pittaya - Random Digital Garbage
October 8, 2008
ไปกินอาหารที่ร้าน Pladib ในซอยอารีย์สัมพันธ์ 7 เป็นร้านอาหารแนวๆ Fusion ผสมๆ กันทั้งอาหารไทย ญี่ปุ่น ฝรั่ง
เคยมาร้านนี้หลายหนแล้ว แต่ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ คราวนี้คิดจะถ่ายแต่ก็สภาพแสงไม่เอื้ออำนวยเสียอีก เพราะที่นั่นเป็น outdoor มีแสงจากแค่ที่จุดเทียนไว้ เลยต้องถ่ายด้วย ISO 800 ไม่มีขาตั้ง ภาพก็จะออกมาสั่นๆ หน่อย ของจริงสีสันจะน่ากินกว่าที่เห็นในรูป

ที่นั่งนอกร้าน บรรยากาศดี มีเบียร์สด Asahi ด้วย

จานแรกคือ สลัดเป็ดย่าง น้ำสลัดจะหวานๆ เปรี้ยวๆ (ไม่ใช่แบบใส่มายองเนส) ถูกปาก

ยำทะเลดิบ เมนูโปรด มาทีไรก็สั่ง มีแซลมอน ทูน่า ปลาหมึก กุ้ง ราดด้วยน้ำมันมะกอก

ที่เห็นก้อนๆ ขาวๆ นั่นหน้าตาเหมือนไข่ขาวต้ม แต่เป็นมาสคาโปเน่ชีส

คลุกๆ ให้เข้ากันกับเส้น ได้เป็น พาสต้าผักโขม แฮม ใส่มาสคาโปเน่ชีส หอม มัน อร่อย

ภาพรวมๆ สามจาน + หนึ่งเหยือก

จานสุดท้ายมาช้านิดนึง เนื้อสันนอกผัดเห็ด
ปกติที่ร้านนี้มาเตาถ่านอบพิซซ่าด้วย มีให้เลือกอยู่หลายหน้าเหมือนกัน แต่มื้อนี้ไม่ค่อยอยากกินของหนักท้องมาก ก็เลยไม่ได้สั่ง
แผนที่ร้านก็ตามในแผนที่ข้างล่างนี่ เผื่อใครอยากไปกินมั่ง
View Larger Map

pittaya - Random Digital Garbage
October 8, 2008
อ่านข่าวการเมืองในประชาไท เจออะไรแปลกๆ (ข่าวเต็มๆ)

พอไปอ่านจากใน manager online ข่าวนี้ ถึงได้รู้ว่ามันคืออะไร

เพิ่งเคยเห็นรูปแบบการทำ self censorship แบบนี้แฮะ

F o o j a n - F o o j a n
October 8, 2008
Today i just picked up an old music tape in my car and sang few songs from the lyrics (traffic jam na).. I reached home and thinking what should be my next blog.. I wanna say something about what’s going on here, right now in BKK… The violence we’ve seen.. people got hurt.. don’t know where’s the ending… Then, that song came through my mind… and here again, sometimes, a song can express one’s feelings than any words can say
Just Once… by James Ingram
|
I did my best But I guess my best wasn’t good enough ‘Cause here we are back where we were before Seems nothing ever changes We’re back to being strangers Wondering if we oughta stay Or head on out the door
Just once can’t we figure out what we keep doing wrong Why we never last for very long What are we doing wrong Just once can’t we find a way to finally make it right Make the magic last for more than just one night If we could just get to it I know we could break through it
|
I gave my all But I think my all may have been too much ‘Cause Lord knows we’re not getting anywhere Seems we’re always blowing Whatever we got going And seems at times with all we’ve got We haven’t got a prayer
Repeat Chorus
Just once I want to understand Why it always come back to good-bye Why can’t we get ourselves in hand And admit to one another That we’re no good with out the other Take the best and make it better Find a way to stay together |
P.S. Maybe next time I should introduce the "Walking Contradiction" song … LOL


