ว่าด้วยเรื่องของคนจีน

 live from beijing

 อยู่ปักกิ่งมาได้ 3 วัน พบว่า

 

ข้อเสียของคนจีน

-  ไม่ค่อยมีความเกรงใจ ทั้งแซงคิวขวางทาง ฯลฯ 
-  ขากถุยได้ทุกแห่ง
-  หลายคนตัวเหม็น ท่าทางขี้เกียจอาบน้ำ
-  ราคาของตั้งไว้แบบฟันเนียน บอก 40 ต่อเหลือ 20 ยังได้  (ตลาดรัสเซียโหดกว่านี้)  ที่ๆ ทุบก็ไม่มีเกรงใจ (ที่ดีๆ ก็พอมี)
-  อาหารมัน จืด เค็ม เผ็ด  มีรสอยู่แค่นี้ ร้านที่ทำอาหารเป็น ตอนนี้เจอร้านนึง  ราคาไม่แพง ปริมาณเยอะ อร่อย  นอกนั้นที่เจอ โขกสับเนียน

จริงๆ ถือว่าน้อยลงมากเทียบกับเมื่อก่อนที่เคยมา  แต่ก็นะ..

 

มาดูข้อดีบ้าง

ข้อดีของคนจีน

- หมวย
- ขาว
- สาวแว่นสุดยอด

 

Revisiting Barry Schwartz

Schwartz delivered yet another inspiring talk at TED last year. I didn’t have a chance to look at it until today. There are very good inspiring lines in this. Here are but selected few.

And, perharps most important, as teachers, we should strive to be the ordinary heroes, the moral exemplars, to the people we mentor.
– Barry Schwartz

And there are few things that we have to remember as teachers. One is that we are always teaching. Someone is always watching. The camera is always on.
– Barry Schwartz

The single most important thing kids need to learn is character. They need to learn to respect themselves. They need to learn to respect their schoolmates. They need to learn to respect their teachers. And, most important, they need to learn to respect learning. That’s the principle objective.
– Barry Schwartz

What a month!!!

อาทิตย์ที่ 1 ไข้ขึ้น เป็นหวัดค่ะ (เริ่มจากการนอนน้อยไปหน่อย…)
อาทิตย์ที่ 2 ไปตรวจสุขภาพ (ก้อถามหมอแล้วนะ ว่าเป็นหวัดตรวจสุขภาพได้มั้ย)
อาทิตย์ที่ 3 ไปตรวจเรื่องภูมิแพ้… แต่เจอไซนัสแทน… (เอ๊ะ ก้อก่อนหน้านี้นู๋เพิ่งเป็นหวัดมานิค่ะ)
อาทิตย์ที่ 4 ติดตามผลไซนัส
อาทิตย์ที่ 5 เป็นหวัดรอบที่สอง (ติดเข้ากั๊ตมา.. จำได้เพราะว่าได้ยาแก้หวัดแบบใหม่มา)
อาทิตย์ที่ 6 ขาเดี้ยง (ชั้นไปเตะใครในฝันมานะ จำไม่ได้จริงๆ)
อาทิตย์ที่ 7 เป็นหวัดรอบที่สาม… (ติดอาม่ามา… ทำไมมันติด loop แบบนี้นะ..)
 
การิ๊ดดดด นู๋ไม่ไปหาหมอแล้วค่ะ รู้สึกว่าทำไมช่วงนี้ใกล้ชิดหมอขนาดนี้นะ…
 

Sandisk Sansa Clip+ 4GB

ยังคงวนเวียนอยู่แถวๆ เรื่อง MP3 player…

หลังจากซื้อ Philips GoGear SA1MXX02K/97 มา และพบว่ามันห่วยเกินจะรับได้ เลยนั่งหาข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องเล่น MP3 อยู่พักใหญ่ อ่านรีวิวที่นู่นที่นี่ สุดท้ายมาเจอรีวิว Best 5 MP3 Players ของ CNET ดูๆ แล้วตัวที่น่าสนใจที่สุดสำหรับคนงบประมาณจำกัด (a.k.a. งก) อย่างผมก็คือ Sandisk Sansa Clip+ ที่มีหน้าตาประมาณนี้

Sandisk Sansa Clip+ 4GB

ลองหาข้อมูลแหล่งขายในเมืองไทย รู้สึกว่าจะหายากมาก มีที่ OCZ เอามาขายอยู่ แต่ราคาแพงไปนิดตัดใจซื้อไม่ลง โชคดีที่มีเพื่อนกำลังจะกลับจากอเมริกาพอดี เลยฝากมันหิ้วแบบ 4GB มาตัวนึง ได้มาในราคาไม่ถึง 1,500 บาท

รูปทางซ้ายนี้จะใหญ่กว่าของจริงหน่อยนึง เห็นครั้งแรกยังตกใจว่าเออ เล็กดีแฮะ พอลองแล้วก็ไม่ผิดหวัง คุณภาพเสียงเหนือชั้นกว่า Philips GoGear อยู่หลายขุม (จริงๆ คือลำเอียงอยู่พอสมควร เนื่องจาก Sansa Clip+ ตัวนี้มันเล่นไฟล์ FLAC ได้ :P)

ด้านปุ่มกด, เมนู และการใช้งานก็ออกแบบได้ดี ใช้สะดวกกว่าเครื่องเล่น MP3 ตัวเก่าแบบรู้สึกได้ คอนเฟิร์มว่า Philips ห่วยกว่า(มากกก) เพราะเอาตัวเก่าไปให้เจ้า หมู ที่เครื่องเล่น MP3 พังพอดี เจ้า หมู ยังบอกว่าทำไมมันดูก๊องแก๊งจัง T_T (ย้ำอีกครั้งว่าราคาต่างกันแค่สี่ร้อยบาท เหอๆ)

หน่วยความจำขนาด 4GB ก็ค่อนข้างเหลือเฟือ ขนาดผมใส่ไฟล์ FLAC ล้วนๆ ประมาณ 150 เพลง ก็ยังมีที่ว่างอีกเกือบครึ่ง แต่ถ้าใครมีเพลงเยอะกว่านั้น สามารถเพิ่มหน่วยความจำโดยเสียบการ์ด microSD หรือ microSDHC เพิ่มได้อีก

ฟีเจอร์อื่นๆ ก็มีพวกฟังวิทยุได้, อัดเสียงได้, เสียบกับพอร์ต USB แล้วลากเพลงใส่ได้เลย ไม่ต้องลง driver ให้วุ่นวาย, ฯลฯ

แบตเตอรีก็ค่อนข้างโอเค ชาร์จเต็มแล้วเล่นเพลงได้ประมาณ 15 ชม. เอามาจับคู่กับ Sennheiser CX500 ก็ฟังเพลงขณะเดินทางได้อย่างมีความสุข สรุปว่าเป็น MP3 player ที่ความสามารถและประสิทธิภาพคุ้มค่ากับราคาจริงๆ :)

Pladib Revisited

ไปร้านปลาดิบอีกครั้ง หลังจากที่ไม่ได้ไปมานานมาก (กินบ่อยไม่ได้ เดี๋ยวจน)

เริ่มด้วยเครื่องดื่ม

asahi

ยำทะเลดิบ

ยำทะเลดิบ

สลัดเป็ดย่าง

สลัดเป็ดย่าง

พิซซ่าหน้า spicy salami กับเห็ด

pizza

ทูน่าน้ำมันงา

ทูน่าน้ำมันงา

ปิดท้ายด้วย Hoegaarden

hoegaarden

ครั้งนี้ใช้กล้องคนละตัวกับคราวก่อน ถ่ายในสภาพแสงน้อยได้ดีกว่าเดิม ดูน่ากินขึ้นเยอะ

Sennheiser CX500

รีบอัพก่อนจะดองบล็อกครบสองเดือน =.=

ถอยหูฟังมาใหม่อีกแล้ว เนื่องจากเห็นราคาแล้วอดใจไม่อยู่ ยังคงยึดติดกับแบรนด์ Sennheiser แต่อัพเกรดขึ้นมานิด เป็น Sennheiser CX500 หน้าตาดังรูป

Sennheiser CX500

ไปเยอรมันมาก็จริง แต่หูฟังตัวนี้ซื้อที่เมืองไทย เนื่องจากที่นู่นราคาแพงมาก -*- สำหรับ CX500 ตัวนี้สั่งจากฟอรัม HiFi Market ที่ Overclockzone ราคา 900 บาทถ้วน (ถูกว่า CX200 อีก T_T)

สำหรับเสียงเมื่อเทียบกับ CX200 บอกได้อย่างเดียวว่ากินขาด เนื่องจากตัว CX200 จะเน้นเบสมาก ทำให้เสียงโดยรวมออกขุ่นๆ (รู้สึกได้ชัดเจนเวลาใช้คุยโทรศัพท์ผ่านเน็ต) แต่ CX500 จะให้เสียงค่อนข้างสมดุลทั้งกลาง และสูง ส่วนเบสยังคงเยอะจุใจตามสไตล์ Sennheiser

ข้อดีอีกอย่างคือมันมีที่ปรับเสียงติดมากับสายด้วย ทำให้สามารถเพิ่ม-ลดเสียงได้โดยไม่ต้องควักเครื่องเล่น MP3 ออกมา แต่ข้อเสียก็อยู่ที่ตัวปรับเสียงนี่เหมือนกัน คือถ้าปรับไปจนสุดด้าน Max อาจจะทำให้เสียงออกมาสองข้างไม่เท่ากัน ผมเลยปรับไว้ที่ตรงกลาง แล้วเร่งเสียงที่เครื่องเล่นเอาไว้ให้พอดีๆ จะสามารถปรับเพิ่ม-ลดจากที่ปรับเสียงอีกทีได้

สรุปโดยรวมถูกใจมาก คิดว่าน่าจะได้ใช้ไปอีกนาน :)

Hong Kong Trip 2010

ช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปฮ่องกง ถ่ายรูปมาเยอะแต่ดองไว้นาน เพิ่งจะได้เอามาขึ้น blog ก็วันนี้ ซึ่งครั้งนี้เป็นการมาฮ่องกงหนแรก ไม่รู้อะไรเลย ก็อาศัย blog ของ plynoi เป็น guideline แล้วที่เหลือก็มั่วๆ เอา

เริ่มต้นที่สุวรรณภูมิ รองท้องด้วย เบอร์เกอร์คิง #weloveburgerking

xP1030135

ใช้เวลาไม่นานก็ไปถึง Hong Kong Airport

xP1030145_1

เจอโฆษณา ironman 2

ironman

ภารกิจแรกที่ไปถึงสนามบินคือ มองหาร้านขายซิมใส่มือถือ บอกคนขายว่าเอาซิมที่ใช้แต่ data อย่างเดียว เค้าก็ให้ซิมของ 3 มา (Operator ชื่อว่า 3) เป็น 3G แบบ prepaid เอาใส่ Nexus One ปุ๊บ ตั้งค่า APN เรียบร้อยก็ใช้ได้เลย เป็นประสบการณ์ 3G ครั้งแรกเลยทีเดียว

