Failed Lasagne

ทดลองทำลาซานญ่าหนแรก เลือกทำเมนู Mushroom + Parma Ham Lasagne เพราะว่าดูจากวิธีทำแล้วเหมือนมันจะทำง่ายกว่า Classic Bolognese Lasagne ที่คุ้นเคยกันดี

แต่เอาเข้าจริงๆ แล้วมันทำยากกว่าที่คิด แล้วยังใช้หม้อ + กระทะเปลืองมาก (เคี่ยวนม, ต้มซอส, ลวกเส้น, ผัดเห็ด อย่างละกระทะ!) สุดท้ายผลออกมาหน้าตาตามในรูป

Lasagne

จัดว่าเป็นผลงานที่ล้มเหลว – กะปริมาณส่วนผสมไม่ถูก ได้ซอสออกมาน้อยเกินไป, ต้มเส้นได้ไม่นุ่มพอดีแบบ al dente ผลก็คือว่า หลังจากเอาไปอบ แป้งพาสต้าแข็งเกินไป (ตรงขอบๆ นี่กรอบหยั่งกับเกี๊ยว) แต่โชคยังดีที่ซอสรสชาติใช้ได้อยู่

ที่น่าเสียดายที่สุดคือ ครีม (กล่องละ 110) หมดไปครึ่งกล่อง, ปาร์มาแฮม (ขีดละ 95) หมดไป 5 แผ่น, พาร์เมซานชีสอีกเยอะพอสมควร จัดว่าเป็นเมนูแพง เปลืองตังค์พอๆ กับตอนทำกราแตงเลย T-T

เอาไว้ทำแล้วประสบความสำเร็จเมื่อไหร่ค่อยมาเขียนขั้นตอนการทำอีกที

Diary 30 May 09

วันนี้มีแต่เรื่องอ้วนๆทั้งนั้นเลย ตื่นก็เที่ยงละ (เที่ยงตรงจริงๆนะ ดูนาฬิกาอยู่) แล้วก็เริ่มจากไปกินข้าวเช้า (ตอนบ่ายสอง) ที่สุกี๊เรือนเพชร เจ้าตำหรับสุกี๊แถวเพชรบุรี อยู่มาน้านนานตั้งแต่จำความได้… หมูเค้าก็อร่อยดีนะ เบื่อ MK ละ มากินแบบนี้ดีกว่าอร่อยกว่าเยอะเลย เอิีกๆ หลังจากอ้วนกับสุกี๊แล้วก็ไปเมเจอร์รัชโยธินดูหนังต่อ เจอทักว่ามาดูหนังทำไมมาถึงนี่ละ (จริงๆบ้านอยู่ใกล้เมเจอร์สุขุมวิทกว่าเยอะเลย) เอิีกๆ (จริงๆแล้วมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝง)…  มาดู T4 ค่ะ (นั่นคือชื่อที่เค้าพิมพ์ไว้บนตั๋วหนังนิเอง) Terminator Salvation… ดูจบแล้วก็ โอ๊ะ surprise จริงๆว่าเค้าเอาคนนั้นมาได้ด้วย (หา credit ตอนจบอยู่)… แล้วก็กินพิซซ่าอ้วนๆต่อ ไม่ซิ ไป shopping ก่อน (จะพลาดได้ยังไง อยากลองวิกผมสั้นดูจัง wonder girls trend มาแรงจิงๆ) อิอิ… สุดท้ายก็ตัดใจ กลับไปทองหล่อ ไปนั่งกินแปะก๊วยนมสดร้อน + ไอติมกระทิ สูตรนี้ไม่ได้ตั้งใจ แต่ว่ากินด้วยกันแล้วอร่อยจังเล้ยยยยยยยยย…. อ้วนจริง อ้วนจริง ตั้งแต่เครื่องชั่งน้ำหนักที่บ้านเสียก็ไม่ได้ชั่งอีกเลย ตอนนี้น้ำหนักจะทะลุไปถึงไหนแล้วนะ… … ไปอ่านหนังสือเล่มใหม่ที่ซื้อมาดีกว่า ขี้เกียจเล่น rappelz ละ รอมัน open ดีก่า… โย่ะ (ป.ล. เห็นตัวอย่างหนังเรื่อง drag me to hell ทนไม่ได้ กลับมานั่งอ่านสปอยเรื่องย่อ ดีแล้วละที่ไม่ได้ดู ฮาฮา)

Desktop คืนชีพ

เหตุเกิดเมื่อประมาณสองอาทิตย์ที่แล้ว อยู่ๆก็เปิดคอมไม่ขึ้น เพราะว่ามี HD เจ๊งไปตัวนึง
แล้วเพราะทำ RAID 0 ไว้ด้วย ทำให้ข้อมูลที่อยู่ใน HD ลูกที่เหลือเน่าไปด้วย -_-”  แง่ม
สาเหตุการเสียของ HD เนื่องจากตัว Firmware ของ HD Seagate รุ่นนี้มี bug อยู่   แล้วข้าพเจ้าก็นิ่งนอนใจ
ไม่ยอม update firmware ซะที … เลยโดนซะ
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ HD ที่มีผล และการ update firmeare ที่นี่

หลังจากหาข้อมูลสักพัก ก็พบว่าการจะกู้ข้อมูลได้ ต้องทำถึงขั้นต่อสายนู่นนี่ เข้าไปเอง เรียกว่าลูกทุ่งสุดๆ
อ่าน version ภาษาไทยได้ที่นี่
หลังจากนั้นก็พบว่าเจ้าของ website นั้นก็เจอปัญหาเดียวกัน และก็เลยลงมือทำ เพื่อกู้ข้อมูลของตัวเอง
และอาสาทำให้คนอื่นฟรีๆด้วย เพราะเข้าใจว่าข้อมูลที่อยู่ใน HD นั้นมีค่ามาก

หลังจากติดต่อกันอยู่พักหนึ่ง ก็ส่ง HD ไปให้เค้า แล้วเค้าก็ซ่อมส่งกลับมาให้ แต่มาพร้อมกับข่าวร้ายคือ
ข้อมูล Sector 0 เสียหายบางส่วน ทำให้ RAID controller มองไม่เห็นว่า HD ตัวนี้ทำ RAID 0 เอาไว้

สำหรับใครที่ต้องการส่ง HD ไปแก้ไข ให้เข้าไปดูที่นี่
ส่วนตัวผมต้องขอขอบคุณเจ้าของ website มาก ที่ช่วยแก้ไขให้

หลังจากพบว่า RAID 0 เสียไปแล้ว ก็ต้องหาทางกู้ข้อมูล .. ไม่อยากเชื่อว่ามีคนทำ software แบบนี้ไว้ด้วย
มี VDO และ BLOG สอนวิธีการทำอย่างละเอียด ดูได้ตรงนี้ และดู BLOG ตรงนี้ มี Link ไปยัง VDO ที่ Youtube ด้วย
อย่าลืมดู version update ต่อด้วย ซึ่งจะมีวิธีใหม่ แต่ไม่บอกละเอียดเหมือนอันแรก

สิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมมีดังนี้
- โปรแกรม Runtime’s RAID Reconstructor
- โปรแกรม Runtime’s GetDataBack for NTFS
- Harddisk ขนาดประมาณ RAID 0 ของเรา

หลังจากอ่านและดู VDO จบ ก็จำใจต้องไปซื้อ HD ขนาด 1.5 TB มาใช้กู้ข้อมูล ( RAID ที่ทำไว้คือ 500 GB x 2 )
เสียตังไปอีกหลายพัน ….

เสร็จแล้วก็เอา HD ตัวใหม่มาลง Win XP และเริ่มทำการกู้ข้อมูล
ผลปรากฏว่าก็ทำได้จริงๆ สามารถเอาข้อมูลสำคัญอย่างพวกรูปภาพและข้อมูลต่างๆกลับมาได้ทั้งหมด.. สุโก้ยยย

วันนี้ก็เลยทำการ build RAID 0 ใหม่ และลง Windows 7 RC เหมือนเดิม..
ยินดีต้อนรับกลับมาอีกครั้ง น้อง desktop สุดที่รัก :D

How to Turn Off Laptop Monitor using AutoHotkey

ใช้ AutoHotkey มาได้เดือนกว่าๆ รู้สึกว่าชีวิตสะดวกขึ้นเยอะ

ฟีเจอร์ที่ใช้หลักๆ ก็คือการสร้างฮอตคีย์สำหรับรันคำสั่งต่างๆ แต่จริงๆ ตัวโปรแกรมสามารถทำอะไรได้มากกว่านั้น เช่น สั่งคลิกเมาส์/กดปุ่มคีย์บอร์ด, สร้างฟอร์มรับข้อมูลจากผู้ใช้, แปลงคำย่อเวลาพิมพ์ให้กลายเป็นคำเต็มๆ เช่น brb -> be right back, ฯลฯ ขึ้นอยู่กับจินตนาการของคนเขียนสคริปต์

สำหรับฮอตคีย์ที่ใช้บ่อยสุดคือ สั่งปิดมอนิเตอร์เฉยๆ อีกอันคือสั่งปิดมอนิเตอร์ + ล็อคคอมพิวเตอร์ ซึ่งช่วยให้ประหยัดแบตไปได้เยอะทีเดียว (ผมไม่ชอบเสียบ adapter ทิ้งไว้) นอกนั้นก็เป็นฮอตคีย์สำหรับเรียกโปรแกรมที่ใช้ประจำ เช่น Firefox, Cygwin, Notepad++ ส่วนโปรแกรมอื่นๆ ก็ใช้ Launchy เรียกเอา

สำหรับสคริปต์ที่ใช้ก็แน่นอนว่าไปลอกชาวบ้านมาอีกที เอามาแปะไว้เผื่อมีคนสนใจ

#NoEnv
#NoTrayIcon
#SingleInstance force
 
#z::
Sleep 500
SendMessage 0x112, 0xF170, 2, , Program Manager
Return
 
#x::
DllCall("LockWorkStation")
Sleep 500
SendMessage 0x112, 0xF170, 2, , Program Manager
Return
 
#f::
  Run %A_ProgramFiles%\Mozilla Firefox\firefox.exe
  WinWait, Mozilla Firefox, , 5
  WinActivate
Return
 
#n:: Run %A_ProgramFiles%\Notepad++\notepad++.exe
 
#t:: Run C:\Cygwin\bin\mintty.exe -

เซฟเป็นไฟล์ .ahk แล้วแปลงเป็น .exe ใส่ไว้ในโฟลเดอร์ Startup เป็นอันเสร็จพิธี

อธิบายวิธีใช้เล็กน้อย

  • Win-Z: ปิดมอนิเตอร์
  • Win-X: ล็อคคอมพิวเตอร์ และปิดมอร์นิเตอร์
  • Win-F: รัน Firefox
  • Win-N: รัน Notepad++
  • Win-T: รัน Cygwin (terminal)

จะอ่อนไหวดังสายลม จะมั่นคงดังภูผา

เคยแปะเป็น message ใน msn อยู่ช่วงนึง แล้วก็มีเพื่อนติดใจเอาไปใช้ต่อ… ดีใจนะเนี่ย… ฮาฮา
แล้วชั้นมาทำอะไรใน space ตอนเที่ยงคืนละเนี่ย… ไปนอนดีกว่า โย่ะ (พรุ่งนี้ก็วันศุกร์แล้น)

Champions League

UCL Final

Barcelona 2 – 0 Manchester United

กองแช่งซาบซึ้งนัก!