kong - Suksit Sripitchayaphan
October 7, 2008
เห็นว่าจะออกเจแล้ว เลยไปลองกิน เจ ซันเดย์ กะเจ้า
ที่สเวนเซ่นส์ซะหน่อย
หน้าตาก็เป็นไอติมเชอร์เบตสองลูก เข้าใจว่าเป็นสตรอเบอรี่ลูกนึง กับอะไรซักอย่าง ที่รสชาติคล้ายๆ บ๊วยอีกลูกนึง ส่วนเครื่องเคียงก็มีเชอร์รี่, ข้าวโพด, ลูิกชิด แล้วโปะด้วยวิปครีมเจ (วิปครีมได้ยินว่าทำมาจากแป้งมันสำปะหลัง)
คำแนะนำสั้นๆ คือ รอให้ออกเจแล้วค่อยไปกินไอติมที่มันเป็นไอติมจริงๆ ดีกว่าครับ ขนาดกินกันสองคน ยังแทบกินไม่หมด =.=

pittaya - Random Digital Garbage
October 6, 2008
Gundam 00 ซีซัน 2 เพิ่งออกฉาย (ที่ญี่ปุ่น) ด้วยความว่องไวของอินเทอร์เน็ต แฟนการ์ตูนชาวไทยหามาดูได้ทันควัน ไม่ต้องรอนาน

ในซีซัน 2 นี้เนื้อเรื่องจะต่อจากซีซันแรก โดยเป็นเหตุการณ์ 4 ปีให้หลัง จากที่เหล่า Celestial Being โดนเล่นงานจนแตกกระเจิงไปคนละทิศทาง แต่ก็อย่างที่เราเดากันได้ ฝ่ายพระเอกยังไงก็ยังไม่ตาย แค่ลี้ภัยไปกบดานเงียบๆ สุดท้ายก็ต้องออกมาสู้กับฝ่ายตัวโกงอยู่ดี
สิ่งที่น่าสนใจในซีซันนี้คือ เทคโนโลยีของหุ่นมันทันกันหมดแล้ว ทำให้หุ่น Gundam ที่เคยเป็นเทพในซีซันแรก กลายมาเป็นตัวธรรมดา เจอนักบินฝีมือดี หรือคู่ต่อสู้จำนวนเยอะๆ รุมกินโต๊ะ ก็สู้อะไรไม่ได้ ท่าทางว่าฝ่ายพระเอกคงจะต้องได้เทคโนโลยีใหม่ที่มากับหุ่นใหม่ (และออกขายเป็นกันพลาให้เสียตังค์กันอีกรอบ) ไม่งั้นคงลำบาก
สรุปตอนแรก (สปอยล์)
- Louise ทรงผมใหม่ ดูดีขึ้นเยอะ มีมืองอกออกมาแล้ว สงสัยจะเป็นมือเทียม
- Lockon มันโผล่มาจากไหน? หรือที่ว่ากันว่ามันมีพี่น้องฝาแฝดจะเป็นเรื่องจริง
- ในเพลงตอนจบ ดูแล้วตัวละครเก่าๆ จะกลับมากันพร้อมหน้าพร้อมตา
- หุ่นของ Tieria หน้าตาน่าเกลียดเหมือนเดิม
- หุ่นตัวอื่นๆ ท่าทางจะลิเกกว่าซีซันแรก
- Soma เป็นสาวแล้ว

