล้วนะ… แต่ก็ยังดี ดีกว่าไม่เลิก.. ดีใจๆ เสาร์อาทิตย์นี้คงจะได้ไปเดินเล่นสยามของเราแล้วใช่มั้ย.. อยาก shopping จังเลย….
 
ผ่านไปได้ซักพัก มีรายงานว่าประชาชนบางกลุ่มก็เริ่มเดินออก แต่ก็มีเสียงปืนไม่ขาดสาย แต่บางกลุ่มก็ไม่ยอมถอย ยังคงเดินหน้าปักหลักตรงนั้นต่อไป… และแล้วเวลาประมาณบ่ายสาม กลุ่มที่ไม่ยอมเลิก ก็จุดไฟเผาห้าง Central World… ผ่านไปหกชม ตอนนี้ไฟลามถึงชั้นบนสุดแล้ว เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปดับไฟได้ เนื่องจากยังมีการยิงกันไม่ขาดสายบริเวณนั้น… นอกจากนั้น ยังมีการจุดไฟเผาสถานที่สำคัญอีกหลายที่ เช่น โรงหนังสยาม ตลาดหลักทรัพย์ สถานีโทรทัศน์ช่องสาม.. ธนาคารหลายๆสาขาโดนบุกรุกทำลาย…
 
เสียใจจัง… การเผาบ้านเผาเมือง บุกรุกสถานที่สำคัญ ทำกันไปทำไม… ไม่ได้ดั่งใจแล้วทำลายข้าวของ… เห็นสถานที่ที่เคยไปบ่อยๆอย่าง CTW ถูกเผาทำลายแล้วมันเสียใจ โกรธ… ถ้าเป็นคนดี คงไม่ทำให้คนอื่นเค้าเดือนร้อน คงไมทำร้ายคนไทยกันเอง คงไม่ทำลายทรัพย์สินที่ไม่ใช่ของเรา… พรุ่งนี้ตื่นขึ้นมา จะมีกี่คนที่จะไม่มีที่ทำงาน จะมีอีกกี่คนที่จะตกงาน แล้วจะมีอีกกี่คนที่ต้องล้มละลาย สิ้นเนื้อประดาตัว… เพียงเพราะการกระทำของคนเพียงบางกลุ่ม ที่อาจทำไปเพราะอารมณ์โดยชั่ววูบ หรือเลวโดยสันดาน…
 
ภาวนาให้ฝนตก เผื่อมันจะช่วยดับไฟที่กำลังเผาไหม้ เผื่อมันจะช่วยทำให้ใจของคนเราเย็นลง เผื่อมันจะช่วยทำให้อะไรๆมันดีขึ้น…. แต่แล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีฝน…
 

Diet Diary #53 — #69

Last two weeks were very busy one for me. I DID keep track of my weight but couldn’t record my eating. Eating time is totally lost. Here is the best that my memory could serve.

1 May 2010, Sat

morning weight: 82.0 kg

completely lost track of meals.


2 May 2010, Sun

morning weight: 82.3 kg

BF: 2 Bananas + water
Lunch: ข้าวราดแกง
Dinner: นิตยาไก่ย่าง

Bo’s father-side grandma passed away today.


3 May 2010, Mon

morning weight: 82.6 kg

BF: 2 Bananas + water
Lunch: can’t remember
20:00 Dinner: กระเพาะปลา @ grandma’s funeral.

The first day of funeral. Today is also a substitute for Mayday so Bo was could help with the funeral for the whole day. Government section (including Chula U) is on a working day.


4 May 2010, Tue

morning weight: 82.7 kg

BF: 2 Bananas + water
Lunch: can’t remember
20:00 Dinner: ก๋วยจั๊บ @ grandma’s funeral.


5 May 2010, Wed

morning weight: 82.0 kg

BF: 2 Bananas + water
Lunch: Salad
20:00 Dinner: เกี้ยวน้ำ @ grandma’s funeral.


6 May 2010, Thu

morning weight: 81.6 kg

BF: 2 Bananas + water
Lunch: Salad
20:00 Dinner: ข้าวต้มหมู @ grandma’s funeral.


7 May 2010, Fri

morning weight: 81.5 kg

BF: 2 Bananas + water
Lunch: Salad
17:30 Dinner: โต๊ะจีน @ grandma’s funeral.