ซ่อมบ้าน #4

หลังจากเพดานเริ่มโอเค ช่างก็ติดไฟและเริ่มเดินสายไฟใหม่ .. มาถึงตอนนี้ ก็ใกล้ความจริงเข้าไปเรื่อยๆ

ซ่อมบ้าน

Just my humble opinion about TNOC

ในงาน BarCamp Bangkok 3 ที่เพิ่งผ่านไป ได้มีโอกาสไปนั่งร่วมวงในหัวข้อเรื่อง TNOC (Thailand National Online Campaign) ฟังชื่อโครงการทีแรก ก็ยังงงๆ อยู่ นึกภาพไม่ออกว่าจะเป็น campaign ประเภทไหน เลยต้องลองเข้าไปฟังดู เผื่อจะสามารถช่วยเหลืออะไรได้

รายละเอียดของ campaign ที่เข้าใจคือ เนื่องจากผลกระทบจากภาวะความวุ่นวายทางการเมือง ทำให้นักท่องเที่ยวไม่กล้าเดินทางมาเมืองไทย ทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวของประเทศลดลง จึงมีไอเดียทำการตลาดออนไลน์แบบ viral marketing เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศ สร้างความเชื่อมั่นให้กับต่างชาติ

วิธีการก็คือใช้การโปรโมทการท่องเที่ยวประเทศไทยผ่านทาง Social Network ใหญ่ๆ ของโลกอย่างเช่น Facebook, Twitter, Flickr, YouTube

โอเค อ่านรายละเอียดคร่าวๆ ที่อยู่บน slide ก็พอจะเห็นว่ามีประโยชน์อยู่ แต่พอตอนที่เค้า discuss กัน ทำไมมันเหมือนเป็นหนังคนละม้วน ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะ session ที่เข้า เป็น #TNOC part 2 (ผมไม่ได้เข้า part 1) ถึงได้เข้าใจอะไรผิดไปรึเปล่า เพราะเรื่องที่คุยกัน มีเรื่องท่องเที่ยวอยู่หน่อยเดียว ประเด็นหลักกลับไปอยู่ที่เรื่องของการแก้ไขหน้าเกี่ยวกับประเทศไทยของ wikipedia ภาษาอังกฤษ เพราะว่าชาวต่างชาติ จะได้เข้าใจเรื่องราวของประเทศไทย “อย่างถูกต้อง” ตามที่เราอยากให้เค้าเข้าใจ

ตัวอย่างเช่นว่า wikipedia หน้า Thailand ไม่ค่อยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเลย ทำไมมีแต่เนื้อหาเรื่องรัฐประหาร / ความวุ่นวายทางการเมือง หรือว่าทำไมเนื้อหาในหน้านี้ มีแต่เรื่องบทบาททางการเมือง / Lese majeste ทำไมไม่ค่อยจะมีเรื่องพระราชกรณียกิจบ้างเลย หรือเรื่องของการท่องเที่ยว ทำไมถึงมีเนื้อหาเกี่ยวกับตำรวจทำร้ายนักท่องเที่ยวอยู่ด้วย เราควรจะต้องนำเสนอด้านดีๆ ของประเทศเราสิ ฯลฯ

มีงานอภิปรายครั้งหนึ่งที่ผมเคยได้ฟัง มีวิทยากรท่านหนึ่งบอกว่า คำว่า “ด้วยความเคารพ” เป็นคำพูดสุภาพ ใช้พูดเกริ่น ก่อนที่จะแสดงความไม่เห็นด้วย คงต้องขอยืมมาใช้หน่อย

“ด้วยความเคารพ” ถ้าคิดจะทำกันโดยเน้นเรื่องนี้ ผมก็อยากจะขอเรียก campaign นี้ใหม่ว่า “โกหกช่วยชาติ”

ในความเห็นอันต้อยต่ำของผม การกระทำแบบนี้ไม่ได้ต่างอะไรไปจากการพยายามจะเซ็นเซอร์ข่าวสารที่ชาวต่างชาติได้รับ เราเซ็นเซอร์กันเองในประเทศเยอะแยะแล้วยังไม่พอ อะไรที่เราไม่ชอบ คนต่างชาติก็ไม่ต้องได้เห็น

การจะเข้าไปแก้ไขเนื้อหาของ wikipedia อย่างน้อยก็ขอให้มีหลักฐานอ้างอิงให้ชัดเจน การกล่าวอ้างความเชื่อของตัวเองลอยๆ โดย “มั่ว” ข้อมูล มันดูแล้วน่าสมเพชมากกว่าน่าเชื่อถือ เช่น “ประเทศไทยมีกฎหมายหมิ่น โทษติดคุก 15 ปีจริง แต่ไม่เคยมีคนต่างชาติคนไหนต้องติดคุก ศาลตัดสินความผิดแล้ว หลังจากนั้นทุกคนก็ได้รับอภัยโทษหมด” ถ้าคนที่พูดแบบนี้คิดว่าเป็น fact ก็ควรจะไปหาหลักฐานมายืนยันให้ได้ว่ามันเป็น fact ไม่ใช่ว่ายึดมั่นกับสิ่งที่ตัวเองเชื่อถือด้วย blind faith แล้วก็โทษว่าพวกคนต่างชาติไม่เข้าใจเรา (หรือพวกเราบางคนสมควรจะไปอยู่ต่างชาติ?)

การโปรโมทการท่องเที่ยวโดยการทำเว็บ ปั่น SEO นั้น มันจะมีประโยชน์อย่างที่คิดหรือเปล่า? ปกติ keyword ในกลุ่มท่องเที่ยวโดยทั่วไปจะมีการแข่งขันกันดุเดือดมากอยู่แล้ว การเข้าไปสู้ตรงนี้เป็นเรื่องยาก และยังไงเว็บกลุ่มที่ติดอันดับต้นๆ ในการค้นหา ก็มักจะเป็นเว็บที่ทำเพื่อหารายได้จากการท่องเที่ยวในไทยอยู่แล้ว จะไปทำแข่งทำไม?

เว็บโปรโมทการท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่น ก็มีตัวอย่างดีๆ ของเมืองนอกอยู่หลายแห่ง อย่างเช่น campaign The Best Job In the World หรือการโปรโมทเชิงบวก ให้มีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ เช่น SpreadFirefox หรือ Gmail Video เป็นต้น ไม่อยากให้สับสนระหว่างคำว่า contribute กับ spam

ความศรัทธาในโครงการนี้ยิ่งถดถอยลง เมื่อได้สัมผัสบรรยากาศโดยรวมในห้องที่อภิปรายกัน นี่มัน BarCamp หรือว่าเข้าค่ายลูกเสือชาวบ้าน?

ใน campaign นี้มีคนรู้จักเข้าไปทำอยู่หลายคน หลายๆ คนก็เป็นคนในวงการที่ผมนับถือ แต่ว่า “ด้วยความเคารพ” ผมไม่เห็นด้วยกับการกระทำแบบนี้ หวังว่าการที่ไม่เข้าไปช่วยเหลืออะไร และออกความเห็นคัดค้านแบบนี้แล้ว จะไม่ทำให้ผมโดนมองว่าเป็นพวกขี้อิจฉา ด่าอย่างเดียวแต่ไม่ยอมทำอะไรนะ ก็แค่อยากจะออกความเห็นในฐานะคนใช้อินเทอร์เน็ตคนหนึ่งบ้าง

BarCamp Bangkok 3

เปิด session คู่กับ @markpeak ในงาน BarCamp Bangkok 3 ที่เพิ่งผ่านมา เรื่อง “เป็นผู้ชายอบอุ่นด้วยการทำอาหาร”

ทีแรกคุยกันไว้ว่าอยากจะเอาอุปกรณ์มาทำเมนูง่ายๆ แต่มันยุ่งยากเกินเลยต้องล้มเลิกไป สุดท้ายก็มาพูดสดกันหน้าเวที ไม่มีซ้อม ทุลักทุเลหน่อย ขออภัยทุกท่านที่เข้ามาฟังไว้ ณ ที่นี้

แปะสไลด์ให้ดูเฉยๆ ข้างในมีแต่รูปไม่ค่อยมีเนื้อหา

Barcamp Bangkok 3

Barcamp Bangkok 3 - Panorama

เป็นงาน Barcamp Bangkok ครั้งแรกในชีวิต (2 ครั้งก่อนหน้านี้ไม่เคยไปเลย ไม่รู้ไปอยู่ไหนมา) ไปถึงประมาณ 9 โมงนิดๆ เดินเข้าไปในมหา’ลัยศรีปทุมก็เจอป้ายบอกทาง และมีทีมงานประจำอยู่หน้าลิฟต์ใต้ตึกที่จัดงาน รูปแบบงานจะเริ่มจากให้แต่ละคนเสนอและโหวตหัวข้อที่อยากฟังก่อน โดยทุกคนจะมารวมกันที่โรงยิมชั้น 12 พอได้ schedule แล้วค่อยแยกย้ายกันไปตามห้องบรรยายที่จัดไว้ที่ชั้น 9 และ 10 ตอนไปถึงคนยังไม่ค่อยเยอะเท่าไร เมื่อเทียบกับจำนวนที่ register ในเว็บ แต่กะคร่าวๆ น่าจะไม่ต่ำกว่าร้อย บรรยากาศก็อย่างรูปด้านบน

ไปถึงก็ลงทะเบียน รับป้ายมาเขียนชื่อ, ที่ทำงาน, tag แล้วเอาคูปองไปแลกเสื้อ Barcamp สุดเท่ ใครอยากพูดเรื่องอะไรก็หยิบกระดาษมาเขียน แล้วเอาไปแปะไว้ตรงอัฒจรรย์ด้านข้าง ใครสนใจเรื่องไหนก็หยิบมาร์กเกอร์ที่วางไว้แถวๆ นั้น ไปขีดโหวตได้เลย

ตรงกำแพงด้านหลังสุด จะมีโปรเจกเตอร์แสดงรายการ tweet ที่มี tag #barcampbkk3 ตอนไปถึงได้ยินคนแซวว่า ช่วยๆ กัน tweet หน่อย มีแต่หน้า @sugree เต็มกำแพง xD

ตอนลงทะเบียนมีฮาเล็กๆ เพราะ @jfxberns ประกาศออกไมค์ว่า ใครใช้วินโดวส์ให้มายืนรวมกลุ่มทางซ้าย ใครใช้ลินุกซ์ให้มารวมกันทางขวา ส่วนใครใช้แมคให้ไปรวมกันด้านหลัง จากนั้นก็บอกว่า “คนใช้วินโดวส์ เดินไปทักทายคนใช้ลินุกซ์คนไหนก็ได้ ที่คุณไม่รู้จัก 1 คน” อะไรทำนองนี้ สังเกตเห็นส่วนใหญ่ก็ทำท่างงๆ ยืนรีๆ รอๆ กันอยู่ซักพัก @jfxberns ก็ยิงมุก “ส่วนคนใช้แมค ก็คุยกันเองไปแล้วกัน เดี๋ยวจะไปทะเลาะกับชาวบ้านเปล่าๆ” เลยได้ฮากันไป 1 ดอก

Barcamp Bangkok 3 - Inside and Outside

จากนั้นผู้คนก็ทยอยมากันเรื่อยๆ จำนวนหัวข้อก็เพิ่มขึ้นเป็นหลักร้อย แต่รู้สึกว่าจะน้อยกว่าคราวที่ผ่านๆ มา (ได้ยินประกาศว่าต้องการหัวข้อเพิ่ม) ระหว่างนี้ก็มีการสัมภาษณ์คนที่มางาน, โปรโมตหัวข้อตัวเอง, ฯลฯ จนประมาณ 11 โมงก็รวบรวมคะแนนโหวต และจัดตารางบรรยายลงในแต่ละห้อง ตอนนี้ทุกคนก็จะมามุงๆ ดูตาราง แล้วก็จดกันไว้ว่าเวลาไหน จะไปห้องไหน จากนั้นก็แยกย้ายกันไป สำหรับเรื่องที่ผมเข้าไปฟังก็มีดังนี้

11:30 น.

หัวข้อประมาณ “2-3 เทคนิคที่จะทำให้ presentation น่าสนใจ” ปรากฏว่าเข้าไปแล้วเจอ bullet list เป็นร้อย -_-” แต่คนพูดก็พูดได้ดี ทำให้ไม่น่าเบื่อมาก และถือเป็นการทบทวนทฤษฏีวิธีการนำเสนอไปในตัว (เวลาปฏิบัติจริงไม่เคยทำได้ซักที =.=) ก่อนจบ session มีแจกแผ่น Windows 7 RC ด้วย

12:00 น.