F o o j a n - F o o j a n
October 5, 2008
อ๋อ ช่ายซี้….. (กรุณานึกถึงน้ำเสียงของโน๊ตแต้)… ชั้นมันบวมไขมัน… ชิชะๆๆๆ ไม่ผอมลงบ้างให้มันรู้ไป โกดๆๆๆๆ… ออกนอกบ้านสองวัน เจอทักทั้งสองวันเลย… กริ๊ดดดด… ก็อยากจะผอมหรอกนะ เจ้าน้ำหนักที่มันเพิ่มขึ้นมาเนี่ย ก็ไม่ได้ตั้งใจเล้ยยยย ก็คนเราอายุมากขึ้นขบวนการในการเผาผลาญมันลดลงเองนินา.. input เท่าเดิม แต่ efficiency ตก.. สรุป input มันเลยต้องไปอยู่บริเวณ buffer state เกาะๆไปเรื่อยๆต่อคิวรอการทำลายต่อไป… สรุปชั้นต้องกินให้มันน้อยลงใช่มั้ยเนี่ย อย่างน้อยก็ต้องเพื่อชะลอไม่ให้ input มันสะสมไปมากกว่านี้.. ไหนจะคลอเรสเตอรอล ไหนจะมวลรวม… … ก็คนมันขี้เกียจนินา ขี้เกียจออกกำลังกาย มีเวลาเอาไปนอนดีกว่า… วันนี้ก็ตื่นเช้าไปเลือกตั้งเป็นคนที่ 5 ของเขต ตอนแรกว่าจะกลับมานอน แต่กลายเป็นเพื่อนเล่นของเจ้ากั๊ตมันไป แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหวบอกมันว่า อี๊จุ๊บง่วงแล้ว แล้วก็หนีมันไปสลบเมือดตอนบ่ายหนึ่ง (เปิดคอมให้มันนั่งเล่นไป) ตื่นมาอีกทีก็ห้าโมงเย็น จริงๆวันนี้กินไปแค่สองมื้อเองนะ เมื่อวานก็สองมื้อ แค่นี้ยังไม่พออีกเหรอเนี้ยยยยยยยย มันน่าจะผอมลงได้แล้วนะ… ตาชั่งบ้า ไว้เอาไปถ่วงน้ำทิ้งเลยนิ… เห็นน้องมันแนะนำว่ามีสปานวดลดความอ้วน ไว้ไปถามรายละเอียดดีกว่า เผื่อจะผอมได้โดยไม่ต้องใช้แรงตัวเอง… … ..


kong - Suksit Sripitchayaphan
October 2, 2008
อยากอ่านการ์ตูนย้อนหลังใน One Manga แต่ขี้เกียจคลิกทีละหน้า เลยเขียน shell scipt บน Cygwin ให้โหลดมาทีละ chapter แล้วเซฟเป็นไฟล์ .cbr จะได้เลือกอ่านได้ง่ายๆ
สคริปต์ที่ใช้ก็ประมาณนี้
#!/bin/bash
base_url="http://www.onemanga.com"
manga_name=$1
chapter=$2
last_chapter=$3
if [[ "${last_chapter}" == "" ]]; then
last_chapter=${chapter}
fi
while [[ ${chapter} -le ${last_chapter} ]]
do
next_page_chapter=$chapter
page_location=`curl -s ${base_url}/${manga_name}/${chapter}/ | grep -i "begin reading" | awk -F\" '{print $2}'`
while [[ $next_page_chapter -eq $chapter ]]
do
curl -s ${base_url}${page_location} > tmp_page
image_location=`grep "class=\"manga-page\"" < tmp_page | awk -F\" '{print $4}'`
if [[ "$image_location" != "" ]]; then
wget $image_location
fi
page_location=`grep "value=\"next page\"" < tmp_page | awk -F\' '{print $2}'`
next_page_chapter=`echo ${page_location} | cut -d\/ -f3`
done
/cygdrive/c/Program\ Files/WinRAR/Rar.exe a ${manga_name}_${chapter}.cbr *.jpg
rm *.jpg
chapter=$((chapter+1))
done
rm tmp_page
สร้าง directory ใหม่ซักอันนึง แล้วเซฟ shell script ข้างบนเป็นไฟล์ชื่ออะไรก็ได้ เช่น onemanga.sh แล้วสั่ง chmod +x onemanga.sh เพื่อให้สามารถ execute ได้
วิธีใช้ก็เรียกสคริปต์ ตามด้วยชื่อเรื่อง (หาจาก URL ใน One Manga), chapter เริ่มต้น และ chapter สุดท้าย เช่น
./onemanga.sh Hajime_no_Ippo 800 824
หรือถ้าต้องการแค่ chapter เดียว ก็ไม่ต้องใส่ chapter สุดท้าย
./onemanga.sh One_Piece 516
ปล. ถ้ารันบน Cygwin ต้องลง cURL กับ wget ด้วย (เลือกจากใน setup.exe) ถ้ารันบนลินุกซ์ หรือไม่ได้ใช้ WinRAR ก็ต้องแก้บรรทัดที่เรียก Rar.exe เป็นอย่างอื่นแทน