จัดการเรื่องโทรศัพท์เสร็จแล้วก็ขึ้น Airport Express เข้าสู่ตัวเมือง

xP1030149

พอมาถึงที่พักแถว Tsim Sha Tsui เก็บข้าวของเสร็จ ก็ต้องเข้างานสัมมนาทันที ไม่มีเวลาเที่ยว กว่าจะได้ออกมาอีกทีก็ตอนเย็นแล้ว เดินผ่านถนนสายนักท่องเที่ยว มีร้านบรรยากาศออกแนวเยาวราช

xP1030183

ร้านขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ข้างถนนก็มีเยอะ แต่ใน guide ทั้งหลายจะบอกว่า “อย่าซื้อแถวนี้เด็ดขาด” มีโอกาสโดนต้มสูงมาก

xP1030174

อาหารเย็นวันแรกเป็นต้มเครื่องในอะไรสักอย่าง เรียกไม่ถูก อร่อยดี

xP1030192

ต่อด้วยเมาเท่นดิว ซื้อจาก 7-11

xP1030194

Ootoya ก็มีเหมือนบ้านเรา แต่ไม่รู้ว่าเมนูเหมือนกันหรือเปล่า

xP1030202

เดินไปจนถึงอ่าว เห็นเกาะฮ่องกงอยู่อีกฟาก (ด้านที่ถ่ายคือเกาะเกาลูน)

xP1030212

รถขายไอศกรีม เห็นแล้วนึกถึงหนัง Fallen Angels

xP1030260

ป้ายบอกทางคนเดิน มีอยู่ทั่วไปตามบริเวณที่มีก่อสร้าง

xP1030268

จบวันแรก กลับที่พักใช้ wifi tethering เล่นเน็ตผ่าน 3G ได้อย่างเนียน

xP1030170

วันรุ่งขึ้นมีสัมมนาตั้งแต่เช้าจดเย็น ออกมาเดินได้ก็ตอนค่ำอีกแล้ว เป้าหมายคราวนี้คือ Chungking Mansion

xP1030307

Chungking Mansion เป็นอาคารเก่าแก่ มีทั้งร้านขายค้า และที่พักราคาถูก มีพวกแขกอาศัยอยู่เยอะ และเป็นที่อยู่ของ เหลียงเฉาเหว่ย ในหนังเรื่อง Chingking Express

xP1030308

ข่าวเรื่องประเทศไทยก็มีให้ดูที่ฮ่องกง

xP1030319

แวะไปเดินห้าง Elements เจอร้านที่ขายกล้อง Olympus ด้วย

xP1030340

ลองขึ้นรถไฟใต้ดินของที่นี่ดู สภาพก็สะอาด สว่างไสวดี พอๆ กับบ้านเรา แต่สถานีกว้างขวางและมีร้านขายของอยู่เยอะ

xP1030328

ที่แตกต่างมากคือรถไฟของฮ่องกงมีหลายสาย ครอบคลุมแทบทุกพื้นที่ มีกระทั่งวิ่งลอดอุโมงค์ใต้น้ำเพื่อไปยังอีกเกาะหนึ่ง

xP1030349

ออกมาเจอฝนตกเฉอะแฉะ

xP1030360

ตามถนนจะมีตัวหนังสือบอกให้ระวังรถ

xP1030385

เดินตาม Google Maps บนมือถือ จนมาถึงที่หมายที่ California Tower สังเกตได้ว่าการระบุตำแหน่งโดยใช้ GPS ที่ฮ่องกงนี่จะไม่ค่อยแม่นนักใน step แรก คือการระบุตำแหน่งจาก mobile cell site บางทีห่างจากตำแหน่งจริงไปเป็นกิโล ตรงนี้บ้านเราค่อนข้างดีกว่า แต่ถ้าล็อคตำแหน่งกับดาวเทียมได้ก็จะได้พิกัดแม่นยำดี ถ้าใครคิดจะไปเดินโดยหวังพึ่ง Google Maps อย่างเดียวอาจจะลำบากหน่อย

xP1030386

ซึ่งฝั่งตรงข้ามของ California Tower ที่เมื่อก่อนเคยเป็นร้าน Midnight Express (ที่ Fei Wong ขายอาหารรอบดึกในหนัง Chungking Express) ตอนนี้มันกลายเป็น 7-11 ไปซะแล้ว

xP1030390

ถ่ายรูปจบแล้วก็มุ่งหน้าลงรถไฟใต้ดิน

xP1030394

แวะร้านอาหารรอบดึก สังเกตในทีวีมีข่าวเมืองไทยด้วย

xP1030409

ข้าวเนื้ออบชีส ชามใหญ่มาก สังเกตว่าร้านข้าวในฮ่องกงส่วนใหญ่จะให้ข้าวเยอะแบบนี้เกือบทุกร้าน

xP1030411

จบไปอีกวันนึง กลับที่พัก วันรุ่งขึ้นเป็นสัมมนาวันสุดท้าย เลิกเย็นเหมือนเดิม ออกมาก็มืดแล้ว ไปเดินแถว Avenue of Stars ที่มีแสดงแสงสีเสียง แต่ดูแล้วก็เฉยๆ ไม่น่าสนใจนัก มาดูรอยมือคนดังน่าสนใจกว่า

xP1030477

รูปปั้น Bruce Lee ขนาดเท่าตัวจริง คนต่อคิวถ่ายรูปเยอะมาก

bruce lee

Starbucks มีแทบทุกมุมถนน พอๆ กับ McDonald

xP1030493

บรรยากาศริมน้ำ

xP1030498

ถนนบนเกาะฮ่องกงยามค่ำคืน ไม่ค่อยมีรถวิ่ง

xP1030552

วันรุ่งขึ้นไม่มีสัมมนาแล้ว ได้ออกมาถ่ายรูปเวลากลางวันได้เสียที

xP1030589

พี่ที่ไปด้วยกันพาไปกินติ่มซำ

xP1030591

โฆษณาอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 1000M ขณะที่บ้านเรายังโฆษณา 4M กันอยู่เลย

xP1030613

แวะชม Hong Kong Museum of Art ไม่ค่อยมีอะไรมาก เป็นพวกหม้อไหจานชาม ตัวอักษรจีน ซะเยอะ

xP1030626

ธนาคารกรุงเทพ สาขาฮ่องกง

xP1030639

ตามตรอกซอกซอยในเกาะฮ่องกง บางที่ก็มี Graffiti แบบนี้เหมือนกัน

xP1030647

ลักษณะของเกาะฮ่องจะเป็นภูเขา ถ้าเดินลึกเข้าไปในเกาะ ก็จะเหมือนเดินขึ้นเขา เดินไปเดินมาทะลุไปเจอตลาดสด

xP1030648

ป้ายหน้าร้านเชิญชวนให้อุดหนุนมาก

xP1030659

เดินมาถึงพิพิธภัณฑ์ ดร.ซุนยัดเซ็น

xP1030678

ที่มาถึงที่นี่เพราะอย่างอื่นไม่รู้จะไปเดินดูอะไร และเพิ่งดูหนัง “5 พยัคฆ์พิทักษ์ซุนยัดเซ็น” ก็เลยมาเดินดูเอาความรู้ ภายในจะมีจัดแสดงประวัติ ดร.ซุนยัดเซ็น และเหตุการณ์การปฏิวัติ เป็นแบบพิพิธภัณฑ์ทั่วไป ไม่มี multimedia อะไรหรูหรา (ข้างในห้ามถ่ายรูป)

xP1030674

ออกมาแล้วก็แวะขึ้นรถรางชมวิว

xP1030699

ลงจากรถราง ผ่านไปเจอตึกนี้เข้าพอดี

xP1030709

ที่นี่คือตึก Police Headquarter (เห็นแล้วนึกถึงหนัง Infernal Affairs)

xP1030706

ลงรถไฟฟ้าไปต่อที่ Tung Chung กะว่าจะขึ้นกระเช้าไปดูพระพุทธรูปใหญ่ แต่สภาพอากาศไม่เป็นใจ

xP1030721

ทำให้มีเวลาเหลือก่อนจะกลับไปที่สนามบิน ตอนนี้ก็เลยหาของกินที่ outlet ใกล้ๆ

xP1030729

ที่ outlet ก็มีของแบรนด์เนมทั่วไปอย่าง Citychain, Adidas, Nike ฯลฯ ไม่มีอะไรน่าสนใจมาก

xP1030760

นั่งรถไฟฟ้าไปสนามบินเพื่อเตรียมตัวกลับ ข้อดีของฮ่องกงคือ เราสามารถ check in ล่วงหน้าได้ที่สถานีรถไฟฟ้าในตัวเมือง ทำให้สามารถเดินเที่ยวได้โดยไม่ต้องแบกกระเป๋าหนัก

shopping carts

บริเวณที่รอขึ้นเครื่องมีเต้าเสียบให้ชาร์จ laptop, มือถือ ได้ด้วย สุวรรณภูมิน่าจะเอาเป็นตัวอย่าง

charging point

ที่นั่งบนเครื่องว่างเยอะมาก เพราะขากลับเป็นช่วงที่มีเคอร์ฟิวพอดี แต่กลับถึงสุวรณภูมิก็เรียกแท็กซี่ไปส่งบ้านได้ปกติ แค่ห้ามแวะกลางทาง

xP1030802

จบแล้ว รูปที่เหลือดูได้จาก Flickr set : Hong Kong 2010

มิตรใหม่ อาหารยูนนาน

มื้อสุดท้ายที่เชียงใหม่ จบลงที่ร้าน มิตรใหม่ อาหารยูนนาน เป็นร้านแนวคนจีนแก่ๆ พาครอบครัวมากิน ไม่เหมาะกับวัยรุ่นสักเท่าไหร่

บรรยากาศหน้าร้าน

มิตรใหม่

สั่งชาร้อน จะมาให้เป็นกาแบบนี้

tea

ผัดผักกับแฮมยูนนาน

ผัดผักกับแฮมยูนนาน

ต้มผักโขม

ต้มผักโขม

กับข้าวให้ปริมาณค่อนข้างเยอะ ทำให้ถ้ามาแค่สองคนจะสั่งหลายอย่างไม่ได้ ไม่งั้นกินไม่หมด ก็เลยมีแค่สองอย่าง กินกับข้าวสวย รสชาติอาหารอร่อยแปลกลิ้นดี เสียตรงที่ว่าช้ามาก สั่งกับข้าวไปสองอย่างต้องรอเกินครึ่งชั่วโมงกว่าจะได้ ทั้งๆ ที่มีลูกค้าแค่ 2-3 โต๊ะ

