Pickpocket

My pocket was stolen… at QSNCC

The pickpocket dropped my wallet, minus its money, at the guard at the car park.

luckily that no card was taken. Nevertheless, because of my super fast precaution, I have suspended all my card just an hour before the wallet was returned to me.

Sadly, I cannot reactivate my VISA ans MASTER card, so, next week I will be in Singapore with no card at all.

Damn that thief.

Blog started


Deja Vu

Today I have had enough free time for a few movies, so I went to my local rental shop which underwent small renovation a few months ago. The new shop offers lots more DVDs and I picked Ghost Riders and Deja Vu. Forget about Ghost Riders, I have nothing to speak about it except that it features Nicolas Cage, my fav actor, the rest won’t worth your time.

However, Deja Vu turns out to be quite remarkable. A good Sci-Fi(?) thriller with an interesting plot.

Funny thing is that, I was once told that Hollywood action always contains some kind of Speedy Pursuit, Car pursuit is very common. The scene is something like someone is chasing over another one, both using some kind of vehicles. They perform some thrilling action sequence or so, keeping the tense of the audience, or at least making the audience to follow the thrill of the chase.

Obviously, screen writers have came up with several creative imagination, not sticking only with cars. Well, you can see cars VS cars, any kind of them, truck, ambulance, trailer, bus, etc., all are cliche, not to mention those bikes. You can see Spacecraft VS Spacecraft, quite common in space Sci-Fi. Airborne action would provide jet fighter chasing over jet fighter, chopper vs chopper, etc. Snowmobile vs Snowmobile is not something new also. Speedboat has also been used for long. Submarine is also possible but the thrill is not presented by speed but rather the dangerous of the see.

There also exists several cross breeds such as chopper vs train, chopper vs car, hovercraft vs boat. When Die Hard 4 comes available, I believe we would see Jet chasing a car. Recently, the comic heroes began to appear on silver screens, we then see much more exotic chasing, such as human(superman) chasing airplane, Human vs Train, etc. you name it.

I believe that taking any set of fast moving vehicle in all movie, you can pick anyone that is a member of Cartesian product of the set and it should already made its way to Hollywood.

However, the variety in these pursuit-evasion is changing in the object of pursuing. In Deja Vu, it is my first time to see pursuit over the ghostly shadow of the past. The space you are running and the object you are pursuing is on a different world. Quite interesting.

Not that the pursuit is heart stopping, though, others had done better, but this is quite creative and this is not the best part of the movie, anyway. I just wanna point out this new trick.

Try it if you have a chance.

งานแต่งพี่ตั๊ก 2 มิถุนา 07


Fast Fact About Singapore

I went to Singapore last week trying to sell my software and getting user requirement. Have not much time walking around but these are a few fact I discovered myself.

  • Singapore has ข้าวมันไก่ + ขาหมู and people there think that it is their local food.
  • ก๋วยเตี๋ยว is called Kyaw Teaw (well, understandable since the word is chinese) but เส้นใหญ่ is called Hor Fun.
  • MRT in Singapore says “Please mind the platform gap”. Comparing to Thailand version, “Please mind the gap between train and platform”, it seems like Thai people need to be told where the gap is actually is.
  • Traveling anywhere taking more than half an hour is considered very very far by most Taxi.
  • A 7-11 girl at the register did not ask whether I need dim sum or dumpling when I bought a bottle of soft drink.
  • Taxi can bid for a job which is posted to the in-car monitor by the calling center. They don’t have GPS, though, but I think they don’t need it.
  • It really takes only 15 minutes from the plane to a taxi at Changi Airpot. For Suwannabhumi, It takes more than an hour. This might be biased, since I went back to Suwannabhumi on Friday Night, while I arrived at Changi on Wed Noon.
  • People here drive very safe, Taxi is faster but still safe comparing to Thai taxi.

Well, that is all.