หัวข้อ “Due Date: The root of all evil” เป็นเรื่องของปัญหาที่เกิดขึ้นเวลาใช้ Agile development มีฉายวิดีโอด้วย แต่ไม่มีเสียง แถมผมดันไปนั่งหลัง อ่าน sub ไม่เห็นอีก เลยไม่ค่อยสนุกเท่าไร สังเกตมีฝรั่งมานั่งดูด้วย ไม่รู้ว่าตอน discussion ที่เราหัวเราะกันกลิ้ง เค้าจะเข้าใจหรือเปล่า

12:30 น.

หัวข้อ “Comics for Dummies” ของ @rerngrit เข้าไปฟังแล้วพบว่าความรู้เรื่อง comics ของเรายังอ่อนด้อยมาก เพิ่งรู้ว่ามันมี universe, multiverse อะไรพวกนี้ แต่ก็ได้อะไรหลายอย่างทีเดียว เช่น นิตยสาร Forbes มีการจัดอันดับความรวยของตัวละครใน comics ด้วย (ทำไปได้) ที่ดูแล้วเห็นภาพชัดเจน คือความแตกต่างระหว่าง comics กับ manga ที่ฮาสุดคงเป็นตอนเปรียบเทียบ Batman กับ Iron Man หุหุ สำหรับแฟนๆ comics ไม่ควรพลาด COMICS66.com

13:00 น.

พักกินข้าว ตอนเดินออกจากโรงอาหาร เห็นมีคนยืนแจกเสื้อยืดอยู่ เลยไปขอมา 1 ตัว :P

14:00 น.

หัวข้อ “CMS Showdown: สงครามน้ำลาย CMS” นับได้ว่าเป็นไฮไลต์ของวันสำหรับผมเลยทีเดียว คนฟังล้นหลามมาก ประกอบกับห้องเล็ก นอกจากนั่งโต๊ะเล็กเชอร์กับนั่งตามพื้นแล้ว ยังมีคนยืนฟัง และเปิดประตูฟังอีกด้วย ขนาดเป็น session เรียกน้ำย่อยก่อนแข่งจริงยังฮาแบบไม่ยั้ง แต่ละทีมก็บลัฟกันแหลก ชอบที่ @iMenn เปรียบเทียบแต่ละ CMS เป็นระบบปฏิบัติการ ลองคิดๆ ตามดูก็รู้สึกว่าเออ… จริงแฮะ ตอน @sugree ขายของก็ฮา “Drupal ทำได้ทุกอย่าง หลับตาคลิกก็ยังได้… ถ้าให้ @sugree ทำ” ส่วน @lungkao (น่าจะใช่นะ ดูจาก avatar) ก็ไม่น้อยหน้า “WordPress ไว้ให้ชาวบ้านใช้, Drupal เอาไว้เขียน blog, ส่วนงานที่ซับซ้อนกว่านั้น ก็ใช้ Joomla!” สรุปว่า WordPress ลอยตัว ส่วน Drupal กับ Joomla! ก็ยังกินกันไม่ลง :) ดูรายละเอียดการแข่งขันได้ที่ Barcamp Bangkok 3 CMS Showdown

14:30 น.

หัวข้อ “Portrait 100 นางแบบ ใน 3 เดือน” นำเสนอโดย ช่างภาพแมวเหมียว และ @poakpong คนดูเยอะมากเหมือนกัน จำรายละเอียดที่พูดไม่ค่อยได้ รู้แต่ว่าเค้าถ่ายภาพนางแบบได้ 100 คน ภายใน 3 เดือน แล้วก็มีภาพตัวอย่างเต็มไปหมด ละลานตามาก มีทริปนู้ดด้วย สุโก้ยยย~ รู้สึกได้ว่ามีรังสีอำมหื่นแผ่เต็มห้อง 555+

15:00 น.

หัวข้อแนวๆ “Malware and Antivirus Trend 2009″ ผิดคาดเล็กน้อย เพราะนึกว่าจะเป็นการแนะนำ malware หรือ virus ใหม่ๆ แนะนำรูปแบบการโจมตี และวิธีการป้องกัน อะไรทำนองนั้น แต่ปรากฏว่าเป็นการรีวิวโปรแกรมป้องกันไวรัส 3 ยี่ห้อ คือ Kaspersky, BitDefender และ NOD32 ซึ่งก็โอเค ทำให้เห็นว่าโปรแกรม antivirus สมัยนี้ มีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกันทั้งทางด้าน UI และฟีเจอร์เสริม ที่เหลือก็วัดกันที่การใช้ทรัพยากรเครื่อง และ engine ที่ใช้ในการตรวจจับไวรัส ก่อนหมดเวลามีตอบคำถาม ได้เสื้อยืดจาก citec.us มา 1 ตัว ^_^

15:30 น.

หัวข้อ “Freeware and Free Service for Freelancer” อันนี้ก็คนฟังล้นหลามอีกเช่นกัน โชคดีเข้าไปเร็ว เลยได้นั่งโต๊ะเลกเชอร์ แต่กว่าจะได้ฟังก็เหลือเวลาอีกประมาณ 15 นาที เนื่องจากเกิดเหตุขัดข้องทางเทคนิค โน๊ตบุ๊คของ @ripmilla ต่อโปรเจกเตอร์ไม่ได้ เกือบได้เห็นการใช้โน๊ตบุ๊คนำเสนอผ่านเครื่องฉายแผ่นใสแล้ว :P สรุปสั้นๆ ว่า ทุกอย่างที่นำเสนอใน session นี้ เข้าไปดูได้ที่ Freeware.in.th

16:00 น.

Barcamp ยังคงดำเนินต่ออย่างเมามัน ส่วนผมโดดกลับบ้านก่อน เป็นอันจบงาน Barcamp Bangkok 3 สำหรับผมในปีนี้

Barcamp Bangkok 3 Sponsors

สุดท้ายขอขอบคุณ sponsor และทีมงาน Barcamp Bangkok 3 ทุกท่านครับ ที่ทำให้เกิดงานอสัมมนาฟรีและดีแบบนี้ คราวหน้าจะพยายามมีส่วนร่วมให้มากขึ้น :)

ซ่อมบ้าน #3

ดูงานแล้ว การซ่อมบ้านครั้งนี้น่าจะนานกว่าที่คิด ตอนแรกคิดว่าจะเสร็จภายในวันอังคารหน้า
แต่ดู Progress ตอนนี้แล้ว ไม่เสร็จแน่นอน .. ดีไม่ดีจะยาวถึงวันศุกร์เลย
เหมือนเดิม เอาความคืบหน้ามาฝาก เพดานเริ่มเป็นเพดานแล้ว ^-^

ซ่อมบ้าน

So Cool

ช่วงนี้กระแส “บร๊ะเจ้าโจ๊ก” มาแรงมาก ถึงกับต้องไปหา MV มาดูคลายสงสัยว่าทำไมจึงเป็นอย่างงั้น

แต่ในที่สุดก็เข้าใจว่า ผมไม่ได้หา MV ของบร๊ะเจ้าโจ๊กมาดู แต่เป็นบร๊ะลานุภาพของบร๊ะเจ้าโจ๊กต่างหากที่บันดาลให้ผมได้ดู MV เหล่านั้น

ชาบู ชาบู ~

แปะ MV เพลง “เบอร์สำรอง” ที่ตอนนี้กำลังโปรโมท บร๊ะเจ้าโจ๊กท่านเมพขิงๆ ต้องลองดูด้วยตัวเอง ไม่เชื่ออย่าลบหลู่!

ซ่อมบ้าน #2

ผ่านไปอีกวัน ตอนนี้ช่างเริ่มลงมารุกรานชั้นล่าง ทำให้พวกเราหมดที่อยู่ ต้องระเห็ดขึ้นไปชั้นสอง

ซ่อมบ้าน 2

LIMIT optimization

จดไว้กันลืม

เวลาที่เรา SELECT ข้อมูลจาก MySQL ปกติก็จะเขียนกันแบบนี้
SELECT * FROM data ORDER BY id LIMIT 10,10

แต่ถ้าวันหนึ่ง เรามีข้อมูลมากๆ แล้วต้องการข้อมูลที่ LIMIT เยอะๆ เช่น
SELECT * FROM data ORDER BY id LIMIT 900000,10

Query แบบหลัง จะช้ากว่าแบบแรกอยู่เยอะ
วิธีที่จะ optimize ให้ query แบบหลัง ทำงานได้เร็วขึ้นทำได้แบบนี้
SELECT * FROM data WHERE id >= (SELECT id FROM data ORDER BY id LIMIT 900000,1) LIMIT 10

โดยที่ id ต้องเป็น index จะทำให้ใน subquery สามารถทำงานได้รวดเร็ว

Squid with Mayonaise

ตั้งแต่ทำอาหารมา ยังไม่เคยทำเมนูที่เป็นปลาหมึกมาก่อนเลย (เคยทำโอโคโนมิยากิไส้หนวดปลาหมึกไปหนนึง แต่ไม่นับดีกว่า) เพราะว่าปกติเวลาออกไปซื้อของสดตาม supermarket ก็มักจะเดินหยิบแต่ของที่แพ็คใส่ถาดห่อพลาสติกไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งส่วนมากมันจะมีแต่ หมู เนื้อ เป็ด ไก่ บางที่อาจมีของแปลกอย่างเนื้อจระเข้หรือนกกระจอกเทศ แต่ว่าอาหารทะเลสด ปกติต้องไปเลือกเอง คีบใส่ถุง เอาไปชั่ง คิดราคาตามน้ำหนัก ออกจะวุ่นวาย เลยไม่ค่อยได้ซื้อ

พอดีวันก่อนเกิดอยากกินปลาหมึกขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ (คิดว่าเป็นเพราะเดิน supermarket ตอนกำลังหิว อยากกินไปหมดทุกอย่าง) ก็เลยซื้อปลาหมึกมาลองทำดูด้วย เปิดตำราพอหาเมนูทำไม่ยากนัก ก็ได้มาเป็น ปลาหมึกทอดจิ้มมายองเนส

ขั้นแรกล้างปลาหมึกให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นๆ พอดีคำ

Squid

โรยแป้งอเนกประสงค์ลงไป ใส่เครื่องปรุงรสทั้งหลาย ประกอบด้วยเกลือ พริกไทย และ paprika ปริมาณกะๆ เอา

Spice up

คลุกให้เครื่องเทศเข้ากับปลาหมึก

Mixing

จากนั้นตั้งเตา ใส่น้ำมันให้ท่วม (ตามสูตรบอกให้ใช้น้ำมันมะกอก แต่ทำใจไม่ได้ เพราะมันแพง ใส่น้ำมันพืชแทนคงพอได้) รอให้ร้อนแล้วหย่อนปลาหมึกลงไป

Frying

ทอดจนเหลืองกรอบ ก็ตักใส่จานได้

Squid

ตามสูตร ต้องมีมายองเนสไว้จิ้มด้วย ส่วนผสมก็ใช้มายองเนสยี่ห้อคิวพี (อร่อย ชอบมาก) ใส่พาร์สลีย์สับ แล้วก็บีบมะนาวลงไปเล็กน้อย

Squid w/ Mayonaise

ตามตำราเค้าว่าก่อนจะคลุกเครื่องปรุงกับปลาหมึกผสมเข้าด้วยกัน ให้ซับน้ำที่ปลาหมึกให้มันแห้งๆ ก่อน แต่ที่ทำไปสงสัยว่าจะแห้งไม่พอ แป้งมันเลยยังจับตัวเป็นก้อนๆ อยู่

Salted Chicken Wing

ทำอาหารแบบใช้วัตถุดิบเยอะๆ มาหลายหนแล้ว คราวนี้เป็นเมนูทำง่ายๆ กินง่ายๆ วัตถุดิบไม่เยอะบ้างดีกว่า เป็นปีกไก่ทอด สูตรทั้งกรอบและเค็ม

ขั้นแรกก็เตรียมปีกไก่ จะเป็นปีกบนหรือปีกกลางแล้วแต่ชอบ ถ้าเอาออกมาจากช่อง freeze ก็ defrost เสียก่อน เอามาคลุกกับเกลือให้ทั่ว เค็มมากน้อยแล้วแต่ชอบ ตั้งทิ้งไว้แล้วไปเตรียมกระทะ