พิกัดร้านอยู่บนถนนราชมรรคา ใกล้ประตูท่าแพ


ดู Chiangmai ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

ศรีสุแพรว

ทริปทัวร์กิน ณ เชียงใหม่ ยังไม่จบ คราวนี้ย้ายทำเลไปแถว มช. กันบ้าง เป็นร้านห้องแถวคูหาเดียว อยู่ด้านหลัง มช. ชื่อร้าน ศรีสุแพรว

ดูจากหน้าร้านก็เป็นร้านอาหารธรรมดา มีขายเหล้า เบียร์ บุหรี่ ตอนที่ไปก็มีฝรั่งมานั่งกินเบียร์กันตั้งแต่ตอนบ่าย

ภายในร้าน

เมนูนี้ที่ร้านเรียกว่า เนื้อฟองดู แต่พอสั่งมาแล้วก็สงสัยว่ามันฟองดูยังไง

เนื้อฟองดู

ที่ร้านจะเอาเตาไฟฟ้ามาตั้งน้ำมันแล้วให้เราเอาเนื้อที่หมักแล้วลงทอดเอง

เนื้อในน้ำมัน

จะเอาผักบุ้งลงทอดด้วยก็ได้ ระวังน้ำมันกระเด็นด้วย

ผักบุ้ง

ทอดสุกออกมาแล้วก็จะได้ประมาณนี้ ป้าคนขายบอกว่าที่จริงแล้วจะให้ที่ร้านทอดให้ก็ได้ ถ้าเกิดว่าขี้เกียจทอดเอง

เนื้อสุก

อันนี้เมนูเสริม เป็นกบทอดกระเทียม กรุบๆ ดี รสชาติคล้ายๆ ไก่

กบทอดกระเทียม

รวมๆ แล้วรสชาติก็โอเค ไม่ถึงกับพลาดไม่ได้ คิดเสียว่ามาลองทอดเนื้อกินเอง

พิกัดร้านอยู่บนถนนสุเทพ หลัง มช.


ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

มีแถมอีกนิด ขี้เกียจแยกเป็นอีก entry นึง

ร้านของกรมปศุสัตว์ อยู่ตรงข้ามกับสวนสัตว์เชียงใหม่ มีขายผลิตภัณฑ์จากนม ทั้งนมกล่อง นมถุง และไอศกรีม

นม

ที่ลองคราวนี้คือ ไอศกรีมนม มีให้เลือกเฉพาะรสเบสิกหน่อยอย่าง รสวานิลลา รสช็อกโกแลต

ไอศครีมนมสด

แต่กินแล้วผิดหวัง นึกว่าจะมีรสนมเข้มข้น แต่กลายเป็นเหมือนมีส่วนผสมของครีมกับนมน้อยเกินไป เลยรู้สึกเหมือนกินไอศกรีมราคาถูก (จริงๆ แล้วมันก็ราคาถูกน่ะแหละ) แนะนำว่าถ้าอยากลองไอศกรีมรสนมอร่อยๆ ให้กิน Um…Milk ของฟาร์มโชคชัยดีกว่า อร่อยกว่าเยอะ

Hinlay

ร้านต่อไปในเชียงใหม่ที่แนะนำคือร้าน Hinlay เป็นอาหารฟิวชั่น แนวอินเดีย+พม่า

ป้ายหน้าร้าน

Welcome

ร้านขนาดไม่ใหญ่นัก แต่จัดบรรยากาศได้ดีมาก อยู่ติดกับสวน มีต้นไม้ร่มรื่นดี

curry house

สำรวจเมนู

menu

Mango Chutney (ไม่รู้ว่าภาษาไทยเรียกว่าอะไร)

Mango chutney

โรตี เอาไว้กินกับอย่างอื่น (หรือจะสั่งข้าวก็ได้)

Roti

สลัดอะไรสักอย่าง

salad

แกง Hinlay เนื้อ

Hinlay

ผักโขม

spinach

Rogun Josh อันนี้เป็นเนื้อแพะ (หรือว่าแกะก็ไม่รู้)

Rogun Josh

Vindaloo ถ้วยนี้เป็นหมู

Vindaloo

อาหารส่วนใหญ่จะเป็นแนวแกงกะหรี่ หอมเครื่องเทศเข้มข้น ถึงจะดูหน้าตาคล้ายๆ กัน แต่ว่าแต่ละอย่างก็อร่อยแตกต่างกันไปคนละแบบ ราคาไม่แพง ถือเป็นร้านแนะนำเลยสำหรับคนที่กินเครื่องเทศและเนื้ออื่นๆ ได้

พิกัดร้านอยู่แถววัดเกตุ เปิดวันจันทร์-เสาร์ ปิดวันอาทิตย์


ดู Chiangmai ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

Artist Cloud

ไปเจอเว็บ Last.fm Tools เป็นเว็บที่เอาข้อมูลการฟังเพลงจาก Last.fm ของเรามาทำ visualize สวยๆ

ลองใช้งาน Artist Cloud ดู (ศิลปินที่ฟังบ่อย)

อันที่เป็นตัวคันจิใหญ่ๆ นั่นคือ Shiro Sagisu คนทำ soundtrack ของ Evangelion

ไก่ทอดเที่ยงคืน

ร้านอาหารรอบดึกขึ้นชื่ออีกร้านหนึ่งของเมืองเชียงใหม่ มีความพิเศษตรงที่เปิดขายตอนเที่ยงคืน ทำให้วันที่คิดจะกินร้านนี้ ต้องพยายามกินข้าวเย็นให้น้อยสักนิด จะได้มีพื้นที่ในท้องเหลือพอสำหรับมื้อดึก

ตอนที่ไปถึงร้านเพิ่งเปิดขายพอดี อาหารที่ขายในร้านเป็นของทอดทั่วไป กินกับน้ำพริกหนุ่มและข้าวเหนียว

จานแรกเป็นไก่ทอดกับไส้อั่ว

ไก่ + ไส้อั่ว

ไส้อ่อนทอดสำหรับคนนิยมเครื่องใน กินแล้วกรุบๆ ดี

ไส้อ่อน

หมูสามชั้นทอด เพิ่มปริมาณไขมันยามดึก

หมูสามชั้น

ผัก และน้ำพริก

ผัก + น้ำพริก

ผู้ร่วมอุดมการณ์

theniw + sweetener

รวมๆ แล้วรสชาติอาหารก็อร่อยดี แต่ไม่ถึงกับเลิศอย่างที่หวัง (และเคยได้ยินเสียงร่ำลือมา) ถ้าชอบกินของทอด ไม่กลัวอ้วน ชอบน้ำพริกหนุ่ม น่าจะหาโอกาสลองไปชิมดู

พิกัดร้านอยู่บนถนนกำแพงดิน ตรงนั้นจะมีอยู่สองร้าน ขายของแบบเดียวกัน ของแท้ให้สังเกตว่าจะมีคนต่อคิวซื้อกลับไปกินที่บ้านเยอะกว่า


ดู Chiangmai ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

อ๋องทิพย์รส

อาหารรอบดึกขึ้นชื่อในเชียงใหม่ที่ได้มีโอกาสไปลองชิมในครั้งนี้ ที่แรกคือร้านอ๋องทิพย์รส

หน้าร้านมีป้ายชื่อ อ๋องทิพย์รส ชัดเจน

อ๋องทิพย์รส

ร้านนี้มีชื่อเล่นที่คนเรียกกันคือ ก๋วยเตี๋ยวหัวนม เพราะว่าลูกชิ้นที่นี่เป็นลูกชิ้นปลาลูกเล็กๆ ขนาดใหญ่กว่าเม็ดบัวลอยสักหน่อย

อันนี้เป็นเส้นหมี่ลูกชิ้น

เส้นหมี่ลูกชิ้น

ร้านนี้รสชาติของอาหารก็ธรรมดาไม่ได้โดดเด่นอะไร แต่จุดขายของร้านคือวิธีรับออเดอร์ของเจ้าของร้าน ที่ใช้ภาษาไม่เหมือนใคร พยายามฟังจับใจความก็ฟังไม่ออก คาดว่าเป็นภาษาที่พัฒนาขึ้นมาใช้เองในร้านสำหรับรับออเดอร์โดยเฉพาะ

อยากลองไปฟังดู เชิญที่พิกัดด้านล่าง


ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

ข้าวซอยอิสลาม

ห่างหายไปหลายวัน กลับมาบล็อกเรื่องของกินที่เชียงใหม่ต่อ

นอกจากข้าวซอยแม่สายที่ได้กินไปในมื้อก่อนแล้ว ก็มีข้าวซอยอีกสูตรหนึ่งที่มีคนแนะนำมา นั่นคือร้านข้าวซอยอิสลาม ตั้งอยู่แถวๆ ถนนเจริญประเทศ ซอย 1

บรรยากาศภายในร้านดูบ้านๆ

ร้านข้าวซอยอิสลาม

อันนี้เป็นข้าวซอยเนื้อ จุดแตกต่างจากข้าวซอยทั่วไปคือ ไม่มีกะทิ และน้ำซุปจะมีรสชาติของเนื้อเข้มข้น

ข้าวซอยอิสลาม

เครื่องเคียงตามมาตรฐาน

เครื่องเคียง

เป็นร้านอิสลามก็ต้องมีข้าวหมกให้สั่งด้วย จานนี้เป็นข้าวหมกแพะ

ข้าวหมกแพะ

ที่สั่งมาสองอย่าง ก็อร่อยทั้งสองอย่าง แต่เนื่องจากต้องการเก็บท้องไว้กินร้านอื่นต่อ เลยต้องจำใจหยุดไว้แค่นี้

พิกัดร้านตามแผนที่ด้านล่าง


ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

ต๋อง อาหารเมือง

หลังจากที่ไปกินข้าวซอยกันในบล็อกคราวที่แล้ว ก็ขี่มอเตอร์ไซค์ต่อ มาทำภารกิจที่คนมาเที่ยวเชียงใหม่ส่วนใหญ่ต้องกระทำกันคือ ไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์อันเป็นหน้าเป็นตาของจังหวัดที่สวนสัตว์เชียงใหม่

หลินปิง

เจ้าหน้าที่บอกว่า ช่วงบ่ายหลินปิงจะเอาแต่นอน ไม่ค่อยทำอะไร ถ้ามาช่วงเช้าจะมีอะไรให้ดูมากกว่า

ออกจากสวนสัตว์มาตอนเย็น ถึงเวลาหาของกิน มื้อนี้ก็ทำตามคำแนะนำของบ้านอ้ายหล้า ที่บอกว่า อาหารเมืองอร่อยๆ ให้ไปที่ร้านต๋อง ถนนนิมมานฯ ซอย 13