This day was กงเต๊ก day for grandma. The ceremonial ended at almost midnight.


8 May 2010, Sat

morning weight: 81.2 kg

BF: 2 Bananas + water
Lunch: โต๊ะจีน @ grandma’s funeral.
Snack: ซาลาเปา, บัวลอย
Dinner: ครัวกลางกรุง (Big Meal)

Burial ceremony at สระบุรี took the entire day since the morning. We left mourning ceremony traditionally at the end of the day.


9 May 2010, Sun

morning weight: 82.0 kg

BF: 2 Bananas + water
Lunch: โต๊ะจีน @ grandma’s funeral.
Snack: ซาลาเปา, บัวลอย
Dinner: ครัวกลางกรุง (Big Meal)

Burial ceremony at สระบุรี took the entire day since the morning. We left mourning ceremony traditionally at the end of the day.


10 May 2010, Mon (my birthday)

morning weight: 82.3

09:00 BF: nothing
13:00 Lunch: can’t remember
18:30 Dinner: can’t remember

I and bo and her mom and dad went to La Toscana resort at Ratchaburi. Didn’t bring the scale with us.


11 May 2010, Tue (my birthday)

morning weight: 81.6

09:00 BF: 2 Banana
13:00 Lunch: Italian cuisine @ La Toscana
18:30 Dinner: Steak @ The Scenery (Big Meal)

I and bo and her mom and dad went to La Toscana resort at Ratchaburi. Didn’t bring the scale with us.


12 May 2010, Wed

morning weight: —- no scale —-

09:00 BF: 2 Banana + all-you-can-eat American breakfast (Big meal)
14:00 Lunch: ไก่ย่าง ส้มตำ ข้าวเหนียว & etc (Big meal)
18:30 Dinner: none.

On the way back from La Toscana, we stopped at Northeastern restaurant near ไร่ขิง temple and had another big meal for lunch.


13 May 2010, Thu

morning weight: 82.1

09:00 BF: 2 Banana
12:00 Lunch: Seafood at Hua-Hin
15:00 Tea Break
18:30 Dinner: all-you-can-eat Thai buffet (Big meal)

I didn’t gain much weight from eating spree at La Toscana.

My department had a 3-days seminar at Keree-Waree resort & spa at Prachuap Khiri Khan. Traveling time is 6 hours on bus!. Didn’t bring the scale with us.


14 May 2010, Fri

morning weight: —- no scale —-

09:00 BF: 2 Banana + all-you-can-eat American breakfast (Big meal)
10:30 Tea Break
14:00 Lunch: all-you-can-eat thai buffet (Big meal)
15:00 Tea Break
18:30 Dinner: Seafood BBQ (Big meal)

The last night at Keree-Waree, we had Seafood BBQ. No need to tell, I ate a LOT!.


15 May 2010, Sat

morning weight: —- no scale —-

09:00 BF: all-you-can-eat American breakfast (Big meal)
14:00 Lunch: all-you-can-eat thai buffet
17:00 Snack: lots of snack + ซาลาเปา
20:00 Dinner: ผัดไทย + หมูสะเต๊ะ

Finally, we came back from Keree-Waree. That marked the end of all-you-can-eat. I felt very chubby.


16 May 2010, Sun

morning weight: 82.7 kg

10:00 BF: 2 Bananas + water
14:00 Lunch: Salad (450g)
17:00 Snack: Mark & Spencer biscuit.
18:00 Dinner: ข้าวเนื้อสับ + ลูกชิ้นหมู @ ต้าหว่อ Max Value

Pretty shocked by the weight but it was expected. Bo had seminar on this day. I went to visit my mom and my grandma.


17 May 2010, Mon

morning weight: 82.6 kg

08:30 BF: 2 Bananas + water
14:00 Lunch: Salad (450g)
18:00 Dinner: ครัวกลางกรุง (Big Meal)
19:00 Snack: ขนมหม้อแกง

Red-shirt riot. All government office closed today, including Chula U.