ใช้กระทะก้นลึก ใส่น้ำมันกะพอให้ท่วม 60-70% ของปีกไก่ ตั้งไฟแรง รอให้น้ำมันเดือด แล้วเอาไก่ใส่ลงไปได้เลย (ระวังน้ำมันกระเด็นด้วย)

รอจนสุกเหลืองกรอบ แล้วพลิกอีกด้านนึง ทอดต่อให้สุก เสร็จแล้วตักใส่จาน กินร้อนๆ จะกรอบกำลังดี

Salted chicken wing

เป็นเมนูที่ทำง่ายดี แต่เหนื่อยหน่อยตรงที่ว่าต้องทอดนาน 10-15 นาทีกว่าจะสุกทั้งสองด้าน แล้วก็เวลาที่ทอดเสร็จแล้วต้องมาเช็ดน้ำมันที่กระเด็นออกมาด้วย

ซ่อมบ้าน #1

บ้านที่อยู่มาเกือบยี่สิบปี แทบไม่เคยได้ซ่อมแซมเลย และแล้วก็ถึงเวลาที่จะต้องจัดการเสียที
ทั้งไฟเสีย น้ำรั่ว ฝุ่นเข้า เต็มไปหมด ก็จัดการมันซะทีเดียว

ช่วงนี้คงจะต้องลางานหลายวัน มาเฝ้าช่าง.. +_+

ซ่อมบ้าน

Terminator:The Sarah Connor Chronicles canned

โดน FOX  ถอดออกจากตารางไปซะแล้ว เสียดายจริงๆ ตอนจบ season 2 ทิ้งท้ายไว้น่าสนุกแท้ๆ
ต่างจาก Heroes ที่จบ season แบบคิดไม่ออกว่าจะทำต่อยังไงเลย…

RIP …

DriverMax

เพิ่งค้นพบวิธีหาไดรเวอร์สำหรับวินโดวส์ XP/Vista คิดว่ามีประโยชน์มากในกรณีที่เว็บผู้ผลิตโน๊ตบุ๊คไม่มีให้ดาวน์โหลด เช่น driver สำหรับ Windows XP ของ Compaq CQ20-115TU ทางออกที่สะดวกที่สุดคือใช้โปรแกรม DriverMax

การทำงานของโปรแกรมจะสแกนฮาร์ดแวร์ในเครื่องทั้งหมด และนำไปเทียบกับฐานข้อมูลในเว็บว่าอุปกรณ์ตัวไหน ใช้ไดรเวอร์อะไร รุ่นล่าสุดเป็นรุ่นอะไร ซึ่งเราสามารถใช้ประโยชน์ได้หลักๆ ดังนี้

  • หาไดรเวอร์สำหรับ unknown device
  • ตรวจสอบว่าไดรเวอร์ที่ใช้อยู่ มีรุ่นที่อัพเดตกว่าหรือไม่
  • แบ็กอัพไดรเวอร์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

    เนื่องจากผมไปเสาะแสวงหาไดรเวอร์มาเองจนครบแล้ว เลยได้ลองแค่การอัพเดตและแบ็กอัพไดรเวอร์ ขั้นตอนคร่าวๆ เวลาใช้โปรแกรมคือ
  1. เปิดโปรแกรม (จะบอกทำไมเนี่ย =.=)
  2. เลือก Check for driver updates
  3. DriverMax จะคุยกับเซิร์ฟเวอร์ เพื่อตรวจสอบเวอร์ชันของไดรเวอร์แต่ละตัว
  4. เสร็จแล้วมันจะเปิดเว็บเบราวเซอร์ขึ้นมา เพื่อแสดงรายการอัพเดตที่หาเจอ
  5. คลิกเลือกไดรเวอร์ที่ต้องการอัพเดต มันจะให้เราดาวน์โหลดไฟล์นามสกุล .dmx ซึ่งไม่ใช่ไฟล์ไดรเวอร์โดยตรง แต่เป็นไฟล์เก็บข้อมูลของไดรเวอร์ที่จะดาวน์โหลดอีกที
  6. ดับเบิลคลิกไฟล์ดังกล่าว จะเป็นการเรียก DriverMax Agent เพื่อดาวน์โหลดตัวไดรเวอร์จริงๆ
  7. ดาวน์โหลดเสร็จแล้วจะมีรายการไดรเวอร์โผล่มาในช่อง Downloaded drivers สามารถคลิกเลือกเพื่อติดตั้งได้
  8. ติดตั้งเสร็จก็รีบูต 1 รอบ ตามธรรมเนียมของวินโดวส์ ถ้าไม่มีปัญหาเราก็จะได้ไดรเวอร์เวอร์ชันใหม่มาใช้แทน

ในการอัพเดตพบว่าสามารถอัพเดตได้สำเร็จร้อยละ 90 (ส่วนที่ไม่สำเร็จคือชื่ออุปกรณ์เหมือนกัน แต่ชื่อผู้ผลิตไดรเวอร์ต่างกัน) สิ่งที่คิดว่าโอเคก็คือ ถึงอัพเดตไม่สำเร็จมันก็จะกลับมาใช้เวอร์ชันเก่าให้เอง ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

สำหรับการแบ็กอัพก็ตรงไปตรงมา โดยเลือก Export drivers แล้วจะมีรายการไดรเวอร์ทั้งหมดขึ้นมาให้ติ๊กเลือก จากนั้นก็เลือกที่เซฟ แล้วสั่ง export ได้ทันที

มีข้อสังเกตอยู่นิดนึงคือเวลาอัพเดตผ่าน DriverMax เหมือนมันจะเข้าไปจัดการรายการไดรเวอร์ในวินโดวส์ใหม่ คือตามปกติเวลาคลิกดู driver ของอุปกรณ์ มันจะเป็นชื่อไฟล์ตามที่ผู้ผลิตสร้างมา แต่พออัพเดตแล้ว มันจะกลายเป็น 1.inf, 2.inf, … อะไรทำนองนั้น ซึ่งจริงๆ ก็ใช้งานได้ตามปกติ ไม่มีปัญหาอะไร แต่สำหรับผู้ต้องการความโปร่งใสอาจจะหงุดหงิดหน่อยๆ ว่าเฮ้ย ไอ้โปรแกรมนี้มันมางุบงิบทำอะไรกับไดรเวอร์ฟระ อะไรทำนองนั้น

บทสวดแผ่เมตตา ให้แก่ตนเอง และ สรรพสัตว์

คำแผ่เมตตาให้แก่ตนเอง

อะหัง สุขิโต โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้มีความสุขเถิด

อะหัง นิททุกโข โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้ไม่มีความทุกข์

อะหัง อะเวโร โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้ไม่มีเวร

อะหัง อัพยาปัชโฌ โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้ไม่มีความพยาบาทเบียดเบียน

อะหัง อะนีโฆ โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้ไม่มีความทุกข์กายทุกข์ใจ

สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิฯ
ขอให้ข้าพเจ้า จงมีความสุขกาย สุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญฯ
————————————————————
คำแผ่เมตตาให้แก่สรรพสัตว์

สัพเพ สัตตา อะเวรา โหนตุ
สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น
จงเป็นสุขๆ เถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย

อัพญาปัชฌา โหนตุ
จงเป็นสุขๆ เถิด อย่าได้พยาบาทเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย

อะนีฆา โหนตุ
จงเป็นสุขๆ เถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย

สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุฯ
จงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นนี้เทอญฯ

บทสวดแผ่เมตตา ให้แก่ตนเอง และ สรรพสัตว์

คำแผ่เมตตาให้แก่ตนเอง

อะหัง สุขิโต โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้มีความสุขเถิด

อะหัง นิททุกโข โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้ไม่มีความทุกข์

อะหัง อะเวโร โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้ไม่มีเวร

อะหัง อัพยาปัชโฌ โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้ไม่มีความพยาบาทเบียดเบียน

อะหัง อะนีโฆ โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้ไม่มีความทุกข์กายทุกข์ใจ

สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิฯ
ขอให้ข้าพเจ้า จงมีความสุขกาย สุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญฯ
————————————————————
คำแผ่เมตตาให้แก่สรรพสัตว์

สัพเพ สัตตา อะเวรา โหนตุ
สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น
จงเป็นสุขๆ เถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย

อัพญาปัชฌา โหนตุ
จงเป็นสุขๆ เถิด อย่าได้พยาบาทเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย

อะนีฆา โหนตุ
จงเป็นสุขๆ เถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย

สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุฯ
จงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นนี้เทอญฯ

Beef Stew

วันนี้เกิดความคิดจะกำจัดมันฝรั่งและแครอทที่เหลืออยู่ในตู้เย็นออกไป ทิ้งไว้นานก็กลัวจะเน่าเสีย แต่จะทำแกงกะหรี่อย่างที่เคยทำก็รู้สึกว่าทำกินบ่อยแล้ว เดี๋ยวจะกลายเป็นเมนูสิ้นคิดไปเสียฉิบ

พอลองเปิดหาสูตรตามเว็บไปเรื่อยๆ ก็ได้ไอเดียเรื่องทำสตูว์เนื้อขึ้นมา ค้นสูตรมาได้สองสามอัน วิธีการไม่ค่อยเหมือนกันเท่าไหร่ เลยต้องอาศัยการมั่ว (อีกแล้ว) ทำตามมีตามเกิดเอา

ขั้นแรกเตรียมวัตถุดิบ มันฝรั่ง แครอท หอมใหญ่ กระเทียม หั่นเป็นชิ้นๆ ให้เรียบร้อย

Beef stew

ละลายเนยในหม้อ เอากระเทียมลงไปผัดให้สุกนิดนึง แล้วตามด้วยหอมใหญ่ มันฝรั่ง แครอท ใส่แป้งลงไปเล็กน้อย คลุกๆ ให้ทั่ว

Beef stew

อีกเตานึง ละลายเนยเหมือนกัน แล้วเอาเนื้อที่หั่นเป็นชิ้นๆ ลงไปผัดให้พอสุกข้างนอก ข้างในยังไม่สุก ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย

Beef stew

เทเนื้อ (+น้ำที่ไหลออกมา) ที่ผัดในกระทะเล็ก ลงใส่หม้อรวมกับส่วนผสมอื่นๆ แล้วก็ใส่เห็ดหอมลงไปด้วย (คิดว่าน่าจะเข้ากัน) ใส่เครื่องเทศตามชอบใจ ที่ใส่ลงไปก็มี paprika, sage, cinnamon (มั่วทั้งนั้น) จริงๆ ต้องใช้อย่างอื่นด้วย แต่ว่ามีอยู่แค่นี้ ก็เลยจำต้องใส่แค่นี้

Beef stew

มีสตูว์เนื้อบางสูตร เค้าให้ใส่เบียร์ลงไปด้วย แต่เนื่องจากหาซื้อเบียร์เบลเยี่ยมไม่ได้ เลยต้องเลือกเอาจากเบียร์ที่มีอยู่ ได้แก่ สิงห์ ลีโอ และไฮเนเก้น คิดอยู่หลายตลบก่อนตัดสินใจเลือกสิงห์ เนื่องจากรสชาติที่เข้มข้น น่าจะเหมาะดี

Beef stew

เทเบียร์ลงไป แล้วใส่น้ำเล็กน้อย ชิมรสให้ได้ตามต้องการ (ไม่ต้องเข้มข้นมาก เพราะเคี่ยวไปแล้วน้ำจะระเหยออกไป ทำให้รสเข้มขึ้นอีก) ตั้งไฟให้เดือด

Beef stew

ตั้งไฟอ่อนไปเรื่อยๆ สัก 2-3 ชั่วโมง คอยคนเป็นระยะไม่ให้ติดก้นหม้อ เสร็จแล้วตักมากินกับข้าวสวยร้อนๆ

Beef stew

เนื่องจากเมนูนี้เป็นการมั่วเอาเยอะมาก ทำให้สุดท้าย ออกมาแล้วรสชาติก็มั่วๆ อยู่ ยังดีที่อย่างน้อยก็อยู่ในระดับพอกินได้ คาดว่าสาเหตุมาจาก เครื่องเทศไม่ครบ และใส่แบบไม่รู้อะไรเลย ทำให้รสชาติออกมาพิลึกเกิน