เมนูแรกคือ ออเดิร์ฟเมือง สั่งจานเดียวได้หลายอย่างดี

ออเดิร์ฟเมือง

ลองดูแบบครบๆ จะมีทั้งผักลวก ไส้อั่ว แคปหมู จิ้น ไข่ต้ม หมูยอ มาพร้อมกับน้ำพริกให้เลือกจิ้ม

ออเดิร์ฟเมือง

มีผักสดให้กินเป็นเครื่องเคียง กรอบ เย็น และสดดี

ผัก

จานนี้คือ ส้าเนื้อสะดุ้ง จะออกกึ่งสุกกึี่งดิบ มีรสเลือดเข้มข้น

ส้าเนื้อสะดุ้ง

อันนี้ชื่อว่า แกงแคเห็ดถอบ เป็นเห็ดแบบที่ไม่เคยเห็นในเมืองกรุง (ถ้าใครรู้ว่าในกรุงเทพ มีขายที่ไหนโปรดแจ้งด้วย จะเป็นพระคุณ)

แกงแคเห็ดถอบ

ดูเห็ดถอบกันชัดๆ

แกงแคเห็ดถอบ

ลักษณะของเห็ดถอบ จะเป็นลูกกลมๆ เคี้ยวแล้วกรุบๆ ในแกงถ้วยนี้พอเคี้ยวเห็ดให้แตก จะมีน้ำแกงร้อนๆ ไหลออกมาด้วย

ที่ร้านจะมีทั้งส่วนที่นั่งในร้าน และที่นั่งในสวน บรรยากาศคล้ายๆ พวกร้านอาหารริมถนนนราธิวาส แต่อาหารอร่อยกว่า และราคาถูกกว่ากันประมาณครึ่งนึง

ปิดท้ายด้วยพิกัดร้าน ตามแผนที่ด้านล่าง


ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

ข้าวซอยแม่สาย

ข้าวซอยแม่สาย เป็นร้านข้าวซอยเล็กๆ อยู่ไม่ไกลจากบ้านอ้ายหล้าที่ไปพัก ไม่แน่ใจว่าเป็นร้านชื่อดังหรือเปล่า เพราะไม่เห็นมีพวกนักท่องเที่ยวมากินนัก ลูกค้าส่วนใหญ่ก็ดูจะเป็นคนในท้องที่ แต่ตอนที่ถามที่บ้านอ้ายหล้าว่า อยากกินข้าวซอยอร่อยๆ เค้าก็แนะนำให้มาที่นี่

ร้านนี้มีทั้งข้าวซอยเนื้อ และข้าวซอยไก่ให้เลือก

ข้าวซอยเนื้อ

หรือถ้าใครอยากจะกินขนมจีนน้ำเงี้ยวก็มีเหมือนกัน (แต่ไม่ได้สั่ง เพราะเป้าหมายหลักของมื้อนี้คือข้าวซอย)

ข้าวซอยไก่+เนื้อ

รสชาติก็จัดว่าอยู่ในขั้นอร่อยกว่าข้าวซอยทั่วๆ ไปที่เคยกิน ราคาก็ไม่แพง

เครื่องเคียง

ใครอยากลองชิม ก็ลองกันดูได้ แผนที่ตามนี้เลย


ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

Banilah, Chiang Mai

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีโอกาสลาพักร้อน หนีไปเที่ยวเชียงใหม่ในช่วง low-season จากที่ก่อนหน้านี้เคยมาเที่ยวตัวเมืองเชียงใหม่แล้ว 2-3 ครั้ง ต่างโอกาสกันไป (ครั้งล่าสุดก็ตอนปี 2008)

ครั้งนี้เดินทางจากกรุงเทพ ด้วยรถนอน gold class จากนครชัยแอร์ (เกือบจะหรู ถ้าหรูสุดต้อง first class แพงกว่ากัน 200 บาท) รถออกจากกรุงเทพ 22.00 ถึงสถานีอาเขต เชียงใหม่ประมาณ 7 โมงเช้า

ที่พักที่จองไว้ เป็น guesthouse เล็กๆ ที่ @bact แนะนำมา อยู่หลังโรงเรียนโสตศึกษา ชื่อว่า บ้านอ้ายหล้า (Banilah) นั่งรถแดงจากสถานีอาเขตไม่นานก็ถึง (พิกัด ใน Google Maps)

บ้านอ้ายหล้า

ตัวตึกมีสามชั้น มีห้องพักทั้งแบบเตียงเดี่ยว เตียงคู่ ห้องแอร์ ห้องพัดลม ราคาตั้งแต่คืนละ 300-600 บาท

บ้านอ้ายหล้า

ในห้องมีทีวี ที่แขวนเสื้อ โต๊ะ โคมไฟ ถังขยะ ห้องน้ำให้ครบครัน สะอาดและเป็นระเบียบดี มีถังขยะแยกของรีไซเคิลด้วย

บ้านอ้ายหล้า

ด้านหน้าเปิดเป็นร้านกาแฟเล็กๆ มีอาหารเช้า กาแฟ wifi และแมวอีกหลายตัว!

บ้านอ้ายหล้า

เจ้าของที่พักและทีมงานเป็นกันเองดี แนะนำที่กินที่เที่ยว บริการโทรเรียกรถมอเตอร์ไซค์ รถตุ๊กๆ ให้ด้วย

Cat

ใครสนใจลองไปดูได้ที่เว็บ Banilah.com

QR Code Bookmarklet

บางโอกาสที่อยากจะเปิดหน้าเว็บที่เปิดอยู่ในปัจจุบันดูในมือถือบ้าง แต่เนื่องจากการพิมพ์ URL ลงในมือถือก็ไม่ใช่เรื่องสนุก วิธีที่เคยทำคือ ใช้วิธีย่อ URL ด้วยบริการอย่างพวก bit.ly แล้วพิมพ์ URL ย่อๆ เอา ซึ่งก็ลดจำนวนตัวอักษรที่ต้องพิมพ์ไปได้เยอะ

วันนี้คิดออกอีกวิธีนึงคือ แปลง URL ปัจจุบันให้กลายเป็น QR code ซะ แล้วเอากล้องมาอ่าน ก็จะง่ายดี

วิธีแปลง URL ให้กลายเป็น QR code ได้แบบง่ายๆ คือทำเป็น bookmarklet (โดยใช้บริการสร้าง QR code ของ kaywa.com) ได้ bookmarklet มาตามนี้ ลากไปใส่ใน bookmark toolbar ได้ทันที (คนที่อ่าน blog นี้จาก feed reader อาจจะไม่เห็น)

QR Code

code สั้นๆ สำหรับผู้สนใจ
javascript:document.location='http://qrcode.kaywa.com/img.php?s=8&d='+encodeURIComponent(document.location)

400 Bad Request on Prachatai

หลายคนที่เข้าเว็บประชาไทไม่ได้ มักจะมาจาก 2 สาเหตุหลักๆ คือ

  1. เข้าผ่านทางโดเมน prachatai.com, prachatai.net, prachatai.info, prachatai1.info, prachatai2.info ซึ่ง ศอฉ. บล็อกไปหมดแล้ว เนื่องจากมีเนื้อหาขัดต่อความมั่นคงของ ศอฉ. และรัฐบาล

    วิธีแก้ : เข้าผ่านทาง prachatai3.info หรือถ้าอันนี้โดนบล็อกอีก ก็คงจะเดาได้ว่าให้ลองเข้า prachatai4.info ดู คิดว่าเครื่องบล็อกเว็บของกระทรวงไอซีที ไม่สามารถบล็อกเป็น regular expression /prachatai\d*\.(com|net|info)/i ได้

  2. เข้ามาแล้วเจอข้อความ “400 – Bad Request” ซึ่งเท่าที่บอกต่อๆ กันมาคือ วิธีแก้ให้ไปลบ cookie ของ web browser ทิ้งซะ แล้วจะเข้าได้ (แต่พอเข้าได้สักพัก ไม่นานก็จะเจอปัญหานี้อีก) คาดว่าปัญหามาจากปัญหาเทคนิคการจัดการ cookie ของเว็บประชาไทที่ไม่ครอบคลุมพอ อาจจะด้วยความต้องการป้องกัน DoS หรือลดจำนวนโหลดที่เข้าสู่ server หรืออะไรก็ตาม

    วิธีแก้ : ตั้งค่าให้ web browser ไม่รับ cookie จากเว็บประชาไท ตามวิธีด้านล่าง

ตัวอย่างนี้ใช้ Firefox เป็นตัวอย่าง สำหรับ web browser อื่น คงทำได้คล้ายๆ กัน หรือถ้าใช้ Internet Explorer อยู่ แนะนำให้ดาวน์โหลด Firefox มาใช้แทน

ขั้นแรกก็เข้าไปที่ ปรับแต่ง > ความเป็นส่วนตัว แล้วคลิกที่ ยกเว้น

firefox - ความเป็นส่วนตัว

จากนั้นก็ใส่โดเมนที่เราไม่ต้องการรับ cookie เข้าไป แล้วเลือก “บล็อก”

ยกเว้น - คุกกี้

ต่อไปเวลาเข้า ก็จะไม่เจอ 400 – Bad Request อีก

Evangelion 2.22 : You Can (Not) Advance

จากที่เคยเขียนเรื่อง Evangelion 2.0 : You Can (Not) Advance ซึ่งเป็นตอนที่สองในซีรีย์ Rebuild of Evangelion ไปเมื่อปีที่แล้ว เกือบหนึ่งปีผ่านไป ในที่สุดมันก็ออก DVD / BluRay มาขายแล้ว ในชื่อว่า “Evangelion 2.22

ด้วยพลังของอินเทอร์เน็ตและ bittorrent ทำให้แฟน Evangelion ชาวไทย (และชาติอื่น) สามารถหาไฟล์คุณภาพสูงมาดูได้ในเวลาอันรวดเร็ว ไม่ต้องทนดูหนังซูม ภาพไม่ชัด ไม่มีซับอีกต่อไปแล้ว

ต่อไปนี้ เป็น spoil หากใครยังไม่อยากรู้เนื้อเรื่อง โปรดปิดหน้านี้ซะ!

Evangelion 2.22 : EVA-05

สาวแว่น Mari ตัวละครใหม่ กับ Eva-05

Evangelion 2.22 : EVA-00

EVA-00 วิ่งหน้าตั้ง

Evangelion 2.22 : Mari

ฉากแรกที่ Mari ได้เจอกับ Shinji

Evangelion 2.22 : EVA-03

EVA-03 ที่โดนควบคุมโดยเทวทูต และมีอาสึกะอยู่ข้างใน!