Solution to hw00c

#include <cstdlib>
#include <iostream>
 
using namespace std;
 
int main(int argc, char *argv[])
{
    int N; // num rows
    int M; // num columns
    scanf("%d %d",&N,&M);
    for (int j = 0;j < N;j++) {
        for (int i = 0;i < M;i++) {
            printf("*");
        }
        printf("\n");
    }
    return EXIT_SUCCESS;
}

คำพูดโดนๆ…

วันนี้ได้ฤกษ์อยู่บ้านอีกวัน เพราะว่าสถานการณ์นอกบ้านมันไม่เอื้ออำนวยให้ออกไปลัลล้าได้… เป็นวันที่น่าเซ็งอีกอัน เพราะอยู่บ้านเปิดทีวีก็มีแต่รายงานข่าวเศร้าๆ… การชุมนุมเพื่อการเมืองมันก็ไม่ได้ผิดอะไรหรอกนะในความคิดของเรา แต่การปล้นสดมภ์ พังร้าน7-11… การทำลายข้าวของราชการ ของชาวบ้าน… การยิงทหาร ลากเค้าลงมาซ้อม ทั้งๆที่ทหารมีอาวุธ แต่เค้าไม่ได้มีจิตใจทำร้ายคุณซักนิด… การบุกรุกโรงพยาบาล การห้ามไม่ให้คนป่วยไปรักษา (หนำซ้ำยังลากเค้าลงมาทำร้ายต่อ)… …. มัน "ผิด" แม้ว่าคุณจะมีเหตุผลใดๆมาอธิบายก็ตาม เหตุผลมันอาจจะทำให้ศาลพิจารณาลดหย่อนโทษให้ในบางกรณี แต่มันไม่ได้เปลี่ยนแปลงความจริงว่าเป็นการกระทำที่ "ผิด" แต่อย่างไร… …
 
นี่หรือคือประชาธิไตยที่คุณอยากได้… นี่หรือคือประเทศไทยที่คุณอยากให้เป็น… หากคุณคิดว่าไม่ใช่ เหตุใดคุณจึงไม่ออกมากล่าวตักเตือน อย่างน้อยแสดงความคิดเห็นว่าไม่เห็นด้วย ไม่สนับสนุน… แม้ว่ากลุ่มคนที่ทำตัวเช่นนั้นคุณจะเรียกพวกเขาว่าไม่ใช่คนของคุณ…
 
"ในบ้านเมืองนั้น  มีทั้งคนดีและคนไม่ดี
ไม่มีใครจะทำให้คนทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด
การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี
หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดีให้คนดี  ได้ปกครองบ้านเมือง
และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้"
 
พระบรมราโชวาทในพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ
ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2512
 
 
นี่ยังไม่ได้พูดถึงหัวข้อที่ขึ้นเลยใช่มั้ยเนี่ย… จริงๆแล้วมันเริ่มจากการหาช่องทีวีไร้สาระดู แล้วก้อดันบังเอิญเปิดมาเจอช่องสามจัดงานนาฎราช ซึ่งเป็นการประกาศผลรางวัลของคนทีวีและวิทยุ ที่รูปแบบงานดูแปลกออกไปอีกงาน แต่ hi-light ที่ทำให้ถึงกับอึ้งไปคือตอนที่พงษ์พัฒน์ขึ้นไปกล่าวบนเวทีหลังจากได้รับรางวัลดาราสมทบชายยอดเยี่ยม ดังนี้…
 
"เป็นรางวัลที่ได้รับบทบาทจากผู้ที่เป็นพ่อ ก็ขออนุญาติพูดถึงพ่อนิดนึง
 
พ่อเป็นเสาหลักของบ้าน
บ้านของผมหลังใหญ่ ใหญ่มาก เราอยู่กันหลายคน
ผมเกิดมาในบ้านหลังนี้สวยงามมากแล้ว สวยงามและอบอุ่น
แต่ว่าจะเป็นแบบนี้ได้ บรรพบุรุษของพ่อ
เสียเหงื่อ เสียเลือด เอาชีวิตเข้าแลก กว่าจะได้บ้านหลังขึ้นนี้มา
จนมาถึงวันนี้ พ่อคนนี้ ก็ยังเหนื่อยที่จะดูแลบ้าน
และก็ดูแลความสุขของทุกทุกคนในบ้าน
ถ้ามีใครสักคน โกรธใครมาก็ไม่รู้
ไม่ได้ดั่งใจเรื่องอะไรมาก็ไม่รู้ แล้วก็พาลมาลงที่พ่อ
เกลี่ยดพ่อ ด่าพ่อ คิดจะไล่พ่อออกจากบ้าน
ผมจะเดินไปบอกกับคนคนนั้นว่า
ถ้าเกลียดพ่อ ไม่รักพ่อแล้ว จงออกไปจากที่นี่ซะ
เพราะที่นี่คือบ้านของพ่อ เพราะที่นี่คือแผ่นดินของพ่อ
 
