ทำแล้วเสียใจ ดีกว่าเสียใจที่ไม่ได้ทำ vs คิดก่อนค่อยทำ อย่าทำก่อนค่อยคิด

"ทำแล้วเสียใจ ดีกว่าเสียใจที่ไม่ได้ทำ"
มีเพื่อนคนหนึ่งถือคตินี้เป็นคติประจำใจ ตัวเราเองก็คิดว่าเข้าใจความหมายมัน แต่หลังๆมานี้รู้สึกว่าเราไม่เข้าใจมันจริงๆ เนืองจากว่า หลายๆครั้ง พบว่าเราทำอะไร หรือก็พูดอะไรออกไป เรามักจะกลับมาเสียใจในสิ่งที่ทำหรือพูดออกไปบ่อยๆ บางทีเป็นแค่เรื่องเล็กๆน้อยๆ จนคิดว่าหลายๆคนคงจะมองข้าม แต่ไม่รู้ทำไม เราไม่รู้จักมองข้ามมันไปนะ โรคคิดเล็กคิดน้อย ที่รักษาเท่าไหร่ก็ไม่หายซักที สนใจในสิ่งที่ไม่ควรใส่ใจ เสียเวลาความคิดในสิ่งที่ไม่ควรคิด
ตอนเด็กๆเคยถูกพี่สาวต่อว่า
"รู้จักคิดก่อนทำหน่อยสิ อย่าทำหรือพูดก่อนที่จะได้คิด"
มันฝั่งใจมาตลอด เวลาที่เราทำอะไรลงไปแล้วมารู้สึกตัวทีหลังว่าไม่น่าทำลงไปเลย คำนี้มันจะพุดขึ้นมาในหัวตลอด
 
ยิ่งช่วงหลังๆมานี้ พูดอะไรบางอย่างออกไปแล้ว มารู้สึกแย่ทีหลัง ว่าไม่น่าพูดไปเลย เช่น
นาย ก.: นี้ๆ มีคนมาทาบทามเราไปทำงานด้วย
นาย ฮ.: เค้ามีเงินพอจ่ายเงินเดือนคุณด้วยเหรอ?
แล้วเราก็มาคิดว่า พูดอย่างนั้นไปทำไมนะ… เหมือนกับเราดูแคลนอะไรบ้างอย่างนะ หรือถ้าผู้ฟังเฉยๆผ่านๆไปก็ดี
แต่เรากลับมารู้สึกเสียใจแหะ ไม่น่าพูดอย่างนั้นไปเลย
 
ในทางตรงกันข้าม.. เรา sensitive กับสิ่งที่เราพูดออกไป เราก็ sensitive กับสิ่งที่รับฟังกลับมาเช่นกัน..
(ว่าจะยกตัวอย่าง แต่เปลี่ยนใจ… เดี๋ยวคนที่มาอ่านจะเข้าใจผิดว่าเราโกรธเคือง จริงๆไม่ได้ว่าอะไรนะจ๊ะ)
บางคนเคยถามเราว่าเคยอยู่เฉยๆแบบไม่ต้องคิดอะไรบ้างไหม? เตือนว่าเราคิดวนไปวนมานะ เลิกคิดได้แล้ว..
นั้นสิ… สงสัยต้องหัดอยู่เฉยๆไม่คิดอะไร หรือนั่งสมาธิบ้าง
 

My Daemon

 
อิอิ เห็นคนเล่น ก็เล่นมั้ง
มาช่วยกันใส่ comment หน่อยนะ อิอิ มันจะได้แปลงร่าง

คุณหน้าเหมือนใคร?

http://www.myheritage.com
 
เห็นคนเค้าเล่นกัน เลยเล่นมั้ง อิอิ

Blog list: Blog list

  • Ry'J

    พี่สาวแสนดี

  • Seng'H

    พี่ชายแสนดี เป็นคุณพ่อแสนดีแระ

There are no coincidences in this world.. There is only the inevitable..