Evangelion 2.22 : Gendo

เกนโด ในสภาพเปื้อนเลือดไปครึ่งตัว

Evangelion 2.22 : Berserk

EVA-01 กลายเป็นตัวแดงแรงสามเท่าไปแล้ว

สิ่งที่สังเกตได้จากการดูภาพเนียนๆ มีซับให้อ่านคราวนี้

  • Pilot ผู้หญิงทั้งสามคน มีชื่อว่า Ayanami, Shikinami, Mikanami ตามการตั้งชื่อเรือรบของญี่ปุ่น
  • อาสึกะชอบชินจิอย่างเห็นได้ชัด
  • เรย์อยากให้ชินจิกับพ่อคืนดีกัน
  • สิ่งที่คาจิเอามาให้เกนโดในต้นฉบับ เป็นตัวอ่อนของอดัม แต่ในเวอร์ชันนี้ เป็นสิ่งที่ถูกเรียกว่า “Key of Nebuchadnezzar” (กุญแจสู่ยานของมอร์เฟียสงั้นเรอะ?)
  • หอกลองจินุส หน้าตาไม่เหมือนเดิม

ที่แน่ๆ จากเมื่อก่อน ถ้าถามว่าชอบตัวละครไหนของ Evangelion มากที่สุด จะตอบว่า Rei หรือ Asuka ก็ไม่ค่อยเต็มปาก เพราะว่าชอบทั้งคู่พอๆ กัน แต่ในตอนนี้มีคำตอบแล้วว่า ต้องเป็น Mari Illustrious Makinami เท่านั้น! สาวแว่นสุดยอด!

One Manga Downloader Now Supports Series Hosted on 1000manga.com

As you may have noticed recently, onemanga.com has removed some of their series from the site e.g. Vagabond and Zetman due to license issue. They did it by removing all links from the manga page.

However, today I just found that instead of just removing the links from the manga page, they now provides a link to their sister site (say 1000manga.com) which is still hosting the manga I mentioned above.

Luckily, the code on 1000manga.com is almost the same as onemanga.com so I tweaked the script to automatically download the file from 1000manga.com if it has to do so.

So here’s the updated One Manga Downloader. Enjoy reading your favorite mangas!

P.S. Many thanks to the One Manga team for providing and maintaining all those high quality scans :)

Wide angle lens

หลังจากที่ตอนปลายปีที่แล้วซื้อกล้อง Panasonic Lumix GF-1 มาใช้แล้ว ตั้งใจกับตัวเองว่า ถ้ายังผ่อนไม่หมดก็จะยังไม่ซื้อเลนส์เพิ่ม ส่วนหนึ่งก็เพราะเลนส์ Pancake 20mm/f1.7 ที่แถมมาด้วยนั้น ใช้งานได้ดีมากอยู่แล้ว

แต่ด้วยความ obsess กับการถ่ายรูปมุมกว้าง ก็เลยอยากได้เลนส์สักตัวที่ถ่ายได้กว้างๆ หน่อย ซึ่งในตระกูล Micro 4/3 ตอนนี้มีให้เลือกอยู่สองตัวคือ Panasonic Lumix 7-14mm 1:4 กับ Olympus M.Zuiko 9-18mm 1:4-5.6

ตัวแรก spec ดีกว่า ภาพออกมาสวยกว่า ได้มุมกว้างกว่า ส่วนตัวหลัง เล็กกว่า เบากว่า ใส่ filter ปกติได้ และถูกกว่าพิจารณาปัจจัยหลายอย่างแล้ว ก็ไปจบลงที่ Olympus 9-18mm ด้วยเหตุผลหลักเลยคือเรื่องราคา

Olympus 9-18

มีรีวิวเลนส์ตัวนี้ที่ DPreview ด้วย

ตัวอย่างภาพ

xP1030802

xP1030648

xP1030356

xP1030652

ที่ดูเหมือนมี vignette นั่นตั้งใจให้มันมีมาจากตอน process RAW อยู่แล้ว ไม่เกี่ยวกับคุณภาพเลนส์แต่อย่างใดนะ

Semper Fidelis

I am not a student of history nor have ever wished to be one. I lack background knowledge so required to judiciously analyze current event. Moreover, I cannot faithfully say that I understand their desire, their hatred nor their anger. You can be assured that you won’t find any attempt in justifying nor rationalizing the course of current event here. I won’t bother condemn nor praise any decision nor anybody.

I won’t contemplate for tomorrow what the government should do, what the red-shirt should do or what all of us should do. That is something already fallen into the good hands of several intellectual and spiritual leaders of our community.
What I know is that these unfortunate, unsought and unmindful events ultimately are something to which I will look back ruefully; because I undeniably take at least some responsibility in nourishing it. Yes, I used to support what yellow-shirts did and, now, red-shirts are doing something similar or so.

Yet again, remorse is not what I want to share with you today. All I yearn to do is to make a wish. I wish that I know a path, a particular one that will bring us all to a philosophical society, a society that treasures understanding of other and us at the top virtue. I sincerely believe that if we understand them, there will be no more them; it will be just us. We won’t see them as someone else but a fellow Thai people who simply wish for well-being. We won’t utter belligerent tone that separates them from us. We won’t call them non-Thai, unpatriotic, wretched soul or any things of sort.

I will brand myself a hypocrite if I don’t admit that, right now, while punching a keyboard, a big portion of my thought still hate them, don’t understand them and wish them all hell. Ironically, even though we call ourselves “homo sapiens”, i.e., “wise men”, we still act out of clouded judgment, or worse, purely instinct. However, I hope, faithfully, truly, and constantly that someday, I will find the path that would make me someone I wish I should be.

Always Faithful,
Nattee Niparnan

แล้วฝนก็ไม่ตกลงมา แล้วปาฏิหารย์ก็ไม่มีจริง…

บันทึกวันพุธที่ 19 พฤษภาคม 2553
 
เมื่อทางรัฐบาลได้ตัดสินใจรุกคืบทำการคืนพื้นทีตรงลุมพีนีอย่างจริงๆจัง เวลา 13:45 น. ทางแกนนำเสื้อแดง โดยเริ่มจากนายจตุพร ตามด้วยนายณัฐวุฒิ ได้ขึ้นมาเจรจายุติการชุมนุม และอ้อนวอนให้ประชาชนเดินทางกลับ หลังจากนั้นก็ได้ไปมอบตัวที่สถานีตำรวจแห่งชาติ
 
ดีใจจัง… เรื่องมันจะจบแล้วใช่มั้ย ทำไมไม่ทำแบบนี้ตั้งนานนะ ในเมื่อคุมคนไม่อยู่ เหตุการณ์บานปลายขนาดนี้ ก็ควรจะเลิกตั้งนานแล้วนะ… แต่ก็ยังดี ดีกว่าไม่เลิก.. ดีใจๆ เสาร์อาทิตย์นี้คงจะได้ไปเดินเล่นสยามของเราแล้วใช่มั้ย.. อยาก shopping จังเลย….
 
ผ่านไปได้ซักพัก มีรายงานว่าประชาชนบางกลุ่มก็เริ่มเดินออก แต่ก็มีเสียงปืนไม่ขาดสาย แต่บางกลุ่มก็ไม่ยอมถอย ยังคงเดินหน้าปักหลักตรงนั้นต่อไป… และแล้วเวลาประมาณบ่ายสาม กลุ่มที่ไม่ยอมเลิก ก็จุดไฟเผาห้าง Central World… ผ่านไปหกชม ตอนนี้ไฟลามถึงชั้นบนสุดแล้ว เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปดับไฟได้ เนื่องจากยังมีการยิงกันไม่ขาดสายบริเวณนั้น… นอกจากนั้น ยังมีการจุดไฟเผาสถานที่สำคัญอีกหลายที่ เช่น โรงหนังสยาม ตลาดหลักทรัพย์ สถานีโทรทัศน์ช่องสาม.. ธนาคารหลายๆสาขาโดนบุกรุกทำลาย…
 
เสียใจจัง… การเผาบ้านเผาเมือง บุกรุกสถานที่สำคัญ ทำกันไปทำไม… ไม่ได้ดั่งใจแล้วทำลายข้าวของ… เห็นสถานที่ที่เคยไปบ่อยๆอย่าง CTW ถูกเผาทำลายแล้วมันเสียใจ โกรธ… ถ้าเป็นคนดี คงไม่ทำให้คนอื่นเค้าเดือนร้อน คงไมทำร้ายคนไทยกันเอง คงไม่ทำลายทรัพย์สินที่ไม่ใช่ของเรา… พรุ่งนี้ตื่นขึ้นมา จะมีกี่คนที่จะไม่มีที่ทำงาน จะมีอีกกี่คนที่จะตกงาน แล้วจะมีอีกกี่คนที่ต้องล้มละลาย สิ้นเนื้อประดาตัว… เพียงเพราะการกระทำของคนเพียงบางกลุ่ม ที่อาจทำไปเพราะอารมณ์โดยชั่ววูบ หรือเลวโดยสันดาน…
 
ภาวนาให้ฝนตก เผื่อมันจะช่วยดับไฟที่กำลังเผาไหม้ เผื่อมันจะช่วยทำให้ใจของคนเราเย็นลง เผื่อมันจะช่วยทำให้อะไรๆมันดีขึ้น…. แต่แล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีฝน…
 

Diet Diary #53 — #69

Last two weeks were very busy one for me. I DID keep track of my weight but couldn’t record my eating. Eating time is totally lost. Here is the best that my memory could serve.

1 May 2010, Sat

morning weight: 82.0 kg

completely lost track of meals.


2 May 2010, Sun

morning weight: 82.3 kg

BF: 2 Bananas + water
Lunch: ข้าวราดแกง
Dinner: นิตยาไก่ย่าง

Bo’s father-side grandma passed away today.


3 May 2010, Mon

morning weight: 82.6 kg

BF: 2 Bananas + water
Lunch: can’t remember
20:00 Dinner: กระเพาะปลา @ grandma’s funeral.

The first day of funeral. Today is also a substitute for Mayday so Bo was could help with the funeral for the whole day. Government section (including Chula U) is on a working day.


4 May 2010, Tue

morning weight: 82.7 kg

BF: 2 Bananas + water
Lunch: can’t remember
20:00 Dinner: ก๋วยจั๊บ @ grandma’s funeral.


5 May 2010, Wed

morning weight: 82.0 kg

BF: 2 Bananas + water
Lunch: Salad
20:00 Dinner: เกี้ยวน้ำ @ grandma’s funeral.


6 May 2010, Thu

morning weight: 81.6 kg

BF: 2 Bananas + water
Lunch: Salad
20:00 Dinner: ข้าวต้มหมู @ grandma’s funeral.