ผมรักในหลวงครับ
และผมเชื่อว่าทุกคนที่อยู่ในที่นี้รักในหลวงเหมือนกัน
พวกเราสีเดียวกัน ศีรษะนี้มอบให้พระเจ้าแผ่นดิน"
 
นั่นซินะ… ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดว่าจะมีใครพูดได้ตรงใจมากที่สุด… คุณจะโกรธใคร เกลียดใครก็ช่าง คุณจะเลือกใคร ชอบใคร มันเป็นเรื่องของการเมือง… แต่จงอย่าได้มาแตะต้องพระเจ้าแผ่นดินอันเป็นที่รัก… คุณอาจจะเห็นดีเห็นงามกับคนที่เอื้อประโยชน์ให้เพียงชั่วครั้งชั่วคราว… มันเปรียบไม่ได้หรอกกับคนคนหนึ่งที่ทำเพื่อประชาชนมายาวนานกว่าหกสิบปี ถ้าคุณไม่รู้จริงจงอย่าพูด ถ้าคุณทำไม่ได้ก็อย่ามาวิจารณ์… นี่คือสังคม นี่คือการอยู่ร่วมกัน… หากคุณไม่สามารถปรับตัวให้อยู่กับคนส่วนใหญ่ได้ ไม่สามารถเคารพบูชาสิ่งที่คนเหล่านั้นเค้าเทิดทูนขึ้นไว้เหนือเกล้าได้… ง่ายๆ ก็จงอย่าอยู่…
 

คำพูดโดนๆ…

วันนี้ได้ฤกษ์อยู่บ้านอีกวัน เพราะว่าสถานการณ์นอกบ้านมันไม่เอื้ออำนวยให้ออกไปลัลล้าได้… เป็นวันที่น่าเซ็งอีกอัน เพราะอยู่บ้านเปิดทีวีก็มีแต่รายงานข่าวเศร้าๆ… การชุมนุมเพื่อการเมืองมันก็ไม่ได้ผิดอะไรหรอกนะในความคิดของเรา แต่การปล้นสดมภ์ พังร้าน7-11… การทำลายข้าวของราชการ ของชาวบ้าน… การยิงทหาร ลากเค้าลงมาซ้อม ทั้งๆที่ทหารมีอาวุธ แต่เค้าไม่ได้มีจิตใจทำร้ายคุณซักนิด… การบุกรุกโรงพยาบาล การห้ามไม่ให้คนป่วยไปรักษา (หนำซ้ำยังลากเค้าลงมาทำร้ายต่อ)… …. มัน "ผิด" แม้ว่าคุณจะมีเหตุผลใดๆมาอธิบายก็ตาม เหตุผลมันอาจจะทำให้ศาลพิจารณาลดหย่อนโทษให้ในบางกรณี แต่มันไม่ได้เปลี่ยนแปลงความจริงว่าเป็นการกระทำที่ "ผิด" แต่อย่างไร… …
 
นี่หรือคือประชาธิไตยที่คุณอยากได้… นี่หรือคือประเทศไทยที่คุณอยากให้เป็น… หากคุณคิดว่าไม่ใช่ เหตุใดคุณจึงไม่ออกมากล่าวตักเตือน อย่างน้อยแสดงความคิดเห็นว่าไม่เห็นด้วย ไม่สนับสนุน… แม้ว่ากลุ่มคนที่ทำตัวเช่นนั้นคุณจะเรียกพวกเขาว่าไม่ใช่คนของคุณ…
 
"ในบ้านเมืองนั้น  มีทั้งคนดีและคนไม่ดี
ไม่มีใครจะทำให้คนทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด
การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี
หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดีให้คนดี  ได้ปกครองบ้านเมือง
และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้"
 
พระบรมราโชวาทในพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ
ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2512
 
 
นี่ยังไม่ได้พูดถึงหัวข้อที่ขึ้นเลยใช่มั้ยเนี่ย… จริงๆแล้วมันเริ่มจากการหาช่องทีวีไร้สาระดู แล้วก้อดันบังเอิญเปิดมาเจอช่องสามจัดงานนาฎราช ซึ่งเป็นการประกาศผลรางวัลของคนทีวีและวิทยุ ที่รูปแบบงานดูแปลกออกไปอีกงาน แต่ hi-light ที่ทำให้ถึงกับอึ้งไปคือตอนที่พงษ์พัฒน์ขึ้นไปกล่าวบนเวทีหลังจากได้รับรางวัลดาราสมทบชายยอดเยี่ยม ดังนี้…
 
"เป็นรางวัลที่ได้รับบทบาทจากผู้ที่เป็นพ่อ ก็ขออนุญาติพูดถึงพ่อนิดนึง
 
พ่อเป็นเสาหลักของบ้าน
บ้านของผมหลังใหญ่ ใหญ่มาก เราอยู่กันหลายคน
ผมเกิดมาในบ้านหลังนี้สวยงามมากแล้ว สวยงามและอบอุ่น
แต่ว่าจะเป็นแบบนี้ได้ บรรพบุรุษของพ่อ
เสียเหงื่อ เสียเลือด เอาชีวิตเข้าแลก กว่าจะได้บ้านหลังขึ้นนี้มา
จนมาถึงวันนี้ พ่อคนนี้ ก็ยังเหนื่อยที่จะดูแลบ้าน
และก็ดูแลความสุขของทุกทุกคนในบ้าน
ถ้ามีใครสักคน โกรธใครมาก็ไม่รู้
ไม่ได้ดั่งใจเรื่องอะไรมาก็ไม่รู้ แล้วก็พาลมาลงที่พ่อ
เกลี่ยดพ่อ ด่าพ่อ คิดจะไล่พ่อออกจากบ้าน
ผมจะเดินไปบอกกับคนคนนั้นว่า
ถ้าเกลียดพ่อ ไม่รักพ่อแล้ว จงออกไปจากที่นี่ซะ
เพราะที่นี่คือบ้านของพ่อ เพราะที่นี่คือแผ่นดินของพ่อ
 
ผมรักในหลวงครับ
และผมเชื่อว่าทุกคนที่อยู่ในที่นี้รักในหลวงเหมือนกัน
พวกเราสีเดียวกัน ศีรษะนี้มอบให้พระเจ้าแผ่นดิน"
 
นั่นซินะ… ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดว่าจะมีใครพูดได้ตรงใจมากที่สุด… คุณจะโกรธใคร เกลียดใครก็ช่าง คุณจะเลือกใคร ชอบใคร มันเป็นเรื่องของการเมือง… แต่จงอย่าได้มาแตะต้องพระเจ้าแผ่นดินอันเป็นที่รัก… คุณอาจจะเห็นดีเห็นงามกับคนที่เอื้อประโยชน์ให้เพียงชั่วครั้งชั่วคราว… มันเปรียบไม่ได้หรอกกับคนคนหนึ่งที่ทำเพื่อประชาชนมายาวนานกว่าหกสิบปี ถ้าคุณไม่รู้จริงจงอย่าพูด ถ้าคุณทำไม่ได้ก็อย่ามาวิจารณ์… นี่คือสังคม นี่คือการอยู่ร่วมกัน… หากคุณไม่สามารถปรับตัวให้อยู่กับคนส่วนใหญ่ได้ ไม่สามารถเคารพบูชาสิ่งที่คนเหล่านั้นเค้าเทิดทูนขึ้นไว้เหนือเกล้าได้… ง่ายๆ ก็จงอย่าอยู่…
 

ร้านกาแฟเคลื่อนที่

กาแฟเคลื่อนที่

ร้านกาแฟเคลื่อนที่, ปั๊มน้ำมันแถวซอยนานา (คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่)