 
ถ้าประโยคข้างบนเป็นจริง แปลว่า.. ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำ ได้ถูกกำหนดไว้แล้ว
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราคิด พูด ทำ ออกไปนั้นถูกกำหนดไว้ด้วยอะไรบ้างอย่างที่เรา
ไม่สามารถหลีกเลี่ยง หรือต่อต้านมันได้
 
การที่เราบังเอิญไปเจอเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอมานาน โดยไม่ได้นัด ถูกกำหนดไว้
การที่เราทำของหล่นจากโต๊ะ ทำให้ของเสียหาย โดยไม่ได้เจตนา ถูกกำหนดไว้
การที่มีคนมาขโมยของเรา ทั้งๆที่เราไม่เคยรู้จักหรือทำอะไรให้เค้า ถูกกำหนดไว้
การที่เราถูกล็อตตารี่รางวัลที่หนึ่ง ทั้งๆที่ซื้อครั้งแรก ถูกกำหนดไว้
 
มองมุมที่ 1
เมื่อฟังดูแล้ว เรื่องโชคชะตาหรือดวงที่กำหนดอนาคตของเราไว้นั้นเป็นเรื่องจริง
เราไม่สามารถแก้ไข หรือ ทำอะไรเพื่อเปลี่ยนอนาคตของเราได้ มันเป็นสิ่งที่ถูก
กำหนดไว้แล้วเหมือนตัวละคร ที่กระทำออกไปตามบทที่ได้รับ โดยบทที่ได้รับนั้น
ถูกกำหนดและแต่งปรุงด้วยสิ่งแวดล้อมต่างๆรอบตัวเรา ทำให้เราตัดสินใจไปตาม
ตัวแปรต่างๆเหล่านั้น และเดินตามบทที่กำหนดไว้ล่วงหน้าก่อนแล้ว อย่างหลีกเลี่ยง
หรือ เปลี่ยนแปลงไม่ได้
 
มองมุมที่ 2
มันเป็นเครื่องเตือนใจว่า ไม่ว่าเราหรือใครทำอะไร ล้วนอยู่ในหลักของเหตุผล และ
ตรรกะ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตเรา ล้วนมีที่มาที่ไป เช่น
เราทำของตก เพราะ วางของไว้ในจุดที่ไม่ปลอดภัย และไม่ระมัดระวังเอง
มีคนมาทำร้ายเรา เพราะ เค้ามีจุดประสงค์ หรือ เหตุผลอะไรบางอย่าง
เราถูกล็อตตารี่ เพราะ เราซื้อใบที่มันตรงกับโอกาสอันน้อยนิด ซึ่งเป็นรางวัลที่หนึ่ง
 
ไม่ว่าเหตุผลเหล่านั้นจะฟังดูเข้าท่า หรือสมเหตุสมผลหรือไม่ในสติปัญญาของคุณ
มันจะมีเหตุผล และที่มาที่ไปเสมอ ในเหตุผลของใครบางคน หรืออะไรบางอย่าง
เพียงแต่.. คุณยังไม่เรียนรู้ เข้าใจ และยอมรับมันต่างหาก..
สรุปได้สั้นๆว่า
คนเราทำอะไรต้องไม่ประมาท ก่อนจะทำการอันใด เราควรคิดให้ถี่ถ้วนก่อน
เมื่อเรามองเห็นทุกมุมมองแล้ว เราจะสามารถกำหนดอนาคต และ สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้
 
แล้วคุณละ ตัวคุณคิดแบบไหน?
 

เพลงติดหู (หัว)

หากันจนเจอ - Mar and Venus
สิ่งที่ฉันหวัง สิ่งที่ฉันคอย อาจดูเหมือนลือนลอย เกือบจะฝันไป
มองหาคนๆหนึ่งที่ไม่รู้เป็นใครและไม่รู้เมื่อไหร่จะพบคนผู้นั้น
ส่วนชีวิตฉันบอกเลยว่ามีเจอะคนที่แสนดี อยู่ทุกๆวัน
เพียงแค่ไม่มีใครที่จะฝันตรงกัน แต่ว่าฉันมั่นใจจะพบในไม่ช้า
 
*อาจบางทีในเมืองกว้างใหญ่ หมอกและควันช่วยกันพรางตา
มีขอบรั้ว ขอบกำแพงสร้างมา ตึกระฟ้าคอยบังเราอยู่
**แต่เราก็หากันจนเจอ มันนานแค่ไหนที่คอยเธอมา
รู้สึกไหมว่าชีวิตคุ้มค่า เมื่อมีใครสักคนข้างกาย
เกิดมาเพื่อหาใครคนหนึ่ง เป็นคนที่ฟ้าสร้างมาตรงใจ
เราต่างรู้โลกมันแสนกว้างใหญ่ แต่มันคงไม่ยากเกินไป ที่ฉันจะพบเธอ
 
อาจะมีซักครั้ง ที่เราสองคน ผ่านทางที่วกวน อยู่ใกล้ๆกัน
ใบไม้เพียงใบหนึ่ง หล่นตอนที่เดินผ่าน ฉันคงจะมองมัน เมื่อเธอเดินผ่านมา..
*,**
 