7 May 2010, Fri

morning weight: 81.5 kg

BF: 2 Bananas + water
Lunch: Salad
17:30 Dinner: โต๊ะจีน @ grandma’s funeral.

This day was กงเต๊ก day for grandma. The ceremonial ended at almost midnight.


8 May 2010, Sat

morning weight: 81.2 kg

BF: 2 Bananas + water
Lunch: โต๊ะจีน @ grandma’s funeral.
Snack: ซาลาเปา, บัวลอย
Dinner: ครัวกลางกรุง (Big Meal)

Burial ceremony at สระบุรี took the entire day since the morning. We left mourning ceremony traditionally at the end of the day.


9 May 2010, Sun

morning weight: 82.0 kg

BF: 2 Bananas + water
Lunch: โต๊ะจีน @ grandma’s funeral.
Snack: ซาลาเปา, บัวลอย
Dinner: ครัวกลางกรุง (Big Meal)

Burial ceremony at สระบุรี took the entire day since the morning. We left mourning ceremony traditionally at the end of the day.


10 May 2010, Mon (my birthday)

morning weight: 82.3

09:00 BF: nothing
13:00 Lunch: can’t remember
18:30 Dinner: can’t remember

I and bo and her mom and dad went to La Toscana resort at Ratchaburi. Didn’t bring the scale with us.


11 May 2010, Tue (my birthday)

morning weight: 81.6

09:00 BF: 2 Banana
13:00 Lunch: Italian cuisine @ La Toscana
18:30 Dinner: Steak @ The Scenery (Big Meal)

I and bo and her mom and dad went to La Toscana resort at Ratchaburi. Didn’t bring the scale with us.


12 May 2010, Wed

morning weight: —- no scale —-

09:00 BF: 2 Banana + all-you-can-eat American breakfast (Big meal)
14:00 Lunch: ไก่ย่าง ส้มตำ ข้าวเหนียว & etc (Big meal)
18:30 Dinner: none.

On the way back from La Toscana, we stopped at Northeastern restaurant near ไร่ขิง temple and had another big meal for lunch.


13 May 2010, Thu

morning weight: 82.1

09:00 BF: 2 Banana
12:00 Lunch: Seafood at Hua-Hin
15:00 Tea Break
18:30 Dinner: all-you-can-eat Thai buffet (Big meal)

I didn’t gain much weight from eating spree at La Toscana.

My department had a 3-days seminar at Keree-Waree resort & spa at Prachuap Khiri Khan. Traveling time is 6 hours on bus!. Didn’t bring the scale with us.


14 May 2010, Fri

morning weight: —- no scale —-

09:00 BF: 2 Banana + all-you-can-eat American breakfast (Big meal)
10:30 Tea Break
14:00 Lunch: all-you-can-eat thai buffet (Big meal)
15:00 Tea Break
18:30 Dinner: Seafood BBQ (Big meal)

The last night at Keree-Waree, we had Seafood BBQ. No need to tell, I ate a LOT!.


15 May 2010, Sat

morning weight: —- no scale —-

09:00 BF: all-you-can-eat American breakfast (Big meal)
14:00 Lunch: all-you-can-eat thai buffet
17:00 Snack: lots of snack + ซาลาเปา
20:00 Dinner: ผัดไทย + หมูสะเต๊ะ

Finally, we came back from Keree-Waree. That marked the end of all-you-can-eat. I felt very chubby.


16 May 2010, Sun

morning weight: 82.7 kg

10:00 BF: 2 Bananas + water
14:00 Lunch: Salad (450g)
17:00 Snack: Mark & Spencer biscuit.
18:00 Dinner: ข้าวเนื้อสับ + ลูกชิ้นหมู @ ต้าหว่อ Max Value

Pretty shocked by the weight but it was expected. Bo had seminar on this day. I went to visit my mom and my grandma.


17 May 2010, Mon

morning weight: 82.6 kg

08:30 BF: 2 Bananas + water
14:00 Lunch: Salad (450g)
18:00 Dinner: ครัวกลางกรุง (Big Meal)
19:00 Snack: ขนมหม้อแกง

Red-shirt riot. All government office closed today, including Chula U.

Solution to hw00c

#include <cstdlib>
#include <iostream>
 
using namespace std;
 
int main(int argc, char *argv[])
{
    int N; // num rows
    int M; // num columns
    scanf("%d %d",&N,&M);
    for (int j = 0;j < N;j++) {
        for (int i = 0;i < M;i++) {
            printf("*");
        }
        printf("\n");
    }
    return EXIT_SUCCESS;
}

คำพูดโดนๆ…

วันนี้ได้ฤกษ์อยู่บ้านอีกวัน เพราะว่าสถานการณ์นอกบ้านมันไม่เอื้ออำนวยให้ออกไปลัลล้าได้… เป็นวันที่น่าเซ็งอีกอัน เพราะอยู่บ้านเปิดทีวีก็มีแต่รายงานข่าวเศร้าๆ… การชุมนุมเพื่อการเมืองมันก็ไม่ได้ผิดอะไรหรอกนะในความคิดของเรา แต่การปล้นสดมภ์ พังร้าน7-11… การทำลายข้าวของราชการ ของชาวบ้าน… การยิงทหาร ลากเค้าลงมาซ้อม ทั้งๆที่ทหารมีอาวุธ แต่เค้าไม่ได้มีจิตใจทำร้ายคุณซักนิด… การบุกรุกโรงพยาบาล การห้ามไม่ให้คนป่วยไปรักษา (หนำซ้ำยังลากเค้าลงมาทำร้ายต่อ)… …. มัน "ผิด" แม้ว่าคุณจะมีเหตุผลใดๆมาอธิบายก็ตาม เหตุผลมันอาจจะทำให้ศาลพิจารณาลดหย่อนโทษให้ในบางกรณี แต่มันไม่ได้เปลี่ยนแปลงความจริงว่าเป็นการกระทำที่ "ผิด" แต่อย่างไร… …
 
นี่หรือคือประชาธิไตยที่คุณอยากได้… นี่หรือคือประเทศไทยที่คุณอยากให้เป็น… หากคุณคิดว่าไม่ใช่ เหตุใดคุณจึงไม่ออกมากล่าวตักเตือน อย่างน้อยแสดงความคิดเห็นว่าไม่เห็นด้วย ไม่สนับสนุน… แม้ว่ากลุ่มคนที่ทำตัวเช่นนั้นคุณจะเรียกพวกเขาว่าไม่ใช่คนของคุณ…
 
"ในบ้านเมืองนั้น  มีทั้งคนดีและคนไม่ดี
ไม่มีใครจะทำให้คนทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด
การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี
หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดีให้คนดี  ได้ปกครองบ้านเมือง
และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้"
 
พระบรมราโชวาทในพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ
ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2512
 
 
นี่ยังไม่ได้พูดถึงหัวข้อที่ขึ้นเลยใช่มั้ยเนี่ย… จริงๆแล้วมันเริ่มจากการหาช่องทีวีไร้สาระดู แล้วก้อดันบังเอิญเปิดมาเจอช่องสามจัดงานนาฎราช ซึ่งเป็นการประกาศผลรางวัลของคนทีวีและวิทยุ ที่รูปแบบงานดูแปลกออกไปอีกงาน แต่ hi-light ที่ทำให้ถึงกับอึ้งไปคือตอนที่พงษ์พัฒน์ขึ้นไปกล่าวบนเวทีหลังจากได้รับรางวัลดาราสมทบชายยอดเยี่ยม ดังนี้…
 
"เป็นรางวัลที่ได้รับบทบาทจากผู้ที่เป็นพ่อ ก็ขออนุญาติพูดถึงพ่อนิดนึง
 
พ่อเป็นเสาหลักของบ้าน
บ้านของผมหลังใหญ่ ใหญ่มาก เราอยู่กันหลายคน
ผมเกิดมาในบ้านหลังนี้สวยงามมากแล้ว สวยงามและอบอุ่น
แต่ว่าจะเป็นแบบนี้ได้ บรรพบุรุษของพ่อ
เสียเหงื่อ เสียเลือด เอาชีวิตเข้าแลก กว่าจะได้บ้านหลังขึ้นนี้มา
จนมาถึงวันนี้ พ่อคนนี้ ก็ยังเหนื่อยที่จะดูแลบ้าน
และก็ดูแลความสุขของทุกทุกคนในบ้าน
ถ้ามีใครสักคน โกรธใครมาก็ไม่รู้
ไม่ได้ดั่งใจเรื่องอะไรมาก็ไม่รู้ แล้วก็พาลมาลงที่พ่อ
เกลี่ยดพ่อ ด่าพ่อ คิดจะไล่พ่อออกจากบ้าน
ผมจะเดินไปบอกกับคนคนนั้นว่า
ถ้าเกลียดพ่อ ไม่รักพ่อแล้ว จงออกไปจากที่นี่ซะ
เพราะที่นี่คือบ้านของพ่อ เพราะที่นี่คือแผ่นดินของพ่อ
 
ผมรักในหลวงครับ
และผมเชื่อว่าทุกคนที่อยู่ในที่นี้รักในหลวงเหมือนกัน
พวกเราสีเดียวกัน ศีรษะนี้มอบให้พระเจ้าแผ่นดิน"
 
นั่นซินะ… ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดว่าจะมีใครพูดได้ตรงใจมากที่สุด… คุณจะโกรธใคร เกลียดใครก็ช่าง คุณจะเลือกใคร ชอบใคร มันเป็นเรื่องของการเมือง… แต่จงอย่าได้มาแตะต้องพระเจ้าแผ่นดินอันเป็นที่รัก… คุณอาจจะเห็นดีเห็นงามกับคนที่เอื้อประโยชน์ให้เพียงชั่วครั้งชั่วคราว… มันเปรียบไม่ได้หรอกกับคนคนหนึ่งที่ทำเพื่อประชาชนมายาวนานกว่าหกสิบปี ถ้าคุณไม่รู้จริงจงอย่าพูด ถ้าคุณทำไม่ได้ก็อย่ามาวิจารณ์… นี่คือสังคม นี่คือการอยู่ร่วมกัน… หากคุณไม่สามารถปรับตัวให้อยู่กับคนส่วนใหญ่ได้ ไม่สามารถเคารพบูชาสิ่งที่คนเหล่านั้นเค้าเทิดทูนขึ้นไว้เหนือเกล้าได้… ง่ายๆ ก็จงอย่าอยู่…
 

ร้านกาแฟเคลื่อนที่

กาแฟเคลื่อนที่

ร้านกาแฟเคลื่อนที่, ปั๊มน้ำมันแถวซอยนานา (คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่)