นอกจากนี้ สตูว์หม้อนี้ยังมีรสขมแปลกๆ ซึ่งน่าจะมาจากเบียร์สิงห์ คราวหน้าเปลี่ยนเป็นลีโอน่าจะดีกว่า

Diary 13 May 09

โอ๊ะ… ขอเล่าย้อนหลังได้มั้ยอ่ะ ไม่เอามาลง blog คงทำใจไม่ได้… ก็วันก่อนเพิ่งเล่าถึงพี่ taxi ตัวเหม็นไปใช่มะ… วันนี้เจออีกแล้ว… … … T___T แบบว่าต้องกลับ office กะทันหันเล็กน้อย เลยหิ้วของจะเรียก taxi เดินๆลงมาจากตึกก็เป็นมี taxi รออยู่สองสามคัน ตามมารยาทเราก็ต้องขึ้นคันแรกใช่มั้ยค่ะ เห็นสีชมพูปุ๊ปอึ้ง (ตอนนี้เป็นโรคผวา pink cab ไปแล้น) เหลียวไปมองคนขับ ใช่เลย กล้วยหอม มองข้างหลังก็จำได้แล้ว… มีเวลาอยู่ห้าวิ (ทำไงดีฟ่ะ) ก็เลยเปิดกระเป๋า หยิบโทรศัพท์ ส่งสายตาให้ยามว่า ยังไม่ไปค่ะ แล้วก็เดินทำท่ากดโทรศัพท์เข้าไปในตึกใหม่… เฮ้อออ แล้วนี่ชั้นจะออกจากตึกไปได้ไงเนี่ย ต้องออกไวๆ แต่ก็ไม่อยากไปเน่าตายในtaxiเลย… ด้วยเดชะบุญ เมื่อไม่มีใครขึ้นรถ เค้าก็เลยเริ่มไล่ taxi ที่ต่อคิวออกไป เห็นสีชมพูไปแล้ว เลยทำเป็นวางโทศัพท์แล้วเดินออกไปใหม่ (เย้เย้) สุดท้ายก็ได้ขึ้นคันสีส้มแทน… แต่ก็โอ๊ะ คนขับคนนี้เลย นั่งบ่อยมากตอนยังจอด bigC อยู่… ขึ้นรถปุ๊ปเลยรีบโทรกลับไปเล่าให้น้องๆในทีมฟัง สงสัยชั้นจะมีดวงกับ taxi แถวนี้ซะแล้วซิ.. เอิ๊กๆ

Smoked Fish Gratin

Gratin ภาษาไทยออกเสียงตามภาษาฝรั่งเศส อ่านว่า กราแตง เป็นอาหารฝรั่งเศสชนิดหนึ่ง ที่วิธีทำไม่ลำบากนัก (มั่วๆ เอา) แต่อาจจะต้องใช้เครื่องครัวเยอะหน่อย

ขั้นแรก ทาเนยให้ทั่วถ้วยทนความร้อน หั่นมะเขือเทศเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ลงไปเป็นชั้นล่างสุด

Smoked Fish Gratin

เนื่องจากเมนูนี้ชื่อ smoked fish gratin ชั้นต่อมาเลยใส่ปลารมควัน ในสูตรที่ไปอ่านมาเค้าให้ใส่ปลา trout กับปลา haddock แต่ไม่รู้จะไปหาที่ไหน เลยใส่ปลาแซลมอนรมควัน กับปลาหิมะรมควันแทน (พอจะหาซื้อได้ตาม supermarket ทั่วไป)

Smoked Fish Gratin

โรยชีสลงไป อันนี้ใช้ Parmesan cheese กับ Emmental cheese หาซื้อได้ตาม supermarket ทั่วไปเช่นกัน ถ้าชอบกินผักอาจจะใส่ลงไปด้วยเลยก็ได้ อย่างในรูปใส่พาร์สลีย์กับบร็อคโคลี

Smoked Fish Gratin

จากนั้นก็เทครีมลงไป มากน้อยตามชอบ

Smoked Fish Gratin

ตอนที่จะอบ ให้อุ่นเตา (preheat) ไปที่ 220 C แล้วค่อยเอาถ้วยใส่วัตถุดิบของเราใส่เข้าไป อบเป็นเวลา 20-30 นาที ได้ออกมาตามรูป

Smoked Fish Gratin

จากที่ทำ เหมือนจะใส่ชีสน้อยไป และใส่ครีมมากเกิน หน้าตาเลยออกมาไม่สวยเท่าไหร่

ความยากลำบากของเมนูนี้คือ วัตถุดิบมันแพง! แซลมอนรมควัน, ปลาหิมะรมควัน ขายกันขีดละ 100 กว่าบาท ต้องรอจังหวะมันลดราคา ถึงจะพอซื้อมากินได้ หรือ Emmental cheese ก็แพงกว่าชีสที่ได้ใช้ทำอาหารบ่อยๆ อย่าง Parmesan หรือ Mozzarella อยู่เยอะเหมือนกัน ถ้วยทนความร้อนสำหรับอบก็ไม่ใช่ราคาถูกๆ ที่สำคัญคือ เตาอบ โชคดีที่ว่าตอนซื้อไมโครเวฟ เลือกซื้อรุ่นที่ถูกที่สุดที่มันอบได้ (แต่ก็ยังแพงกว่ารุ่นที่เวฟได้อย่างเดียวอยู่ดี)

นานๆ ทำกินทีนึงก็พอไหว

สิ้นหวังแล้ว~~ สิ้นหวังกับ notebook กากๆ แล้ว ~~~

ความทรงจำ - Notebook HP - กับบริการหลังการขายที่แสนประทับใจ

ไม่ได้เขียน blog มานานมาก (~ปีกว่า)  เพราะความขี้เกียจ  งานยุ่ง,  xbox360, wii,  psp,  ds,  เก้ารอเก้า…    จนวันนี้งานเข้า อารมณ์ขึ้น เลยต้องหาที่ระบายหน่อย ได้ฤกษ์ up blog ไปในตัว และอาจจะเป็นการทำบุญทางอ้อมสำหรับคนที่อยากซื้อ notebook ด้วย   จะได้มีข้อมูลเพิ่มเติมไว้พิจารณา

 

ปีที่แล้วผมซื้อ notebook hp dv2626tx  ราคา 42,000 บาท (inc vat)    กะว่าจะซื้อทั้งที่ ก็ซื้อ brand ที่มัน(น่าจะ) ดูดีนิดนึง คุ้มค่า ในรุ่นที่มันมีราคาหน่อยนึง โดยคาดหวังว่ามันจะทนมือทนตีนแบบแรดเหยียบได้ไม่พัง

   หลังจากใช้ไปซํกปีกะสามเดือน (แน่นอน หมดประกัน)  มันก็ตายไปเฉยๆ  ไปเข้าศูนย์ บอกว่าบอร์ดช๊อร์ต  ค่าซ่อมประมาณ 14,000 (ประเมินคร่าวๆ) ฟังราคาแล้วร้องเจี๊ยก ต้องหนีไปซ่อมพันทิพย์  3,500   ถึงตรงนี้ยังเป็นเรื่องปกติ  notebook ทุกยี่ห้อมีโอกาสเป็นงี้ได้หมด  แต่หลังจากนั้นอีกสองเดือน  อาการของมะเร็งร้ายที่แฝงในเครื่องก็เริ่มแสดง   จอภาพเริ่มแตก เครื่องเริ่ม hang  และ boot ไม่ขึ้น

 (ภาพประกอบจากกระทู้นี้  อาการเดียวกัน  http://forums.overclockzone.com/forums/showthread.php?p=6442419)

 

เจองี้หลายๆ ครั้งเข้า เริ่มนอยด์แตก  หิ้วเครื่องไปร้านซ่อมอีกครั้ง ร้านบอกว่าเป็นที่การ์ดจอ คนละอาการกับเดิม ค่าซ่อมอีก 3,500  (ฮะ ก็ตูเพิ่งซ่อมร้านเมิงไปไม่ถึงสองเดือนดีเลยอ้ะ)  ร้านมันก็บอกว่าคนละอาการ เริ่มหงุดหงิดเดินกลับมาเช็คข้อมูลในเน็ต และแล้วก็จำนวนด้วยหลักฐาน  ร้านมันพูดถูกแฮะ (ดีไม่วีนแตกไปเถียงกับมัน)  อาการนี้โดนชาวบอร์ด overclock zone เรียกว่ามะเร็ง (แหม เข้าใจตั้งชื่อ)    ปัญหาเพราะการ์ดจอ NVIDIA รุ่น 8400/8600 มันกาก..  ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เพราะคนทำมันอาจจะ QC พลาด

 ทีนี้ ปัญหาของ HP มันอยู่ตรงไหนล่ะ  มันก็อยู่ที่ว่า  ยี่ห้ออื่นๆ เช่น DELL / Apple / BenQ รับเคลมคอมพิวเตอร์รุ่นที่มีปัญหาจากการใช้ chipset สองตัวนี้และขยายเวลารับประกันให้ และเคลมได้ทุกที่ทั่วโลก  ขณะที่ HP มีการขยายประกันให้เพียงบางรุ่น (ซึ่งเป็นรุ่นที่ขายใน US) ขณะที่รุ่นหลายๆ รุ่นที่ขายในไทย ไม่มีใน US กลับไม่มีการประกันเพิ่ม  และความน่าเบื่อของศูนย์บริการ HP ที่ต้องถ่อไปถึงอื้อจื่อเหลียงในเวลาราชการ ขณะที่ DELL มี on site service มาถึงที่

และความกากยิ่งกว่านั้นอยู่ที่ HP model 2xxx หลายๆ รุ่น มีปัญหานี้มากกว่าคอมพิวเตอร์ยี่ห้ออื่นมากกกกกกๆๆๆๆ  เป็นไปได้ว่า อาจจะเพราะการออกแบบทีตัวระบายความร้อน ไม่แนบสนิทกับ GPU   (คลิก~ดูวีดีโอประกอบที่มีใครซํกคนทำขึ้น

 

 เป็นไปได้ว่า ผมอาจเป็นคนส่วนน้อยที่โชคร้าย  แต่ยิ่ง search ไป ก็ยิ่งเจอคนที่มีปัญหากับรุ่นนี้ ถึงขนาดตั้งกันเป็น google groupรึโพสต์บ่นกันยาวเป็นหางว่าวใน pantip   แต่เอาเป็นว่า ใครที่คิดจะซื้อ notebook ยี่ห้อไหน ก็ลองเอาข้อมูลตรงนี้ไปร่วมพิจารณาดูละกัน  ส่วนผมจะหนีไปใช้ desktop ซะให้สิ้นเรื่องสิ้นราว  แล้วพก HDD external ไปทำงานแทน  สบายใจสบายกระเป๋ากว่ากันเยอะ เอิ้ก

 

edit @ 15 May 2009 22:23:27 by AccBLue

Westone UM3X

เฮ้อ ในที่สุดก็เสียตังจนได้ เพราะทนสภาพเพื่อนรักไม่ไหว
เริ่มจาก Shure E2C ที่อยู่กันมาตั้งแต่ปี 2005
อยู่ๆสายก็หักซะอย่างงั้น พึ่งมารู้ทีหลังว่านี่เป็นอาการปรกติของหูฟังยี่ห้อ Shure
ที่พอเวลาผ่านไป สายโดนความร้อนกับเหงื่อของเรามากๆ แล้วมันจะเริ่มแข็ง แล้วในที่สุดก็หัก
แม้ว่าในรุ่นใหม่อย่าง Shure 530SE ก็ยังเป็น ประมาณว่าคนซื้อก็ทำใจได้เลย หมดประกันเมื่อไหร่แล้วสายหักก็ซื้อใหม่