First Month in Germany

ใช้ชีวิตในเยอรมันได้ครบเดือน เลยอยากบันทึกสิ่งที่ประทับใจไว้สักเล็กน้อย

  • วันอาทิตย์เป็นวันพักผ่อน ทุกอย่างปิดหมด ร้านค้า, แหล่งช็อปปิง ถ้าวัตถุดิบสำหรับทำอาหารหมดวันอาทิตย์ ก็ทำใจกินมาม่าได้เลย T_T
  • เวลาจะข้ามถนนต้องกดสัญญาณไฟก่อน แล้วรอจนไฟคนเดินเป็นสีเขียวถึงจะข้ามได้ แต่ถ้าเป็นทางม้าลายที่ไม่มีสัญญาณไฟ สามารถเดินข้ามได้เลย รถจะหยุดให้คนเดินไปก่อนเสมอ สุโก้ย
  • การคมนาคมหลักคือรถไฟ ซึ่งมีหลายประเภทมาก (RB, RE, IC, ICE, S-Bahn, U-Bahn, etc.) ราคาก็แตกต่างกันไปตามสภาพและความเร็ว
  • การใช้รถไฟสะดวกมาก ซื้อตั๋วโดยกดจากตู้ แค่ระบุสถานีต้นทาง-ปลายทาง และเวลาที่ต้องการเดินทาง ระบบจะคำนวณเส้นทางให้เสร็จสรรพ ว่าต้องต่อรถที่ไหน กี่โมง ใช้เวลาเดินทางเท่าไร ฯลฯ และสามารถพรินท์แผนการเดินทางสำหรับพกติดตัวได้

  • รถเมล์และรถไฟที่นี่ตรงเวลามาก ประมาณว่าถ้าคิดว่าจะไปถึงป้าย/ชานชาลาช้าไปสองนาทีก็ไม่ต้องวิ่งแล้ว จะทำให้เหนื่อยเปล่าๆ เพราะมันไปแล้วแน่ๆ

  • เวลาไปเที่ยวไปเป็นกลุ่มจะถูกกว่า เพราะมีตั๋ว group ที่ซื้อใบเดียวใช้ได้ 5 คนเช่น ตั๋ว Weekend (37€), ตั๋วรัฐ (เช่น Bavaria ticket 28€) ที่ขึ้นได้ทั้งรถไฟและรถเมล์ในพื้นที่ที่กำหนด ทุกสาย ตลอดวัน
  • ร้านสะดวกซื้อทั้งหลายจะไม่มีถุงใส่ของให้ (จริงๆ ไม่ถึงกับไม่มี เพียงแต่ถ้าจะเอาถุงต้องเสียตังค์ซื้อเพิ่ม) คนส่วนใหญ่จะหิ้วถุงผ้า/เป้ไปเองเวลาซื้อของ
  • ที่ประทับใจมากคือการออกแบบหน้าต่างในอาคาร ที่สามารถเปิดได้สองแบบ คือเปิดแค่แง้มๆ จากด้านบน หรือเปิดเต็มๆ จากด้านข้าง สามารถเลือกโหมดการเปิดได้โดยการหมุนที่จับ (หมุนขึ้นสุดเป็นเปิดจากด้านบน หมุนแค่ครึ่งเดียวเป็นเปิดจากด้านข้าง ตามรูป)
  • พูดเยอรมันไม่เป็นก็อยู่ที่นี่ได้สบาย เพราะแทบไม่ต้องพูดกับใคร ถ้าไม่กินข้าวนอกบ้านหรือซื้อของใช้ (ซื้อของอย่างมากก็พูดแค่ Hallo กับ Tschüs) -_-a
  • เบียร์และไวน์ ราคาถูกกว่าน้ำ
  • รถหรูๆ ทั้งหลายในเมืองไทยมีให้เห็นที่นี่เกลื่อน อารมณ์ประมาณโตโยต้าบ้านเรา เดินไปทางไหนก็เจอ +_+
  • ขาหมูอร่อยมาก ว่าจะไปหากินอีกสักรอบ :P (ขอบคุณภาพจาก aium เพื่อนร่วมทริป)

คนเราน้า….