สาเหตุที่เพลงนี้มันติดหูเนี้ยเพราะว่า มันคือเพลง main theme ใน video งานแต่งงานของพี่สาว
คนตัดต่ออย่างเรา ฟังไปไม่ต่ำกว่าห้าสิบรอบกว่าจะออกมาเสร็จสมบูรณ์
ก็ถือว่าเป็นเพลงที่ไพเราะ และเนื้อหาดี เหมาะกับงานแต่งงานอย่างยิ่ง..
(ถึงแม้ว่าผลงานตัดต่อออกมาไม่มืออาชีพ ก็ขอเพลงดีๆประกอบไว้ถ่วงให้ดูดี อิอิ)
 
คำถามโง่ๆ - Rhythm&BoydE1EVEN1H
A day like anyother day, why I have to walk that way.

At first I thought I was mistaken but…
There you know taking no mistaken.
When you know…that you see her.

ในวันที่เขาได้พบกับเธออีกครั้งนึง
ความรู้สึกลึกซึ้งก็เกิดขึ้นมาโดยทันทีที่ข้างใน
ช่างเหมือนวันเก่า เหมือนวันที่เค้านั่งเหม่อ วันที่เขาเจอกับเธอใหม่ๆ
และไม่เคยคาดคิดว่าไม่ได้เจอกันตั้งนานและเธอไม่เคยเลือนลานจากหัวใจ
ยังคง…แอบหลงรักเธอเหมือนวันก่อนๆ จนกดเก็บซ่อนไว้ไม่ไหว

เลยมีแค่คำถามโง่ๆ ปิดบังเรื่องที่ซ่อนในใจ
ไม่ได้ลึก ไม่ได้ซึ้ง ไม่ได้สมความคิดถึงที่เก็บไว้

สบายดีไหม จะไปทางไหน เดินมายังไง มากับใครหรือเปล่า
อยากจะพูดคุยกับเธอให้นานที่สุด แต่ก็ไม่มีเรื่องที่จะพูดคุยได้ยาว
พยายามคิด คิดสักเท่าไร ก็วนกลับไปได้แค่คำถามเก่า
ก็ความรัก ความคิดถึงที่ลึกซึ้ง ถูกเปิดเผยจากใจเขา

I don’t know what to say

I don’t know what to say

I don’t know what to say, but you know I still care….

แกล้งทำเป็นยกมือขึ้นเพื่อดูนาฬิกา
ทำเป็นมองท้องฟ้าและพูดออกมาว่าถึงเวลาที่ต้องไป
ทั้งที่ใจเขานั้นบอก ว่าจริงๆ เขานั้นอยากอยู่ ยืนเคียงคู่อยู่กับเธอใกล้ๆ
และไม่เคยคาดคิดว่าไม่ได้เจอกันตั้งนานน่ะเธอ ไม่เคยเลือนลานจากหัวใจ
ยังคงแอบหลงรักเธอเหมือนวันก่อนๆ จนกดเก็บซ่อนไว้ไม่ไหว

เลยมีแค่คำถามโง่ๆ ปิดบังเรื่องที่ซ่อนในใจ
ไม่ได้ลึก ไม่ได้ซึ้ง ไม่ได้สมความคิดถึงที่เก็บไว้…

สบายดีไหม จะไปทางไหน เดินมายังไง มากับใครหรือเปล่า
อยากจะพูดคุยกับเธอให้นานที่สุด แต่ก็ไม่มีเรื่องที่จะคุยได้ยาว
พยายามคิด คิดสักเท่าไร ก็วนกลับไปได้แค่คำถามเก่า
ก็ความรัก ความคิดถึงที่ลึกซึ้ง ถูกเปิดเผยจากใจเขา…

สบายดีไหม จะไปทางไหน เดินมายังไง มากับใครหรือเปล่า
อยากจะพูดคุยกับเธอให้นานที่สุด แต่ก็ไม่มีเรื่องที่จะคุยได้ยาว
พยายามคิด คิดสักเท่าไร ก็วนกลับไปได้แค่คำถามเก่า
ก็ความรัก ความคิดถึงที่ลึกซึ้ง ถูกเปิดเผยจากใจเขา…

 
ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเพลงนี้มันติดหู
อาจจะเพราะมี CD อยู่ที่บ้านและฟังในรถตลอด..
 