Shure E2C

อันที่สองคือ AKG K27i ซื้อมาประมาณปี 2006
ใช้ได้ดี จนมาช่วงปีหลังนี่ cross over พัง เสียงออกหูซ้ายกับหูขวาไม่เท่ากัน
ต้องปรับความดังจากสวิชต์เกือบสุด จะมีตำแหน่งที่เสียงออกดีอยู่
แต่มันก็เจออาการปรกติของหูฟังครอบหูคือวัสดุตรงที่ครอบหูลอกหลุด
สาเหตุก็เหมือนเดิม คือ ความร้อนและเหงื่อ

AKG K27i

คิดอยู่นาน สุดท้ายก็เลือก Westone UM3X มาเป็นเพื่อนคู่ใจคนใหม่
UM3X เป็นหูฟังแบบ In-Ear รุ่นใหม่ พึ่งออกเมื่อวันที่ 30 เมษายนนี่เอง
พลังขับมาจาก Driver 3 ตัว แยกกันขับเสียงสูง กลาง และต่ำ
เท่าที่ฟังดูเสียงประทับใจมาก แต่ยัง burn-in ไม่ครบ 200 ชั่วโมง
ก็ต้องรอดูกันต่อไป ว่าสุดท้ายเสียงจะออกมายังไง

Webtone UM3X

Westone UM3X

Biotherm Set

ในที่สุดก็ได้รับของที่ฝากเพื่อนเชี่ยวซื้อมาจาก US ซึ่งก็คือเครื่องดูแลสุขภาพของ Biotherm นั่นเอง
เซตนี้คงใช้ได้ถึงสิ้นปีเป็นอย่างน้อย :D

Biotherm

Come Full Circle…

ฟังเพลงไปเรื่อย แล้วก็ผ่านมาถึงเพลงหนึ่ง เพลงที่ทำให้มีความรู้สึกเหมือนเมื่อครั้งที่แล้วที่ฟัง
เลยไปไล่ดู blog เก่าๆของตัวเอง พออ่านดูก็ถอนหายใจ เออ.. มันวนกลับมาอีกครั้งแล้วสินะ

Back in Business!

ในที่สุดสถานะเว็บก็กลับมาเป็นปกติ มี index ใน Google, มี PageRank, มีรายละเอียด incoming links เหมือนชาวบ้านแล้ว

ขอบคุณ Google ที่ปลดแบนครับ จุ๊บๆ ^^

นับระยะเวลาที่โดนแบน ตั้งแต่ส่ง reconsideration request ครั้งแรกไปก็ประมาณเกือบสองอาทิตย์ได้ ส่งไปทีแรกรออยู่ 3-4 วัน ปรากฏว่าเงียบสนิท ไม่หือไม่อือ คงเพราะเขียนไปแนวๆ ว่า ผมไม่ได้ทำอะไรเลยนะครับ อยู่ๆ มาแบนผมทำไม ชี้แจงด้วย (ประมาณว่าโวยวายอย่างเดียว ไม่อธิบายอะไรเลย) คิดได้ดังนั้นเลยส่งไปอีกรอบ เนื้อความประมาณเดียวกับที่เขียนในโพสต์นี้ ปรากฏว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น คือ index กลับมา แต่ผลการค้นหา link:suksit.com ไม่ขึ้น คาดว่าคงเป็นเพราะ Google พยายามกรอง link อยู่ ซึ่งในระหว่างนี้ PR ก็เป็น N/A เช่นกัน จนมาเมื่อเช้าเห็น PageRank เด้งขึ้นมาเป็น 4 เลยลอง Google link:suksit.com ปรากฏว่ากลับมาเีรียบร้อยแล้ว

เหตุการณ์ครั้งนี้สอนให้รู้ว่า ไม่ควรใส่ backlink ไว้ในธีม เอ๊ย… ไม่ใช่ สอนให้รู้ว่า ใครๆ ก็ใช้ Drupal ได้ ไม่เว้นแม้แต่เว็บที่อาจถูกจัดอยู่หมวดแบล็กลิสต์ ดังนั้น Drupal theme developer พึงระวัง เว็บของท่านอาจเป็นรายต่อไป :P

Diary 11 May 09

วันนี้วันพืชมงคลค่ะ แต่เราไม่ได้หยุดนะ เพราะไม่ได้อยู่ในข่ายเกษตรกร… เอ๊ะ มีอะไรเล่าละวันนี้ แต่ว่าแต่ละเรื่องมันก็ไม่ได้เรียงกันหรอกนะ เริ่มจากตอนกลางวันดีกว่า… น้องๆอยากกินบะหมี่หมูกรอบ (หลังจากพาไปอ้วนครั้งก่อน) หนนี้เราเลยไปกันอีกรอบ ก็ออกเช้าหน่อยแล้วก็เรียก taxi กัน… ก็เรียกปกติอะนะ ปกติตอนกลางวันจะมี taxi มารอกันเยอะอยู่แล้ว… พอก้าวเท้าเข้ารถปุ๊บ… แม่เจ้า เหม็นอะไรเนี่ย ไม่ได้เหม็นของเสีย หรือหนูตายนะ บอกไม่ถูก ก็เลยหั่นไปมองคนขับ ดูจากผมแล้วคิดว่าคงไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเวลานาน เราก็เริ่มนั่งออกมากัน ก็พยายามปิดจมูกแล้วนะ แต่ทนไม่ได้ พอกลับรถ (ระยะ 1 กิโล) ก็บอกให้เค้าจอดเลย บอกว่าเปลี่ยนร้านแล้วค่ะ ลงตรงนี้ น้องๆก็ตกใจใหญ่ (ไหนบอกหมูกรอบไงพี่ คิดกันตั้งนาน)… พอจ่ายตังค์เสร็จก็เลยบอกว่า เหม็นนะ ไม่เป็นกันบ้างเลยเหรอ… ก็มีน้องผู้หญิงบอกว่าได้กลิ่นเหมือนกันนะ แต่ว่าอีกสองคนไม่ได้กลิ่นเลย (เป็นไปได้ไง)… แล้วเราก็เรียก taxi คันใหม่ไปกัน (ดีนะ ตัดสินใจทัน แค่สองสามนาทีก็อยากแหว่ะแล้ว ถ้านั่งไปถึงร้านต้องกินข้าวไม่ลงแน่ๆเลย… แต่ตอนนี้นึกถึงก็… แล้น)… แต่ว่าไปถึงร้านมันปิดอ่ะ (ปิดทุกวันจันทร์)… เลยได้ไปลองร้านสุกี๊รอนานแสนอร่อยกินกัน ว่าแต่ว่า มีแต่เนื้อกับผัก แล้วมันจะอิ่มมั้ยเนี่ย… ไม่มีคาร์โบตกถึงท้องเลย (มีวุ้นเส้นนิดหน่อย) แล้วจะผอมมั้ยละเนี่ยชั้น… ตอนเย็นก็แวะซื้อ yamasaki กิน ไม่อร่อยเลย… สงสัยวันนี้ดวงไม่ถูกกับจมูกและปากแน่ๆเลย >___<

Using Canonical Link Tag to Fix Duplicate Content in Drupal

อธิบายสั้นๆ ก่อนสำหรับ canonical link tag ว่าคือ tag ที่เอาไว้บอก search engine ว่า หน้าที่มันกำลังอ่านอยู่นั้น มีเนื้อหาซ้ำกับหน้าอื่น และจริงๆ มันควรจะไปอ่านจากหน้าไหนแทน เพื่อไม่ให้ search engine มองว่าเราทำ duplicate content รายละเอียดเต็มๆ แนะนำให้อ่านจากบล็อกของ Matt Cutts

ใน Drupal ที่สนับสนุนการใช้งาน clean URLs ก็มีโอกาสทำให้เกิด duplicate content ได้เช่นกัน ตัวอย่างที่ง่ายที่สุดคือเมื่อเปิดใช้งานโมดูล Path ที่สามารถสร้าง alias ให้กับ node ได้ สมมติว่าเราสร้าง alias ชื่อ /content/node-123-title ให้กับ /node/123 จะทำให้เราสามารถเข้าถึงเนื้อหาของ node นี้ได้สองทางคือ http://www.example.com/node/123 และ http://www.example.com/content/node-123-title ซึ่งถ้า search engine เห็นว่า URL ต่างกัน แต่มีเนื้อหาเหมือนกันเด๊ะ ก็จะมองว่าหน้าใดหน้าหนึ่งเป็น duplicate content แน่นอน

ทางแก้ที่นิยมใช้กันคือการใช้โมดูล Global Redirect ช่วยในการ redirect URL จาก /node/123 ไปยัง /content/node-123-title โดยอัตโนมัติ ซึ่งในเคสทั่วๆ ไปก็ใช้งานได้ดีในระดับหนึ่ง

สำหรับเคสของผม (กับอีกหลายๆ บล็อกแถวนี้) จะต่างไปเล็กน้อย เพราะผมใช้โมดูล Pathauto ช่วยในการสร้าง alias สำหรับแต่ละ node โดยตั้งกฏไว้ว่าให้สร้าง alias เป็น node/[nid]/[title-raw] (ดูตัวอย่างจริงๆ ได้จาก address bar ของเบราเซอร์) สมมติว่าสร้าง /node/456 โดยมี title เป็น Drupal Rocks ผมจะได้ alias ชื่อ /node/456/drupal-rocks ซึ่ง Global Redirect ก็สามารถ redirect จาก /node/456 มาที่ /node/456/drupal-rocks ได้ตามปกติ ดูเผินๆ ก็เหมือนไม่น่าจะมีอะไร แต่มันไม่เป็นอย่างที่คิด

ปัญหามีอยู่ว่า ไม่ว่าผมจะใช้ URL อะไรก็ตาม ขอให้ขึ้นต้นด้วย /node/456/… ผมจะสามารถเข้าถึงเนื้อหาของ node ได้เสมอ เช่น /node/456/drupal-sucks หรือ /node/456/789 ก็จะมาโผล่ที่หน้าเดียวกันโดยที่โมดูล Global Redirect ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย ดังนั้นเวลาเปลี่ยน title ของ node หรือเวลามีลิงค์จากที่อื่นมาโดยที่ URL ด้านหลังสุดไม่เหมือนของปัจจุบัน ก็อาจทำให้ search engine มองว่าเป็น duplicate content ได้ง่ายๆ

เอาปัญหานี้ไปถามใน Drupal Thailand ได้คำตอบว่าใช้ canonical link tag น่าจะเวิร์กสุด และก็มีคน implement โมดูลของ Drupal ไว้เรียบร้อยแล้ว โดยการแก้ไขโค้ดของโมดูล Global Redirect ให้มีตัวเลือกว่าจะ redirect ไปเลย หรือให้ใส่ canonical URL เข้าไปใน <head> แทน ให้เลือกใช้แบบใดแบบหนึ่ง ซึ่งผมไม่ค่อยถูกใจเท่าไร เพราะตามความคิดผมน่าจะลอง redirect ดูก่อนเพื่อให้ทั้ง user และ search engine เห็น URL เหมือนๆ กัน ถ้าไม่ได้จริงๆ ค่อยใส่ canonical tag เพื่อไม่ให้ search engine มองว่าเป็น duplicate content

ดังนั้นหลักการที่คิดไว้ในใจคือให้โมดูล Global Redirect ทำหน้าที่ของมันไป และใช้ canonical link tag เข้ามาเสริม ประกอบกับอ่านคอมเมนต์ของ Matt Cutts ที่ตอบคำถามของ Geoff เลยได้ออกมาเป็นโมดูลง่ายๆ ที่จะใส่ canonical tag ให้กับหน้า node view โดยเอา URL มาจาก alias ของ node นั้นๆ

เนื่องจากโค้ดสั้นมาก ขี้เกียจทำเป็น package เอามาแปะในนี้เลยละกัน

canonical_tag.info:

; $Id$
 
name = "Canonical Tag"
description = "Searches for an alias of the current URL and adds a canonical tag if found. Stops duplicate content arising when path module is enabled."
dependencies[] = path
core = 6.x

canonical_tag.module:

<?php
// $Id$
 
function canonical_tag_nodeapi(&$node, $op, $teaser = NULL, $page = NULL) {
  switch ($op) {
    case 'view':
      if ($page && function_exists('drupal_get_path_alias')) {
        $alias = drupal_get_path_alias('node/' . $node->nid, $node->language);
        $canonical_url = url($alias, array('absolute' => TRUE, 'alias' => TRUE));
        drupal_set_html_head('<link rel="canonical" href="' . $canonical_url . '" />');
      }
      break;
  }
}

ตอนนี้ลองติดตั้งและใช้งานอยู่ในบล็อกนี้ คิดว่าน่าจะช่วยแก้ปัญหา duplicate content สำหรับคนที่ใช้ alias แบบเดียวกับผมได้… มั้ยฮึ!?