Photo Album: blog

blog

RodinThinker

Marble-Temple-budda

sbu0011l

Unnoticed expense

เรื่องมีอยู่ว่า.. ค่าใช้จ่ายบัตรเครดิตรอบบิลที่ผ่านมา เล่นเอาหัวใจแทบวาย เนื่องจากยอดขึ้นมาว่าใช้จ่ายไป 19000 ตกใจ อะไรหว่า ถ้าดูจากรอบบิลที่ผ่านๆก็จะเข้าใจได้ว่าทำไมถึงตกใจมากมาย เพราะ สองเดือนก่อนใช้ไปแค่ 4000 เดือนที่แล้วใช้ไป 9000 คือถ้าเป็นสมัยอยู่ NCR ยอดเป็นแสน ก็ไม่ตกใจเท่าไหร่ เพราะเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ แต่สองสามเดือนที่ผ่านมา นู๋ป่าวไปตปท.ที่ไหนเลยนะ อยู่ TSC กินข้าวแกงทุกวัน… ไอ้เราก็เกาหัวแกรกๆๆ ใช้อะไรไปหว่า.. ก็เหลือบไปเห็นยอด 4990 อ๋อ ค่า laser printer แล้วก็ 2990 ค่าเครื่องเล่น dvd ทำให้พอเข้าใจได้ว่ามันเพิ่มมาอีกประมาณ 8000 เป็นค่าของเล่นนี้เอง (จริงๆแล้ว printer โดนน้องๆบีบคอให้ซื้อ แต่ dvd เป็นความอยากได้ส่วนตัว) ก็เลยเกิดความสงสัย นี้แค่ค่าบัตรเครดิต ยังไม่รวมพวกค่าโทรศัพท์ ค่าน้ำ ค่าไฟ หรือ เงินสดที่กดผ่าน atm สรุปเดือนๆนึงเราใช้เงินไปกันอะไร เท่าไหร่กันเนี้ย เลยทำ excel sheet มา summary expense ดู ปรากฏว่า เดือนที่ผ่านมา ใช้เงินไปรวมแสน!! ไอ้….หย๋า… อั้วใช้อะไรไปขนาดนั้นหว่า ก็พบว่า อ๋อ จ่ายค่าเทอมตัวเอง ไปอีกเจ็ดหมื่นบาท T___T เอาวะ จ่ายอีกแค่เทอมเดียว จะได้สิ้นเวรสิ้นกรรมกันที.. นึกถึงที่น้องคนนึงเคยถาม "พี่ว่าพี่เรียนโทแล้วคุ้มไหม?" นั้นสิ น้อง..
 
แต่ความสงสัย ใคร่รู้ก็เกิดขึ้นมาอีก ไหนๆก็ทำบัญชี แล้วค่ากินค่าอยู่แบบไม่นับค่าของเล่นพิเศษ มันจะประมาณเท่าไหร่กันนะ ก็ลองรวมๆเล่นๆ ค่ากินอาหารตกประมาณ 7000 บาทต่อเดือน อย่าเพิ่งคิดว่าไอ้เฮ้าส์นี้มันกินแพงเว้ย อันนี้รวมค่าซื้อของกิน ขนม นมเนย ซื้อของเข้าบ้าน และก็ค่าข้าวเลี้ยงน้องๆตัวดีด้วยนะ มันแยกกันไม่ได้ ค่าเดินทางก็รถไฟฟ้า 1200 (600 X 2) จริงๆแล้วสองใบใช้ได้เดือนกว่าๆ แต่เดือนก่อนทำบัตรเก่าหาย เลยต้องซื้อใหม่ พูดแล้วก็เศร้า เหมือนทำเงินหายไปสองร้อยกว่าๆ บวก ค่าน้ำมัน 2400 = รวมๆแล้วค่าเดินทาง 3600 บาทต่อเดือน จริงๆกำลังสงสัยอยู่ ทำไมค่าน้ำมันมันเยอะจัง.. รถก็ขับแค่เสาร์อาทิตย์ หรือเราจะเที่ยวขับเล่นเยอะไป.. อาจจะเป็นเพราะเดือนก่อน ขับรถไปรับส่งหม่ำม้า, น้องสาว, น้องชาย ที่สนามบินเยอะ ค่าน้ำมันเลยพุ่ง.. คงต้องรอดูเดือนถัดไป หึหึ ส่วนค่าไฟค่าน้ำ ค่าโทรศัพท์ ค่า internet เดือนๆนึงตกประมาณ 2000+200+200+600 = 3000 บาท อืมม อันนี้คงช่วยไม่ได้ เป็นค่าสาธารณูปโภคที่ต้องจ่าย รวมๆๆแล้วต่อเดือนค่าใช้จ่ายประมาณ 14,000 บาท เฮ้ออ ชีวิตมันต้องสู้
 
เขียนๆไปก็เริ่มสงสัยอีกละ (หนูจำไม) แล้วคุณผู้อ่านละ ค่าใช้จ่ายต่อเดือนเท่าไหร่? อยากรู้เพราะสงสัยว่าค่าใช้จ่ายของผมอยู่ในระดับไหน?? เยอะไป? น้อยไป? ปานกลาง? ดูจากในเวป คิดว่าเราอยู่กลางๆนะ รึป่าว?
 