First Month in Germany

ใช้ชีวิตในเยอรมันได้ครบเดือน เลยอยากบันทึกสิ่งที่ประทับใจไว้สักเล็กน้อย

  • วันอาทิตย์เป็นวันพักผ่อน ทุกอย่างปิดหมด ร้านค้า, แหล่งช็อปปิง ถ้าวัตถุดิบสำหรับทำอาหารหมดวันอาทิตย์ ก็ทำใจกินมาม่าได้เลย T_T
  • เวลาจะข้ามถนนต้องกดสัญญาณไฟก่อน แล้วรอจนไฟคนเดินเป็นสีเขียวถึงจะข้ามได้ แต่ถ้าเป็นทางม้าลายที่ไม่มีสัญญาณไฟ สามารถเดินข้ามได้เลย รถจะหยุดให้คนเดินไปก่อนเสมอ สุโก้ย
  • การคมนาคมหลักคือรถไฟ ซึ่งมีหลายประเภทมาก (RB, RE, IC, ICE, S-Bahn, U-Bahn, etc.) ราคาก็แตกต่างกันไปตามสภาพและความเร็ว
  • การใช้รถไฟสะดวกมาก ซื้อตั๋วโดยกดจากตู้ แค่ระบุสถานีต้นทาง-ปลายทาง และเวลาที่ต้องการเดินทาง ระบบจะคำนวณเส้นทางให้เสร็จสรรพ ว่าต้องต่อรถที่ไหน กี่โมง ใช้เวลาเดินทางเท่าไร ฯลฯ และสามารถพรินท์แผนการเดินทางสำหรับพกติดตัวได้

  • รถเมล์และรถไฟที่นี่ตรงเวลามาก ประมาณว่าถ้าคิดว่าจะไปถึงป้าย/ชานชาลาช้าไปสองนาทีก็ไม่ต้องวิ่งแล้ว จะทำให้เหนื่อยเปล่าๆ เพราะมันไปแล้วแน่ๆ

  • เวลาไปเที่ยวไปเป็นกลุ่มจะถูกกว่า เพราะมีตั๋ว group ที่ซื้อใบเดียวใช้ได้ 5 คนเช่น ตั๋ว Weekend (37€), ตั๋วรัฐ (เช่น Bavaria ticket 28€) ที่ขึ้นได้ทั้งรถไฟและรถเมล์ในพื้นที่ที่กำหนด ทุกสาย ตลอดวัน
  • ร้านสะดวกซื้อทั้งหลายจะไม่มีถุงใส่ของให้ (จริงๆ ไม่ถึงกับไม่มี เพียงแต่ถ้าจะเอาถุงต้องเสียตังค์ซื้อเพิ่ม) คนส่วนใหญ่จะหิ้วถุงผ้า/เป้ไปเองเวลาซื้อของ
  • ที่ประทับใจมากคือการออกแบบหน้าต่างในอาคาร ที่สามารถเปิดได้สองแบบ คือเปิดแค่แง้มๆ จากด้านบน หรือเปิดเต็มๆ จากด้านข้าง สามารถเลือกโหมดการเปิดได้โดยการหมุนที่จับ (หมุนขึ้นสุดเป็นเปิดจากด้านบน หมุนแค่ครึ่งเดียวเป็นเปิดจากด้านข้าง ตามรูป)
  • พูดเยอรมันไม่เป็นก็อยู่ที่นี่ได้สบาย เพราะแทบไม่ต้องพูดกับใคร ถ้าไม่กินข้าวนอกบ้านหรือซื้อของใช้ (ซื้อของอย่างมากก็พูดแค่ Hallo กับ Tschüs) -_-a
  • เบียร์และไวน์ ราคาถูกกว่าน้ำ
  • รถหรูๆ ทั้งหลายในเมืองไทยมีให้เห็นที่นี่เกลื่อน อารมณ์ประมาณโตโยต้าบ้านเรา เดินไปทางไหนก็เจอ +_+
  • ขาหมูอร่อยมาก ว่าจะไปหากินอีกสักรอบ :P (ขอบคุณภาพจาก aium เพื่อนร่วมทริป)

คนเราน้า….

คนเราน้า… อยากให้บังคับใช้กฎหมาย อยากให้จัดการอย่างเด็ดขาด แต่ก็รู้อยู่ในใจว่าเลือดสาดแน่นอน พอเลือดสาดก็หาว่าทำรุนแรงเกินไป
 
คนเราน้า… ถ้ากลัวคนอื่นจะขึ้นมาเป็นหัวหน้าแล้วไม่ทำตามคำพูดของคนก่อน ถึงตอนนั้นค่อยมาชุมนุมกันใหม่ก็ได้นิ
 
คนเราน้า… ตอนทำไม่คิด พอทำเสร็จแล้วกลัวติดคุก
 
คนเราน้า…..

เส้นขีดแห่งความพอดี

เมืองแห่งประชาธิปไตย เมืองแห่งปัจเจกบุคคล แต่ละบุคคลมีสิทธิ์มีความคิดของตนเอง มีเสรีในการแสดงออกซึ่งความคิดของตน ความแตกต่างเป็นสิ่งธรรมดา…
 
เมืองแห่งกฎหมาย กฎซึ่งตราไว้หมายให้คนอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข กฎซึ่งขีดกั้นไว้ระหว่างความถูกและผิด…
 
ประเทศไทยเป็นเมืองประชาธิปไตย เป็นเมืองที่มีกฎหมาย… แล้วคนไทยเล่า จะสามารถแสดงออกถึงความยึดมั่นในความเชื่อของตน แต่ให้อยู่ในกรอบของกฎหมายเพื่อความสงบสุขได้หรือไม่
 

Diet Diary #48 — #52

26 April 2010, Mon

morning weight: 82.0 kg (ซาลาเปา Spree does not kill me)

09:00 BF: 2 Bananas + water
12:30 Lunch: ข้าว + ปลาทอด
18:15 Dinner: ข้าว + ทอดมัน + กะหล่ำปลีดอง + ไข่ลูกเขย
04:00 go to bed

The last day at IOI camp. All I can remember is that I ate a lot of stack today. Lays, Tarts, Cola, Dim Sum ,etc….


27 April 2010, Tue

morning weight: 82.6 kg (No banana!)

10:00 BF: 2 Bananas + water
12:30 Lunch: ไก่ย่าง + ข้าวเหนียว + ส้มตำ + ลาบ + ต้มแซ่บ
20:15 Dinner: มาม่าผัด + ขนมจีบ + ยำสาหร่าย
04:00 go to bed

The banana I brought from IOI camp is inedible. So I don’t have anything to eat in the morning


28 April 2010, Wed

morning weight: 83.0 kg (2nd Day without banana!)

12:30 Lunch: ข้าวกะเพราไก่ทอด
15:00 Snack: Creme Roll + Banana Cake
18:15 Dinner: Sausage Steak + เส้นหมี่ราดหน้าไก่ @ สะอาดโภชนา
04:00 go to bed

No badminton again… This month, I hardly done any exercise.


29 April 2010, Thu

morning weight: 82.6 kg

09:00 BF: 2 Bananas + water
12:30 Lunch: Tuna Saland (350g)
18:45 Dinner: Hamburger เข้าเหนียวหมูย่าง + 2 x Big Bite @7-11
22:00 go to bed (but woke up at 04:30)

Finally, I managed to get banana in the morning.


30 April 2010, Fri

morning weight: 82.2 kg (Back to 82, finally)

06:30 BF: 2 Bananas + water
13:30 Lunch: Tuna Salad (350g)
15:00 Snack: เต้าส้อ + biscuit
18:15 Dinner: ข้าวราดหมื่นลี้กุ้ง
02:00 go to bed

Another day with salad. My friend, Sun, came back from Japan for a short stay and he visited me with biscuit, irresistible.


World Cup 2010

อีกเพียงแค่ 40 กว่าวันก็จะถึงเวลาฟาดแข้งของ ฟุตบอลโลก 2010 แล้ว (รายการอื่น ใครจะได้แชมป์ก็ช่างมันเถอะนะ ไม่ได้ติดตามมาก)

เนื่องจากบอลไทยไม่ได้ไปบอลโลกเสียที ดังนั้นทีมที่ติดตามเชียร์ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ก็เลยขอเชียร์ทีมจากประเทศที่มีความใกล้เคียงกับประเทศไทยมากที่สุด ได้แก่ ทีมชาติเกาหลีเหนือ นั่นเอง

เกาหลีเหนือเข้ารอบในฐานะรองแชมป์กลุ่มบี โซนเอเชีย มีประวัติเคยเข้ารอบสุดท้ายบอลโลก 2 ครั้ง ผลงานที่ดีที่สุดคือเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย (ปี 1966 โน่น)

แต่ความซวยของเกาหลีเหนือคือ จับสลากได้ไปอยู่ในสาย G อันประกอบไปด้วย บราซิล, โปรตุเกส และ ไอวอรีโคสต์ เรียกว่าโคตรหิน แต่ละทีมสามารถเป็นที่หนึ่งของกลุ่มอื่นได้เลย ต่อให้มีปาฏิหารย์ก็ยากที่เกาหลีเหนือจะเข้ารอบได้

หากใครมีอุดมการณ์เดียวกัน เชิญร่วมเชียร์ทีมชาติเกาหลีเหนือได้ด้วยการเข้าร่วม ชมรมซาบซึ้งและเทิดทูนท่านพ่อคิมอิลซุง และครอบครัว เชื่อว่าด้วยพลังความเชื่อมั่นต่อท่านเสด็จพ่อคิมอิลซุง จะทำให้นักเตะโสมแดง ผ่านด่านอรหันต์ทั้ง บราซิล, โปรตุเกส และ ไอวอรีโคสต์ ไปได้!

Jin-Emon

เมื่อวานไปทำธุระแถว MBK (ยังเปิดอยู่นะ) + เดินดูนิทรรศการที่หอศิลป์ (อันนี้ก็ยังเปิดอยู่) เสร็จเอาตอนเย็นๆ ก็เลยมองหาของกินแถวนั้น ไปจบเอาที่ร้าน Jin-Emon ชั้น 1 MBK ฝั่งติดกับโรงแรม

Jin-Emon เป็นร้านสปาเก็ตตี้สไตล์ญี่ปุ่น คือจะเน้นเมนูฟิวชั่นและเป็นสปาเก็ตตี้แนวที่คนญี่ปุ่นชอบกิน เห็นว่ามีอีกสาขาตรงทองหล่อด้วย

สิ่งที่ประทับใจอย่างแรกคือ ฝาผนังของที่นี่เป็นการ์ตูน! จงใจทำให้เป็นการ์ตูนแนวทำอาหาร มีฉากโชว์วัตถุดิบ ฉากซาบซึ้งกับรสชาติ อ่านแล้วก็ฮาดี (เรียงช่องแบบญี่ปุ่นด้วย)

Jin-Emon

ช้อนส้อม กระดาษเช็ดมือ

Jin-Emon

เมนูนี้เป็นซุป ใส่เบคอน สลัดผัก และชาร้อน เติมซุป เติมชา ได้ตลอด

Jin-Emon

สปาเก็ตตี้ซุปหอยลายเห็ด ชามใหญ่มาก มีทั้งเห็ดเข็มทอง เห็ดนางฟ้า และเห็ดหอม

สปาเก็ตตี้ซุปหอยลายเห็ด

สปาเก็ตตี้นโปลิตัน แบบที่ คิตะมูระ โค ชอบสั่งในเรื่อง Cross Game เป็นสปาเก็ตตี้ยอดนิยมของชาวญี่ปุ่น ส่วนประกอบหลักเป็นซอสมะเขือเทศ พริกยักษ์ เบคอน มะเขือเทศ หอมใหญ่

นโปลิตัน!