ความว่างเกินไป ทำให้คนเราเบื่อ
งานก็ว่าง อยู่ในสภาวะก้ำกึ่งระหว่างไม่ต้องทำอะไร กะ ทำอะไรไม่เป็น
เรียนก็ไม่มี พอดีเป็นช่วงปิดเทอม.. อะไรมันจะบังเอิญมาว่างพอดีกันขนาดนี้นะ
ชีวิตเหมือนเป็นช่วงหยุดงานอยู่เฉยๆ ระหว่างเปลี่ยนงาน (แต่ได้เงินเดือน) เหอะๆ
เบื่อจางงงง…. เบื่อจางงงง….

เพื่อนรัก..

เมื่อคืนคุยกะเพื่อนสนิทมาก ไม่ได้โทรศัพท์คุยกันมานานแล้ว แต่ก็ update ข่าวสารกันตลอด
จริงๆแล้วเพื่อนมีปัญหากับแฟน โทรมาเพราะต้องการที่ปรึกษา
คุยกันแล้วก็คิดถึงวันคืนเก่าๆที่เคยกินอยู่ด้วยกัน..
เล่นเกมส์ด้วยกัน… นอนคุยกัน…
ปรึกษาเรื่องสาวๆที่ไปแอบปิ๊ง… เศร้าด้วยกัน… อยู่หอครับ share ห้องกัน (รู้นะ.. คิดอะไร)
คิดถึงแล้วก็ขำตัวเอง.. เมื่อก่อนเราก็เป็นไปได้เนอะ ขำ..
 
พอเอาเรื่องที่คุยกัน กลับมาพิจารณาดูอีกที…
ความเศร้า ความเหงา ทั้งหมดมันมาจากจิตใจของมันเอง..
เค้าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นเอง ทำให้เศร้า เจ็บ และก็ช้ำเอง…
พยายามห้ามเพื่อนว่าอย่าไปคิด อย่าไปสร้างความเจ็บปวดให้ตัวเอง…
มันบอกว่าเป็นเรื่องยากมากที่จะห้ามใจไม่ให้คิด…
 
เมื่อมีอารมณ์ โกรธ เกลียด หึง ริษยา ขึ้นมาในจิตใจ…
สิ่งเหล่านี้จะบดบังสิ่งที่เรากระทำออกไป เช่น….
ถึงแม้ว่าสิ่งที่เราพูดเป็นความประสงค์ดี แต่ถ้าเราพูดออกไปโดนมีอารมณ์อย่างอื่นประกอบ…
ผู้รับฟังอาจจะไม่ได้รับความประสงค์ดีนั้นๆ เพราะเค้าจะรับรู้ถึงอารมณ์ของเราก่อนที่จะรับฟัง…
นั้นคือการประสงค์ดีที่เปล่าประโยชน์…
กลับกลายเป็นว่าผู้รับฟังจะคิดว่าผู้พูดขาดความสามารถในการระงับอารมณ์…
 
กลับมามองตัวเราเอง ตัวเราเองยังหยุดความคิดไม่ได้เลย…
ความคิดมันจะเกิดขึ้นทุกครั้งที่เราว่าง… ความเหงามันจะเข้ามาแทนที่เสมอ…
ทั้งที่เราน่าจะชินกับการอยู่คนเดียว… อยู่ตัวคนเดียว อยู่ด้วยตัวเองมาสิบกว่าปี… ก็ยังรู้สึกเหงาได้..
ทำไมนะ??
"ความคาดหวัง"เป็นต้นเหตุของเรื่องนี้ คาดหวังอย่างโน้น อย่างนี้ อยากจะให้เป็นอย่างนี้ อยากให้เป็นอย่างนั้น
ซึ่งความคาดหวังนั้นก็ไม่ได้เกิดจากใคร มันเกิดจากในจิตใจเรานั้นเอง…
 
เอ๋ พูดเรื่องเพื่อนอยู่ดีๆ ทำไมกลับมาเรื่องตัวเอง…
สรุปสั้นๆ คือเราจะแนะนำเค้าว่า
"ถ้าเค้าเปลี่ยนใจจากเราไปได้ในวันนี้ วันหน้าเค้าก็จะทิ้งเราไปได้อีกเช่นกัน คิดดีๆนะเพื่อน"
แต่เมื่อคืนไม่กล้าพูดไปตรงๆ คิดว่ามันแรงไป ที่จะไปบอกเค้าตอนนี้ แต่ความคิดนี้มันอยู่ในใจเราอยู่แล้วตลอด
ใจจริงๆอยากเขียน blog นี้ให้เพื่อนอ่าน แต่เขียนไปเขียนมาไหงมันออกไปแนวธรรมะนิดๆหว่า
ไม่เป็นไรจบละ…
 