Comparison

มนุษย์ทุกๆคนมักจะพูดว่าเกลียดการถูกเปรียบเทียบ.. ไม่ต้องการให้ตัวเองถูกนำไปเปรียบเทียบกับใครๆ แต่ในทางกลับกันโลกใบนี้กลับเต็มไปด้วยการเปรียบเทียบ สังคม เศรษฐกิจ ฐานะ ทรัพย์สิน เกียรติยศ พลังอำนาจ ความสามารถ ทุกๆสิ่งล้วนมีบรรทัดฐาน GDP, inflation rate, under-developed and developed zone, metric, ISO, GPA เพื่อเอาไว้เปรียบเทียบกับสิ่งอื่นๆ เหล่านั้น มีขึ้นเพื่อประโยชน์บางประการ การเปรียบเทียบทำให้เกินการเปลี่ยนแปลง ทำให้สิ่งต่างๆมีสถานะ มีตำแหน่ง ทำให้สิ่งต่างๆรู้ว่าควรจะปรับปรุงในด้านใด แล้วมาเปรียบเทียบอีกรอบ.. เราควรจะรู้จักนำสิ่งเหล่านี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์
 
หลักของพระพุทธศาสนาสอนให้คนเราเดินทางสายกลาง ไม่สุดโต่งไปทางไปทางหนึ่ง ไม่ตึงเกินไป ไม่หย่อนเกินไป ให้รู้จักมีความสุขภายในจิตใจของตนเอง บุคคลที่มั่วแต่วิ่งตาม แข่งขันกับคนอื่นโดยไม่รู้จักหันกลับมามองตัวเอง ยิ่งยึดถือยึดติด เป็นตัวกู ของกู ไม่รู้จักที่สิ้นสุด ผู้ชายอยากมีแฟนสวยๆ ผู้หญิงอยากมีแฟนรวยๆ ไม่รู้จักพอใจสิ่งที่ตนเองมีอยู่ จะไม่มีทางได้พบความสุขที่แท้จริงในใจได้เลย ถ้ามั่วแต่เปรียบเทียบกับคนอื่นๆไปเรื่อยๆ เราก็จะไม่มีวันมีความสุขในการมีชีวิตอยู่ เพราะต้องมั่วแต่ตั้งหน้าตั้งตา หาสิ่งที่คนอื่นๆมีมาเรื่อยๆ ไม่มีวันจบ.. ในทางตรงข้าม บุคคลที่ไม่รู้จักพัฒนา ไม่รู้จักศึกษาอยู่เรื่อยๆ เปรียบได้กับกบที่อยู่ในกะลาอยู่นิ่งๆ ไม่เคลื่อนไหว ไม่มีความเปลี่ยนแปลงในชีวิต หลงยึดติด หลงเชื่อในสิ่งที่ตนเองรู้ ในสิ่งที่ตนเองคิดว่าถูกต้อง ไปตลอดกาล ไม่ยอมรับฟังสิ่งที่คนอื่นๆแนะนำให้ปรับปรุง เช่นนี้ ก็ไม่ควร
 
สิ่งที่ควรทำก็คือ เราควรจะนำคำสอนของพระพุทธเจ้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์ สิ่งที่สอนนั้นสอนให้เรารู้จักเปรียบเทียบ ตัวเราเอง กับ ตัวเราเอง ไม่ใช่เปรียบเทียบ ตัวเรา กับคนอื่น เห็นเค้ามี แต่เราไม่มี เราเกิดความรู้สึกอิจฉา เราเกิดความต้องการหามาให้ได้ มันก็ไม่มีจุดจบ เราควรคิดถึงสิ่งที่เราเป็น สิ่งที่เราต้องการ ความสุขที่แท้จริงจะเจอได้ภายในจิตใจและตัวตนของเราเอง สิ่งสำคัญที่สุดคือ เราควรเผื่อแผ่ความสุขนั้นให้บุคคลอื่นๆรอบๆตัวเราด้วย ให้เค้ารู้จักความพอดี รู้จักความพอเพียงแก่ความต้องการของตน แล้วก็เผื่อแผ่ความสุขนั้นต่อไปยังคนอื่นๆต่อๆไป