รสชาติจัดว่าใช้ได้ เมนูก็มีให้เลือกหลายอย่างมาก มีตั้งแต่ราคาไม่ถึง 100 ไปจนถึง 300 กว่าบาท เสียตรงที่รูปภาพในเมนูเล็กเกินไป ดูไม่ค่อยออกว่าแต่ละอย่างมันหน้าตาชัดๆ เป็นยังไง

เบ็ดเสร็จ สองคน หมดไป 305 บาท ไม่มี VAT ไม่มี service charge

Diet Diary #46 , #47

24 April 2010, Sat

morning weight: 81.8 kg (slightly upward)

10:00 BF: 2 Bananas + water
12:30 Lunch: ก๋วยเตี๋ยวไก่ + ข้าวขาหมู
14:00 Snack: ขนมปัง
16:00 Snack: ซาลาเปา
16:10 Snack: ซาลาเปา
16:20 Snack: ซาลาเปา
18:30 Dinner: Fillet Minion steak + lots of side dishes
19:20 Snack: ซาลาเปา
20:20 Snack: ซาลาเปา
03:00 go to bed

No more salad today, but in the evening we went to Cowboy land, a nearby steak house. For the total of 12 people, we spend around 4,000 baht for dinner. I ate ซาลาเปาใส้หมูแดง all day.


25 April 2010, Sun

morning weight: 81.8 kg (ซาลาเปา Spree does not kill me)

10:00 BF: 2 Bananas + water
12:30 Lunch: ไก่ย่าง + ข้าวเหนียว + ส้มตำ + ลาบ + ต้มแซ่บ
13:00 - 18 :00 Snack Spree!!!: Lays + ขนมปังใส้กรอก + ขนมปังใส้กรอก + ทาร์ตจิ๋ว + ขนมปังใส้กรอก + ทาร์ตจิ๋ว + Lays
18:15 Dinner: ข้าว + ทอดมัน + กะหล่ำปลีต้ม + หมูย่าง
19:20 Snack: กล้วย
04:00 go to bed

Lots of work to do. Lots of food nearby, so, I simply eat a lot. Let’s see tomorrow weighting. In the past 3 days, I had to work very late. Don’t know whether it affects my weight much.

Diet Diary #42 — #45

20 April 2010, Tue

morning weight: 82.9 kg (Is this possible!!)

08:00 BF: 2 Bananas + water
12:30 Lunch: Tuna Salad (350g) + Tuna spread & Cracker
16:00 Snack: ทาโร่ยักษ์ (another souvenir from Korea)
18:00 Dinner: ข้าวราดแกง
01:30 go to bed

Surprised!!! My weight drop 1 kg in a day! Either my scale is broken or Morning Banana is working as it claims. In the book, it is said that excess weight from short-term eating spree can be siphon quickly. I guess it’s the former case, though.


21 April 2010, Wed

morning weight: 82.5 kg (Dwindle)

08:00 BF: 2 Bananas + water
12:30 Lunch: Tuna Salad (350g)
18:00 Dinner: ข้าวราดแกง
22:30 go to bed (but woke up on 03:00 the next day, have some work to be done before morning….)


22 April 2010, Thu

morning weight: 82.2 kg (And Dwindling)

08:30 BF: 2 Bananas + water
12:30 Lunch: Tuna Salad
15:00 Snack: Sponge Cake
18:30 Dinner: ข้าว + หมูทอด + ผัดผัก + ไก่อบ + ต้มยำเห็ด
20:00 Snack: Sausage Bread
02:00 go to bed

I went to IOI camp at Kasetsart, Kamphaeng Saen campus. The food here is abundant. They treat us with light meal all the day. I can’t resist the afternoon snack and night snack. However, I didn’t eat after 20:00


23 April 2010, Fri

morning weight: 81.7 kg (Hmm?)

10:00 BF: 2 Bananas + water
12:30 Lunch: Tuna Salad
14:00 Snack: กะหรี่ปั๊ป + Donut + ไมโล
16:00 Snack: เอแคลร์
18:30 Dinner: ข้าว + ผัดผัก + ปลาทอด + แกงจืดวุ้นเส้น + ไก่ผัด
20:00 Snack: Donut
03:00 go to bed

Another day at Kamphaeng Saen. I did bring my scale here. Today marks the five consecutive day of “Tuna Salad Lunch”. However, snacking is even worse. I had three treats of snack.

เอาชิวิตธรรมดาๆของนู๋คืนมา….

ไร้สาระจัง… ตั้งแต่ปิดสนามบินละ แล้วนี่ยังจะมาปิดสี่แยกราชประสงค์ ใกล้ตัวกว่าเดิมอีก… อาทิตย์ก่อนมีรถตำรวจ อาทิตย์นี้มีรถทหารแทน… ทหารให้พริบ ปืนให้พริบ ลวดหนามให้พริบ… ห้างร้านแถวนั้นเพื่อความปลอดภัยก้อเลยปิดกันหมด ตั้งแต่ paragon central world… รถไฟฟ้าก้อปิดเป็นช่วงๆ… รถที่ธรรมดาก้อติดเป็นประจำก้อติดมันหนักกว่าเดิม… ไม่เห็นจะมีคนที่รู้จักสนับสนุนซักคนเดียว… เพิ่งจ่ายค่าจอดรถไป 2.2k ไปจอดได้แค่สองวันเอง ที่เหลือต้องนั่งรถไฟฟ้า เพราะทำไม่ได้กับรถติด แต่ก้อต้องมาแบกโน๊ตบุ๊คเดิน น่องโตพอดี - - ‘
 
แล้วนี่ Iron Man 2 มาจะไปดูที่ไหนละเนี่ยยยยย…. เครียด!!!

Diet Diary #38 — #41

16 April 2010, Fri

morning weight: 82.3 kg (Wooohoooo)

08:00 BF: 2 Bananas + water
12:30 Lunch: Chester Grill @ Lotus ดาวคะนอง
19:00 Dinner: Zen restaurant + Swensen’s Earthquake @ Central Rama 2 (BIG MEAL)
01:00 go to bed

Hmm… The dinner is quite BIG! Also this has been the first time of ice cream since Morning Banana.


17 April 2010, Sat

morning weight: 82.9 kg (Hmmm)

09:00 BF: 2 Bananas + water
12:00 Lunch: Loong Fong Restaurant (Dim Sum buffet) Eat WAYS TOO MUCH
17:00 Dinner: กุ้งเต้น Restaurant @ Ratchapruek Rd.
19:00 Supper: Banoffee Cake, Chocolate Mud Cake, Blueberry Pie @ Anna Charlie’s cafe
01:00 go to bed

Take my mom to dim sum restaurant (all-you-can-eat style). The first of “eating too much”. In the afternoon, we went to see my grandma, unexpectedly ran into the rest of the family so we all went out for another big meal. That’s “eating too much #2”. On the evening, we have party with Group G. friends. Though we were quite full, we manage to thrown down few pieces of cake. This has been the worst day since the Morning Banana. (Yup, worse than yesterday.)


18 April 2010, Sun

morning weight: 83.2 kg (Arrgggg…)

09:00 BF: 2 Oranges + Water
13:00 Lunch: ข้าวต้ม ไข่เจียว + บร็อคโคลี่ผัดเต้าหู้ + ผักดอง + 0 cal Jelly
18:00 Dinner: Sausage Steak + Ham Steak @ ถ. เจริญกรุง
02:00 go to bed

Ran out of banana, using orange instead. Also tried to eat less, but failed.


19 April 2010, Sun

morning weight: 83.9 kg ( [censored] )

08:00 BF: 2 Bananas + water
13:00 Lunch: Tuna Salad 300g
16:00 Snack: Pineapple filled cake from Korea
18:00 Dinner: ข้าวหมูทอด
00:00 go to bed

I hate holidays. Trying to sleep early. Let’s see what tomorrow will be.

Recent Playlist

ขอแบ่งปัน Playlist ที่ฟังอยู่ในช่วงนี้ไว้สักหน่อย เผื่อจะมีผู้อ่านรสนิยมเดียวกัน

Manic Street Preachers – If You Tolerate This

U2 – Sunday Bloody Sunday

http://www.youtube.com/watch?v=Q4p_pHojf1w

Rage Against the Machine – Killing In The Name

Guns ‘N Roses – Civil War

Megadeth – Symphony of Destruction

Sex Pistols – God Save the Queen

Coldplay – Viva la Vida

Diet Diary #34 — #37

12 April 2010, Mon

morning weight: 83.0 kg (Supper is not good)

08:00 BF: 2 Bananas + water
12:30 Lunch: McDonald @ Lotus Rama 3
17:00 Snack: One stick of หมูปิ้ง
18:00 Dinner: Two bottles of Green Tea
01:00 go to bed

Today, Badminton gang were unavailable. So, one more week without exercise.


13 April 2010, Tue

morning weight: 82.5 kg (…)

08:00 BF: 2 Bananas + water
12:30 Lunch: ข้าวมันไก่
18:00 Dinner: HANAYA Restaurant, BIG MEAL
01:00 go to bed

Went to see Small Puppet at Aksra Theater. Don’t really


14 April 2010, Wed

morning weight: 82.4 kg (…)

09:00 BF: 2 Bananas + water
12:00 Lunch: Tuna Salad
19:30 Dinner: Lucky Seafood, BIG MEAL
01:00 go to bed

Went to visit grandma, she made ก๋วยจั๊บ and then, for dinner, we all went to my home and Lucky Seafood.


15 April 2010, Thu

morning weight: 82.8 kg (Big meal always hurts)

09:00 BF: 2 Bananas + water
12:30 Lunch: ข้าวพะแนงไก่ไข่ดาว
18:30 Dinner: Spaghetti Tom Yam Tuna
01:00 go to bed

I made Spaghetti today.

« Previous Entries