เขียนมาตั้งนาน คนอื่นเค้าจะอ่านรู้เรื่องไหมนะ บ่นๆ
อาจจะสงสัยว่าทำไมช่วงนี้เจ้าเฮ้าส์มันขยัน update blog จัง…
(ช่วงนี้ว่างครับ จุ่ๆๆ อิอิ)

นู๋เฮ้าส์ผจญภัย

ตอนที่เพิ่งจะเริ่มงาน เครือ CP เค้ามีนโยบายให้ผู้บริหารใหม่ทุกคนให้ไปดูโห่วเฮ้งกะซินแส.. (ดูดวงนั้นเอง)
ก็ไปดูกะเค้าตามระเบียบครับ เค้าดูๆหน้าตา วันเกิด เวลาเกิด แล้วก็ให้คะแนน ผลก็คือ ผ่านครับ
แต่… เค้าทักเอาไว้ว่า คุณจะลาออกในปีหน้า ให้ลองเอาไปพิจารณาดูเอาเอง..
ก็งงๆ กึ่งๆไม่เชื่อ เพราะเป็นคนไม่ชอบเปลี่ยนงานบ่อยๆอยู่แล้ว ที่เก่าก็ทำอยู่ตั้งนานกว่าจะลาออก และก็ไม่เคยดูดวง
ออกมาจากห้องก็คุยกะ HR เล่นๆเรื่องซินแส เค้าเล่าว่าจริงๆแล้วมีอ.ซินแสอยู่สองสามคน คนที่ดูให้เฮ้าส์เนี้ย แม่นนะ..
 
แต่เริ่มงานมาได้ไม่ถึงเดือนดี.. เหมือนคำทำนายมันจะออกฤทธิ์ หรือ แม่นจริงๆก็ไม่รู้ ที่ทำงานมีปัญหาเกิดขึ้น
เนืองจากแผนก IT ที่เราเข้ามาทำนั้นจะถูกย้ายไปอยู่ใต้บริษัทอื่น ตามนโยบาย ของเครือ CP ว่า แผนก IT ทั้งหมด
จะไปรวมอยู่กับ บริษัท Gosoft เพียงที่แห่งเดียว ซึ่ง บ. TSC นั้น ก็ถือเป็นหนึ่งบริษัทในเครือ และ บ. 7-11
ปัจจุบันได้ถือหุ้นใหญ่ในบ. TSC แล้ว ดังนั้น แผนก IT ของ TSC นั้นจะถูกโอนย้ายทั้งหมดไปเป็นแผนกนึงภายใต้
บริษัท Gosoft… ซึ่งผลลัพธ์ก็คือ คนส่วนใหญ่ในแผนกรู้สึกไม่พอใจกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว และพร้อมใจที่
จะตบเท้าลาออก ทั้งแผนก.. ยอดคนลาออกณ.ตอนนี้ไปถึง 50 ท่านแล้ว เรียกได้ว่า คนหายไปครึ่งบริษัทเลยทีเดียว
เฮ้าส์ตัวน้อยๆก็ตัดสินใจตบเท้าลาออกไปเช่นกัน.. อยู่ไปก็ life boy..
 
การผจญภัยเพิ่งจะเริ่มขึ้น แล้วก็กำลังจะเข้มข้นยิ่งกว่าเดิมอีก เพราะกลายเป็นว่าเรากำลังจะไปเริ่มใหม่
ในที่ๆทุกคนเพิ่งเริ่มใหม่เหมือนๆกัน.. ดีเหมือนกัน เราก็เพิ่งมาเริ่มงานใหม่พอดี เริ่มใหม่เหมือนๆกัน เท่าเทียมกันดี หึหึ
ความรู้สึกตอนนี้เหรอ…….
สนุกดีจัง!! 555555 เมื่อเทียบกะชีวิตเมื่อก่อนที่อยู่เฉยๆ ไม่เคยเปลี่ยนแปลงอะไร แบบนี้มันส์กว่าเยอะเลยแหะ เอิ้กส์ๆๆ
แต่จะไปที่ไหนต่อนั้น ตอนนี้ยังเป็นความลับอยู่ อิอิ รอติดตามตอนต่อไปครับ..
 

Photo Album: April Pim2

April Pim2

April Pim2


Photo Album: April Pim

April Pim

April Pim


blog