คนเราน้า… อยากให้บังคับใช้กฎหมาย อยากให้จัดการอย่างเด็ดขาด แต่ก็รู้อยู่ในใจว่าเลือดสาดแน่นอน พอเลือดสาดก็หาว่าทำรุนแรงเกินไป
 
คนเราน้า… ถ้ากลัวคนอื่นจะขึ้นมาเป็นหัวหน้าแล้วไม่ทำตามคำพูดของคนก่อน ถึงตอนนั้นค่อยมาชุมนุมกันใหม่ก็ได้นิ
 
คนเราน้า… ตอนทำไม่คิด พอทำเสร็จแล้วกลัวติดคุก
 
คนเราน้า…..

คนเราน้า….

คนเราน้า… อยากให้บังคับใช้กฎหมาย อยากให้จัดการอย่างเด็ดขาด แต่ก็รู้อยู่ในใจว่าเลือดสาดแน่นอน พอเลือดสาดก็หาว่าทำรุนแรงเกินไป
 
คนเราน้า… ถ้ากลัวคนอื่นจะขึ้นมาเป็นหัวหน้าแล้วไม่ทำตามคำพูดของคนก่อน ถึงตอนนั้นค่อยมาชุมนุมกันใหม่ก็ได้นิ
 
คนเราน้า… ตอนทำไม่คิด พอทำเสร็จแล้วกลัวติดคุก
 
คนเราน้า…..

เส้นขีดแห่งความพอดี

เมืองแห่งประชาธิปไตย เมืองแห่งปัจเจกบุคคล แต่ละบุคคลมีสิทธิ์มีความคิดของตนเอง มีเสรีในการแสดงออกซึ่งความคิดของตน ความแตกต่างเป็นสิ่งธรรมดา…
 
เมืองแห่งกฎหมาย กฎซึ่งตราไว้หมายให้คนอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข กฎซึ่งขีดกั้นไว้ระหว่างความถูกและผิด…
 
ประเทศไทยเป็นเมืองประชาธิปไตย เป็นเมืองที่มีกฎหมาย… แล้วคนไทยเล่า จะสามารถแสดงออกถึงความยึดมั่นในความเชื่อของตน แต่ให้อยู่ในกรอบของกฎหมายเพื่อความสงบสุขได้หรือไม่
 

Diet Diary #48 — #52

26 April 2010, Mon

morning weight: 82.0 kg (ซาลาเปา Spree does not kill me)

09:00 BF: 2 Bananas + water
12:30 Lunch: ข้าว + ปลาทอด
18:15 Dinner: ข้าว + ทอดมัน + กะหล่ำปลีดอง + ไข่ลูกเขย
04:00 go to bed

The last day at IOI camp. All I can remember is that I ate a lot of stack today. Lays, Tarts, Cola, Dim Sum ,etc….


27 April 2010, Tue

morning weight: 82.6 kg (No banana!)

10:00 BF: 2 Bananas + water
12:30 Lunch: ไก่ย่าง + ข้าวเหนียว + ส้มตำ + ลาบ + ต้มแซ่บ
20:15 Dinner: มาม่าผัด + ขนมจีบ + ยำสาหร่าย
04:00 go to bed

The banana I brought from IOI camp is inedible. So I don’t have anything to eat in the morning


28 April 2010, Wed

morning weight: 83.0 kg (2nd Day without banana!)

12:30 Lunch: ข้าวกะเพราไก่ทอด
15:00 Snack: Creme Roll + Banana Cake
18:15 Dinner: Sausage Steak + เส้นหมี่ราดหน้าไก่ @ สะอาดโภชนา
04:00 go to bed

No badminton again… This month, I hardly done any exercise.


29 April 2010, Thu

morning weight: 82.6 kg

09:00 BF: 2 Bananas + water
12:30 Lunch: Tuna Saland (350g)
18:45 Dinner: Hamburger เข้าเหนียวหมูย่าง + 2 x Big Bite @7-11
22:00 go to bed (but woke up at 04:30)

Finally, I managed to get banana in the morning.


30 April 2010, Fri

morning weight: 82.2 kg (Back to 82, finally)

06:30 BF: 2 Bananas + water
13:30 Lunch: Tuna Salad (350g)
15:00 Snack: เต้าส้อ + biscuit
18:15 Dinner: ข้าวราดหมื่นลี้กุ้ง
02:00 go to bed

Another day with salad. My friend, Sun, came back from Japan for a short stay and he visited me with biscuit, irresistible.