nont - All my life, who am I ?
October 2, 2008
In my previous post about bluetooth headset (Plantronics Voyager™ 855) , I’ve talked about the criteria of my bluetooth item. After 4 months of use, there ‘re few things happened.
1. I lost my Nokia N73. So, I’ve to use O2 Stealth and it’s doesn’t have big memory to hold music file. 128 MB mini-SD … oh my..
2. I found that the 855 earbud don’t fit with my ears. None of the size make me feel comfortable.
3. The earloop doesn’t help.
4. It performs poorly when I’m using in crowded environment such as Department Store, Subway, Skytrain, Bus or Sidewalk. I ‘ve no problem hearing voice from the person I’m talking to, but they barely hear mine. They told me the backgroud noise is so loud .. Audio IQ doesn’t help filtering any backgroud voice !
I decided to looking for a new one. After surfing for information for a while and had a chance to try Plantronics 925. I think I’ll give it a shot.
In the set are
1. 925 Headset
2. Wall Charger
3. USB Charger
4. Carrying Case with Rechargeable Battery
5. 3 Earbud
6. Manual
The carrying case is a mobile charger. When fully charged, it can provide one full charge to the headset.
The earpiece is very light and stylish.
I’ll provide the pros and cons later. Give me sometime to use it in difference situations.
Special Thanks to Meg, who get it for me from The State. I pay 80$ for the bluetooth, compare to 4500 THB listed price here in BKK.
F o o j a n - F o o j a n
October 1, 2008
หิวโว้ยยยย…. แงแงแง… และแล้วก็ได้ถือศีลกินเจเป็นมื้อที่สอง เนื่องจากกลางวันพี่ๆเค้าอยากลองกินอาหารเจกัน… พอตกเย็นก็เลยกลายเป็นน้องผู้หิวโหย มันไม่ค่อยอยู่ท้องจริงๆแฮะ อาหารเจ.. ว่าแต่ กินครบหน้าเทศกาลจะผอมลงมั้ยนะ… สองมื้อละ โย่ะ… พรุ่งนี้จะกินอะไรเป็นอาหารกลางวันดีละ (แถวนี้ยิ่งมีแต่อาหารเจอยู่ด้วย)