Libraries and frameworks for my new Web 2.0 project: jQuery

After I chose Yii Framework as my server-side technology, the next thing to choose was a JavaScript/AJAX library.

I was quite confident from the beginning that I’d use jQuery. Even though I never used it before, it seemed like everyone else was, so I though it must be pretty good.

Before jQuery I used ExtJS a little. ExtJS has a lot of cool widgets, but I never really understood how its widgets worked inside. I had some experience using Ext’s Element class to modify the DOM directly - I liked the low-levelness of it, but it was a little awkward to use. The thought of coding my own widgets (which I had to do for this new project) using ExtJS was scary.

So knowing that my new project is almost 100% JavaScript/Ajax and that I would have to write my own widgets since there aren’t any existing ones in any library that are like what I need, I decided to go with what people said was the best DOM manipulation library .. jQuery.

And so I tried it out … and was quickly amazed with how fast I was making progress on my project. Within a few days of using jQuery, I had the basics of the most important widget I had to code running. Using jQuery is a joy and whatever you imagine you can code it jQuery pretty quickly with only a few lines of code … but maybe too quickly.

The problem with using jQuery by itself is that because it is so easy to use, it can make you lazy in regards to structuring your code well and trying to make your code re-usable. Because everything feels like it’s only a few lines of code away to reality, you tend to go on and write it even though you already wrote a similar block of code just a few hundred lines above. At least this is what happened to me.

Because of this, even though I got my app working in only a few days it was (almost) all spaghetti code with little blocks of copy n pasted code all over the place and it was hard to find where to change things.

jQuery has a ‘plugin’ mechanism where you can extend jQuery by adding new functions to the $() object but I found it to be lacking. What was needed was a good Object Oriented Class system for JavaScript. My solution to that is going to be in my next post.

In any case, I have to say that jQuery is a very elegantly designed library that fulfills its purpose (DOM Manipulation) extremely well.

Here are the articles that helped me most when learning jQuery and more advanced JavaScript:

JavaScript Object-Oriented Programming Part 1 and Part 2 (a little dated, but explains the basics nicely)
Explaining JavaScript scope and closures
jQuery for JavaScript programmers
Improve your jQuery - 25 excellent tips
5 Tips for Better jQuery Code

Google: Partially Unbanned

อัพเดตสถานการณ์ล่าสุดหลังจากที่รู้ตัวว่าโดนแบนได้ 1 สัปดาห์

ตอนนี้เหมือนจะกลับมาบางส่วนแล้ว google info:suksit.com ให้ผลลัพธ์ถูกต้องตามภาพ

Google info:suksit.com

ปัญหาคือ PageRank ยังไม่ขึ้น เป็น N/A อยู่เหมือนเดิม ลองคลิกลิงค์ในหน้า info ข้างบนดูพบว่าทุกลิงค์ใช้การได้ ยกเว้นอันที่เขียนว่า “Find web pages that link to suksit.com” คลิกเข้าไปแล้วไม่เจอผลการค้นหา คิดว่าคงจะเกี่ยวข้องกัน

Google link:suksit.com

ยังไม่มีคำตอบจาก Google แต่คิดว่าคงเกิดจาก incoming link จริงๆ นั่นแหละ เพราะเขียนบอกไปใน reconsideration request แบบนั้นแล้วรู้สึกสถานการณ์จะดีขึ้นนิดหน่อย
<!–break–>
ไม่เข้าใจว่าทำไม Google ถึงมองว่าผิดกฏ ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วคนทำธีมก็ควรจะได้ credit เป็น backlink กลับมาบ้าง แล้วเว็บไซต์ที่ดาวน์โหลดธีมไปใช้ เค้าก็เลือกใช้ของเค้าเองตามความสมัครใจ ถ้าเค้าอยากลบลิงค์ออกจริงๆ ก็ลบได้ ผมไม่ได้ไปแลกลิงค์ หรือจ่ายค่าจ้างให้ลิงค์กลับมาซะหน่อย หรือถ้าจะบอกว่าเป็นเพราะมีลิงค์มาจากเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับการพนัน หรือโดนแบล็กลิสต์ มันก็อาจจะเกินไปนิดนึง เพราะเท่าที่เห็นคือถ้าใช่ก็คงมีแค่เว็บเดียว แล้วถ้าจะว่ากันจริงๆ มันก็ไม่ใช่ความผิดของผมด้วยซ้ำไป

To Google, if you have a chance to read this. I think it is common for theme developers to include a credit link in their themes. And it is not my fault that people choose to use one of my theme, which is likely to produce some links back to me, even if that site is considered “black listed” in your database. The themes are in drupal.org, which can be accessed by anyone around the world.

Or if I was banned because of other reasons, I would really love to know what it is.

Best Regards,

นี่เรียกว่ากลับเช้าแล้วเหรอ…

วันนี้โดนใบสั่งให้กลับบ้านเร็วเป็นพิเศษหน่อย เนื่องจากเจ้ากั๊ตจังไม่สบาย ต้องเปลี่ยนที่นอนไปแถวนานา ทั้งบ้านย้ายไปเฝ้ากัน ไม่มีใครอยู่เลย เลยโดนอาม่าสั่งให้กลับบ้านไวๆ จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง… ตอนแรกก็ตั้งใจว่า 6 โมงจะออกเลยนะ แต่ไปๆมาๆก็ได้ออกตอนสองทุ่ม… เนื่องด้วยว่ากลับบ้านไปก็ไม่มีข้าวกิน จึงจำเป็นต้องแสวงหาของกินนอกบ้าน เจอพี่เมย์ที่ไม่ได้เจอกันนานมากกก ก็เลยได้คุยกันนิดหน่อย พี่เค้าก็ถามสารทุกข์สุกดิบอะนะ ก็บอกพี่เค้าว่าวันนี้กลับเร็ว เลยได้มาแวะกินข้าวตรงนี้ พี่เค้าก็โอ๊ะ นี่เรียกว่ากลับเร็วแล้วเหรอน้อง นี่ถ้าพี่ไม่ได้นัดเพื่อนไว้ตรงนี้ พี่กลับไปนานแล้วนะ (- - ‘)… พอกลับมาถึงบ้าน ก็เกือบเหยียบๆสี่ทุ่ม อาม่าก็กลับตามหลังมาไม่เกินครึ่งชม แล้วก็ถามว่า นี่กลับเร็วแล้วเหรอเนี่ย… … .. (เร็วแล้วพี่น้อง… …. …) จบข่าว
 

Xion

Headphone skin for Xion

เปลี่ยนมาใช้ Xion Audio Player เป็นโปรแกรมเล่นเพลงได้ประมาณ 1 อาทิตย์ หลังจากสลับไปสลับมาระหว่าง foobar2000 กับ AIMP2 อยู่นาน

สาเหตุเพียงอย่างเดียวที่เปลี่ยนมาใช้ Xion คือ skin มันเทพมาก!!!

จริงๆ เคยลองใช้โปรแกรมนี้เมื่อประมาณสองปีที่แล้ว เพราะไปเห็น skin theTape_Normal ที่เป็นรูปเทปหมุนๆ แล้วรู้สึกว่ามันเจ๋งโคตรๆ แต่ซักพักก็เลิกใช้ไป เพราะเท่าที่จำได้คือตอนนั้น Xion ยังไม่ support Unicode ทำให้เล่นเพลงชื่อไฟล์ภาษาไทยไม่ได้ หรือเล่นแล้วชื่อมันเละยังไงนี่แหละ
<!–break–>
ด้วยความประทับใจกับ skin เลยพยายามแงะมันออกมาดู นามสกุลของไฟล์คือ .xsf เดาว่าน่าจะย่อมาจาก Xion Skin Format แต่จริงๆ แล้วเป็นไฟล์ที่ rename มาจากไฟล์ zip ธรรมดา เปิดเข้าไปครั้งแรกถึงกับตะลึง เพราะมันใช้ไฟล์ Photoshop (.psd) เพียงไฟล์เดียวเป็น skin แต่ก็ไม่ได้ดูรายละเอียดอะไรมาก เพราะคิดว่าตอนนั้นทำไปก็ไม่ได้ใช้

จนเมื่อสัปดาห์ก่อนพยายามหาโปรแกรมเล่น MP3 มาลงใน Compaq CQ20-115TU ก็เลยลองโหลด Xion มาลงดู ปรากฏว่าคราวนี้เล่นเพลงที่ชื่อไฟล์ / ID3 tag เป็นภาษาไทยได้ไม่มีปัญหา เลยตกลงปลงใจใช้ตัวนี้ทันที

ด้านความสามารถส่วนใหญ่ก็เหมือนกับ media player ทั่วๆ ไป มี playlist, equalizer, visualization, album art, ลิงค์กับ WLM โชว์ What I’m listening แบบอัตโนมัติ ฯลฯ ข้อเสียเท่าที่เห็นเพียงอย่างเดียวคือ ยังไม่มีระบบ library แต่เนื่องจากผมไม่ใช่นักฟังเพลงมืออาชีพ ปกติอยากฟังเพลงอะไรก็ลากๆ มาวาง เลยตัดปัญหาข้อนี้ไปได้ แต่คิดว่าอีกไม่นาน Xion คงจะมีระบบ library อย่างแน่นอน

นอกจากฟีเจอร์ที่ว่ามา สิ่งที่ทำให้ Xion ต่างจากโปรแกรมฟังเพลงตัวอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด คือระบบ skin ที่ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ ถ้าลองสังเกตรายการฟีเจอร์ 3 อันแรกในหน้าโฮมเพจ จะเห็นว่าเน้นโปรโมตระบบ skin กันเห็นๆ

ตามปกติเวลาพูดถึง skin เราจะนึกถึงไดเร็กทอรีหรือ archive ที่ข้างในมีไฟล์กราฟิกเล็กๆ หลายๆ ไฟล์ แล้วก็มีไฟล์คอนฟิกอันนึง อาจจะเป็น .xml หรือ .ini อะไรทำนองนั้น แต่สำหรับ Xion แค่มีไฟล์ .psd ไฟล์เดียวจบ

คอนเซ็ปต์ในการทำ skin สำหรับ Xion ก็ตรงไปตรงมา โดยจะอ้างอิงกับระบบ layer ในไฟล์ Photoshop เพียงแค่สร้างรูปอะไรก็ได้บน layer แล้วตั้งชื่อ layer ให้ตรงตามคีย์เวิร์ดที่ Xion เข้าใจ เราก็จะได้ skin ที่พร้อมใช้งานทันที เวลาทดสอบ ก็ลากไฟล์ .psd ไปใส่บนตัวโปรแกรมได้เลย ทำให้การสร้าง skin ใน Xion สะดวก และน่าสนุกอยู่ไม่น้อย

สรุปว่า Xion เป็นโปรแกรมเล่นเพลงอีกตัวที่น่าสนใจ โดยเฉพาะสำหรับคนที่อยากได้ audio player ที่มีระบบ skin แบบทำได้ง่ายๆ และไม่เหมือนใคร (ขึ้นอยู่กับความ lnw ด้านโฟโต้ช็อป และจินตนาการ) ที่สำคัญคือ Cliff Cawley ที่เป็นผู้พัฒนานั้น active มาก ขนาดที่ว่าผมไปถามถึงฟีเจอร์ที่ยังไม่มี แกก็ทำออกมาในเวอร์ชันถัดไปทันที

ปล. รูปข้างบนคือ skin ของ Xion แบบทำเองใช้เอง ไม่ค่อยมีหัว creative ได้แค่นี้แหละ :P

UPDATE: สำหรับขั้นตอนการสร้าง skin สำหรับ Xion ดูได้ที่บทความ วิธีการใช้โปรแกรม Xion ครับ

Shopping Sources

ใครๆเค้าก็บอกว่า เวลาจะหัดเขียนเรื่องราวอะไร ให้เริ่มจากเรื่องราวที่ใกล้ตัวมากที่สุดใช่มั้ย… นี่ไง ใกล้ตัวสุดๆเลย
 
"สถานที่ช๊อปปิ้งนอกห้างของข้าพเจ้า"
 
1. คาร์ฟูพระรามสี่ - ประวัติศาสตร์ของที่นี่เริ่มจากตอนวิกฤตเศรษฐกิจครั้งก่อนค่ะ (ที่เค้าเรียกกันว่าต้มยำกุ้งอะนะ ไม่รู้ทำไม) คนเลยพาเอาของเก่ามาขาย เค้าเรียกว่าเปิดท้ายขายของ ซึ่งแต่ก่อนก็มีคนขับรถมาขายของกันจริงๆ ตรงข้างหน้าคาร์ฟู ตอนหลังก็มีวิวัฒนาการปรับเปลี่ยนเป็นเต๊นท์ถาวร แล้วก็ได้ยินว่าโดนเรื่องกฎหมายนิดหน่อย ทำให้ต้องไปสร้างตึกข้างๆ (ตอนแรกก็สงสัยว่ามันจะย้ายที่เหรอ) เพื่อไว้ให้ตั้งเต๊นท์กันเป็นกิจลักษณะ เพราะคาร์ฟูตอนแรกไม่ได้ขอไว้เพื่อเปิดบริการขายของท้ายรถ… เลยกลายมาเป็นที่ช๊อปปิ้งอลังการณ์เหมือนอย่างปัจจุบัน
 
2. เมเจอร์รัชโยธิน - ถ้าไม่พูดถึงที่นี่คงตกยุค รู้จักเพราะว่าไป SCB Park เนี่ยแหล่ะ ตอนแรกก็เริ่มจากไม่กี่ซอย… ตอนหลังไม่รู้ว่ามาจากไหนกัน ซอยมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเลย เห็นว่าดาราก็มาเปิดเต็นท์ด้วย… ตอนนี้เมเจอร์ก็ต่อเติมสร้างเพิ่มให้มีร้านค้ามาขายอาหารกัน สไตล์สีน้ำตาลๆเหมือนที่ตอนนี้กำลังนิยมกัน ฮาฮา
 
3. คลองสาน - ถ้าไม่เคยทำงานแถวนั้นคงไม่รู้ว่ามีตลาดแบบนี้อยู่ เป็นที่เค้าขายของกันตรงท่าเรือคลองสาน มีสองซอย เดินงาน วนรอบนึงก็จบแล้ว แต่ซอยยาวนะค่ะ แถมแถวนั้นของกินมากมาย อิอิ ช๊อปไปกินไป… ทำงานแถวนั้นอยู่สองปี (ก่อนที่ตึกที่ทำงานเค้าจะไล่ที่เพื่อสร้างเป็นคอนโดริมแม่น้ำเจ้าพระยา) เดินจนแม่ค้าเค้าจำได้ แต่ว่าตอนนี้เปลี่ยนไปเยอะแล้วละ ร้านใหม่ๆเต็มไปหมดเลย
 
4. ตลาดนัดต้นสน & อาคารสินธร - ตลาดนัดต้นสนเนี่ยอยู่ติดถนนสุขุมวิท แถวเพลินจิต ข้างๆธนาคารธนชาติ ดูข้างนอกอาจจะไม่รู้ แต่ว่ามีซอยเล็กๆที่ข้างในเค้ามีตลาดนัดมากันทุกวันเลยค่ะ เลยไปอีกนิดก็มีตึกขายของด้วย ไปแบงค์นี้ทีไร ต้องขออู้ไปเดินเล่นอยู่บ่อยๆ… อีกที่นึงใกล้ๆกันก็คือตลาดนัดหลังอาคารสินธร ก่อนหน้านี้เค้ามีที่ต้นเต๊นท์กันใหญ่โต แต่ว่าโดนเวียนคืนไปสร้างอย่างอื่นไปละ เนื้อทีเลยเล็กลงไปบ้าง แต่ว่าของขายก็ยังเยอะเหมือนเดิมค่า
 
5. ตลาดนัดตึกอับดุล - จริงๆมันอยู่ในซอยศาลาแดงละค่ะ เป็นตลาดนัดของคนทำงานแถวสีลม (เห็นมีอยู่ที่เดียว นอกนั้นเป็นห้าง)… แถวนั้นบริษัทเยอะค่ะ แต่ว่าเคยไปหนแรกตอนไปทำโปรเจกท์ของ Mizuho แล้วก็มาถึงบางอ้อว่าจริงๆมันเดินทะลุไป HSBC ได้ เต๊นท์นี้ก็มีของกินเหมือนกันค่ะ (อาหารกลางวันของนู๋)
 
6. ตลาดนัดตึกซัน - อันนี้ไป TMB เลยได้ความรู้ใหม่ว่าตอนช่วงกลางวันเค้ามีมาขายของกันใต้ตึก Sun ด้วย อาจจะมีร้านไม่มาก แต่ก็พอถูไถค่า (แต่ละวันสับเปลี่ยนเจ้ากันมาด้วยนะ)
 
7. JJ Market - ที่นี่ไม่ต้องแนะนำกันมากม้างงง ไปกี่คนก็ยังไม่เคยเก็บหมดทุก zone เลย แถมตอนนี้เค้ามี JJ Mall แล้วด้วย ยังไม่เคยไปเดินเลย
 
8. Platinum Mall - เอ๊ะ อันนี้เค้าถึอว่าเป็นห้างรึป่าวนะ สงสัยจะใช่ ฟาวส์ ฟาวส์
 
ว่าแล้วก็จริงๆรู้จักแต่ละที่เนี่ย เพราะไปทำงานเลยนะ ไม่ได้สรรหาด้วยตัวเองเล้ยยยย คิกคิก

Power of Search Engine

ดันไปกดหน้า statistics ของ space ตัวเอง… เลยทำให้รู้ว่า คำ search บางคำผ่าน google แล้วหน้าของเราไปติด 1-10 ได้ด้วยแฮะ ขำจริง… ^___^ … วันนี้ (ตอนตีสาม) ว่าง นั่งดู audition ของ AF ภาคเหนือ กับภาคใต้ ก็หนุกดีนะ มีข้าวโพดผัดเนยกินด้วย… แล้วก็แอบไปเล่น gem td มา ดิชั้นก็ว่าเล่นแบบสร้าง maze มาตรฐานแล้วนะ แต่ก็มีคนมา comment แต่เราก็นั่งเล่นเงียบๆไป ท้ายสุดก็ไม่มีใครเหลือเลย เอิ๊กๆ (รู้สึกสะใจเล็กน้อย เล่นเกมนี้มันต้องมีปากกาและกระดาษย่ะ - - ‘)… ดู the bachelor ไปสองรอบภายใน 24 ชมแล้วแฮะ แต่ก็ดูไม่ทันตอนเริ่มซักที… อีกสิบสองชม ก็ต้องตื่นไปทำงานแล้วซินะ (เอ๊ะ จะ countdown ไปทำไมละเนี่ย)…

Red Light Camera

โอ๊ะ แย่แล้วซิ… เค้าติดตั้งกล้องจับรถที่ฝ่าไฟแดงตามแยกต่างๆไปตั้งแต่ต้นปี แต่ว่าไม่เคยรู้เลยว่ามันติดไว้แยกไหนบ้าง แต่มีเพื่อนส่งเมลมาบอก เรามาดูกันซิ ว่ามีแยกไหนไปประจำๆบ้างเนี้ย… ลอง highlight สีส้ม ดีก่า
 

1. The Ratchada-Ladprao intersection
2. The Ban Ma intersection
3. The Klong ton intersection
    แยกตรงหน้าบ้านเลยนิหว่า แต่ไม่เป็นไรหรอก แยกนี้เราใช้เลี้ยวซ้ายผ่านตลอดอยู่แล้ว ผ่านๆ
4. The Asokepetch intersection
    จริงๆแยกนี้ก็ผ่านบ่อย แต่เป็นจากทางเพชรบุรีวิ่งข้ามสะพานไปนินา รอดๆ
5. The Wireless-Ploenchit intersection
    อันนี้น่าคิด ถ้ายังอยู่ที่ทำงานเก่า คงได้ผ่านทุกวัน โฮ๊ะๆ
6. The Sanghi intersection
7. The Phaya thai intersection
8. The Chokechai 4 intersection
9. The Nida intersection
10. The Urupong intersection
11. The Pradipat intersection
12. The Ratchada-Rama4 intersection
     มันใช่ตรงแยกที่จะเลี้ยวไปศูนย์ประชุมสิริกิติ์รึป่าวนะ ถ้าใช่ละก้อ เหอะๆ (ว่าแต่ แยกนี้มันติดเป็นประจำนินา)
13. The Lamsali intersection
14. The Bankhaek intersection
15. The Bangphat intersection
16. The Narinthorn intersection
17. The Ratchaprasong intersection
     แยก central world แน่ๆเลย รถติดจะตาย จริงๆไม่ต้องติดกล้องก็ได้ เห็นมีคุณตำรวจยืนอยู่ตลอดเลย
18. The Asoke-Sukhumvit intersection
     แยกที่รถติดที่ซู๊ดดดดดด… ถ้าไม่ใช่วันอาทิตย์ก็ไม่อยากผ่านหรอกแยกนี้
19. The Sathorn intersection
     อันนี้ก็ผ่านบ่อย ตำรวจก็มายืนจับรถที่ผ่าไปแดงเป็นประจำอยู่แล้วนินา (ตาตำรวจน่าจะแจ๋วกว่ากล้องอีก)
20. The Taksin intersection
     แยกสุดยอดความติดอีกแยก อย่าให้ได้ไปพบพานตอนเช้าและเย็นเล้ยย
21. The Poh Kaew intersection
22. Pattanakarn-cross Ramkhamhaeng 24 Road intersection
23. The Rom Klao intersection
24. The Sulakakorn intersection
     อันนี้นานๆผ่านที ตอนลงทางด่วนท่าเรือ
25. The Mengjai intersection
26. The Thaphra intersection
27. The Prawes intersection
28. The Henri Dunont intersection
     ไป paragon ทีไรได้ไปเส้นนี้ทุกทีเลย เคยโดนตำรวจเรียกหาตอนอยู่เลนเลี้ยวผิดด้วย (ไม่ได้ตั้งใจนะค่ะ)
29. The Prachanukul intersection
30. The Bang Pho intersection

ไปๆมาๆ 10/30 แนะ เหอะๆ…. ก็หนึ่งในสามเลยนะนั่น คงได้ช่วยเค้าทดสอบบ้างละ (มั้ง) โย่ะ

Diary 3 พค 09

โอ๊ะ… รู้สึกว่าเดือนนี้คงต้องกินกร๊อบแกร๊บอีกแล้ว ฮาฮา… สัปดาห์ที่แล้วเพิ่งไป platinum มา เดินเอง build เอง.. สัปดาห์นี้บี๋กับหนุ่ยชวนไป เลยเริ่มตั้งแต่บ่ายสอง รู้ตัวอีกทีเดินกลับเซ็นทรัลเวิร์ดก็เกือบทุ่ม (จะเหลือเร๊อะ)… เมื่อวานก็เพิ่งไปเซ็นทรัลชิดลมเดิน private sale (พอวันนี้มาอีกทีก็รู้สึกว่ามันจัดน้อยกว่าแฮะ ชิดลมดีที่สุดแล้ว) แล้วก็ไปเดินเปิดท้ายคาร์ฟูต่อ… ไปแบบไม่ได้ตั้งแต่ แต่ว่าก็ต้องไปกดตังค์เพิ่ม ถามหนุ่ยว่า วันนี้วันที่เท่าไหร่นะ - -’ (เริ่มเครียด)… ลุ้นๆๆๆ the star ใครได้ไม่รู้แล้วละ… แค่วันนี้ได้ดูน้องแกรนด์ก็ดีจายยยแล้นนนน…
 

« Previous Entries