nont - All my life, who am I ?
October 1, 2008
การเป็นคนเก่งไม่ใช่เรื่องยากอะไร แต่การเป็นมืออาชีพนั้นยากกว่ากันเยอะ
ในที่ทำงานของทุกคน มองไปรอบๆ ก็คงเจอคนมากมายที่รู้ว่าตัวเองต้องทำอะไร ในหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ แต่จะมีสักกี่คน ที่สามารถทำได้มากกว่าแค่ทำเสร็จ ยกตัวอย่างง่ายๆ ด้วยความที่เป็นคน IT
1. ก่อนจะเริ่มทำงานสักอย่าง เขียน Specification และส่วนอื่นๆเช่น Programming Flow, Use Case, Error Code, Mock Up บ้างหรือเปล่า มองไปรอบๆ ในองค์กรณ์ที่ไม่บังคับว่าต้องเขียน จากการเดา น่าจะมีประมาณ 1% ของคนทำงานที่จะมีการเขียนเอกสารส่วนนี้
2. ก่อนเริ่มทำงาน ได้ถามคนใช้หรือเปล่า ว่าอยากได้อะไร ไม่ใช่แค่ถามว่า เอาโปรแกรมทำนู่นทำนี่นะ แตุ่ถามว่า โปรแกรมนี้ต้องทำอะไรได้บ้าง มีกี่หน้าจอ แต่ละหน้าจอมีกี่ปุ่ม แต่ละปุ่มเอาไว้ทำอะไร เป็นต้น
3. เขียนโปรแกรมแล้วเขียน Manual หรือเปล่า ว่ามีวิธีการใช้ หรือ วิธีการนำไปใช้ อย่างไรบ้าง
4. เวลามีปัญหาเกิดขึ้น เต็มใจรับผิดชอบทั้งๆที่รู้ว่าไม่ใช่ปัญหาที่ตัวเองทำบ้างไหม ซึ่งปรกติในการทำงาน จะมีปัญหามากมายที่เป็นปัญหาที่ลอยอยู่ คือไม่ได้ตกเป็นความรับผิดชอบของคนใดคนหนึ่งโดยตรง คนส่วนนึง จะคิดว่า ทำไมต้องแก้ ก็เขาไม่ได้ทำ ไม่ใช่ปัญหาของเขา แต่คนทำงานแบบมืออาชีพ ต้องคิดถึงผลของงานก่อน ว่าถ้าไม่แก้จะเกิดความเสียหาย ดังนั้นถึงไม่ใช่ปัญหาของเรา เราก็ต้องแก้ไข
5. เคยสนใจปรับปรุงบุคคลิกกันบ้างไหม เช่น เรื่องมารยาทการพูดจา น้ำเสียง การปฏิบัติตัวต่อหน้าคนหมู่มากและทัศนคติ บางคนพูดจาใช้คำพูดไม่ถูกต้อง น้ำเสียงไม่น่าฟัง ไม่มีครับ ไม่มีค่ะ บางคนกัดเล็บทั้งๆที่อยู่ในห้องประชุม พูดไปก็มี 108 1009 อย่าง จะเป็นมืออาชีพ it does matter นะครับ
6. มีความมั่นใจ ในงานที่ต้องทำ รู้รอบ พอที่จะตอบคำถามได้ ไม่ใช่ประชุมอยู่ เราเป็นคน Present แต่พอคนถามคำถาม ต้องหันไปหาคำตอบจากคนอื่น ไม่ใช่ว่าจะให้รู้ทุกอย่าง แต่ทำการบ้านไปก่อน นั่นคือมืออาชีพ
7. การเขียน Email คือการเขียน ใช้ภาษาเขียน ไม่ใช่ภาษาพูด เขียนเสร็จแล้ว ก่อนส่ง อ่านทบทวนอีกครั้งหนึ่ง การเขียนเสร็จแล้วกดส่งเลย มีโอกาสที่จะมีจุดผิดพลาดใน Email สูงมาก สละเวลาสัก 1 ใน 10 ของที่เขียน อ่านให้จบ แล้วคิดตามว่าเขียนแบบนี้คนอื่นอ่านรู้เรื่องไหม โทนของสิ่งที่เขียนเป็นอย่างไร ใส่อารมณ์เกินไปไหม หรือว่าใช้คำพูดเหมาะสม และชัดเจนพอหรือเปล่า หรือว่า ลืมแนบไฟล์ที่เขียนบอกว่าจะส่งให้ใน Email หรือเปล่า เป็นต้น
จริงๆมีอีกมากมาย คนเขียนก็ยอมรับว่ายังไม่ใช่มืออาชีพ แต่เป็นสิ่งที่มองเห็น และกำลังปรับปรุงตัวเองเพื่อไปถึงก้าวถัดไป .. ถ้ารักจะก้าวหน้า เป็นคนเก่งอย่างเดียวไม่พอหรอกเนอะ